ยิงสลุต! กันเนอร์สรัวหงส์สิบตัวพรุน 4-1 แซงขึ้นที่ 2

ทัพปืนใหญ่ดาหน้าถล่มใส่อาคันตุกะจากเมอร์ซีย์ไซด์แบบไม่ไว้หน้า ทำให้แซงเรือใบสีฟ้าขึ้นไปเป็นรองจ่าฝูงชั่วคราว พร้อมกับแทบจะดับความหวังในการลุ้นท็อปโฟร์ของหงส์แดงด้วย

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 31 ประจำวันเสาร์ที่ 4 เมษายน 2558 ณ สนามเอมิเรต สเตเดี้ยม ระหว่าง อาร์เซนอล ก่อนเกมรั้งอันดับ 3 ของตาราง และเก็บชัยมา 6 นัดติด เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล ก่อนเกมรั้งอันดับ 5 ของตาราง

อาร์แซน เวงเกอร์ เทรนเนอร์เจ้าถิ่น ปรับทัพถึง 3 ตำแหน่งจากเกมนัดก่อนที่บุกเฉือน นิวคาสเซิล 2-1 โดยถอด คาลัม แชมเบอร์ส, กาเบรียล เปาลิสต้า และ แดนนี่ เวลเบ็ค ออกไปพักที่ข้างสนามแล้วจัดการส่ง เฮคเตอร์ เบเญริน, แพร์ เมเตซัคเกอร์ และ เมซุต โอซิล ลงทำหน้าที่แทน

ด้านทีมเยือนของกุนซือ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ขนผู้เล่นมาชุดใหญ่ใส่เต็มสูบในระบบ 3-4-2-1 วาง ราฮีม สเตอร์ลิง เป็นหน้าเป้าไล่ล่าตาข่าย โดยมี ลาซาร์ มาร์โควิช กับ ฟิลิปป์ คูตินโญ คอยเติมเกมสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ขณะที่แนวรับส่ง โคโล ตูเร่ ลงแทน มาร์ติน สเคอร์เทล ที่ติดโทษแบนโดยจะมาประสานงานร่วมกับ เอ็มเร่ ชาน และ มามาดู ซาโก้

เริ่มเกมมาเป็นอาร์เซนอลที่ครองบอลบุกเข้าใส่ได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน จนกระทั่งนาทีที่ 37 ก็มาปลดล็อคยิงออกนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่ แรมซีย์ ได้บอลทางกราบขวา ก่อนจะจ่ายให้ เบเญริน หลอกแนวรับลิเวอร์พูลจนหัวปั่นก่อนจะลากตัดเข้าในแล้วแปด้วยด้วยซ้าย ส่งบอลโค้งเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้ไอ้ปืนใหญ่ขึ้นนำ 1-0

ถัดมาอีกแค่ 3 นาทีเท่านั้น เดอะ กันเนอร์สก็มาบวกลูกสองเพิ่มได้อีกอย่างรวดเร็ว จากการยิงลูกโทษนอกเขตของ โอซิล ซึ่งบรรจงปั่นด้วยซ้ายข้างถนัด ส่งบอลโค้งเสียบเสามุมเดียวกับลูกแรกเข้าไปอย่างหมดจด ทำให้อาร์เซนอลหนีห่างเป็น 2-0

จากนั้น ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก ไอ้ปืนใหญ่แทบจะดับความหวังของหส์แดงในการบุกมาเก็บแต้มที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ด้วยการซัดประตูที่สามได้อีก จากจังหวะที่ แรมซีย์ จ่ายให้ อเล็กซิส ล็อคหนี โคโล ตูเร ที่เข้าสกัดพรวดพราด ก่อนจะกดด้วยขวาจากบริเวณหัวกะโหลกเข้าไปอย่างเด็ดขาด ทำให้จบ 45 นาทีแรกเป็นเจ้าบ้านที่นำห่างถึง 3-0

เข้าสู่ครึ่งหลัง ทีมเยือนยังไม่ถอดใจง่ายๆ เมื่อมาได้จุดโทษ ในนาทีที่ 76 จากจังหวะที่ สเตอร์ลิง โดน เบเญริน เสียบล้มลงในกรอบ 18 หลา ก่อนจะเป็น เฮนเดอร์สัน รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด ช่วยให้ทีมแชมป์ยุโรป 5 สมัยไล่มาเป็น 1-3

แต่แล้วในช่วงท้ายเกม นาทีที่ 84 ลิเวอร์พูลกลับต้องมาเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน เมื่อ เอ็มเร ชาน ไปเข้าสกัดใส่ เวลเบ็ค ตรงสุดเส้นหลังฝั่งซ้าย ทำให้โดนผู้ตัดสินชักใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไปทันที

เกมทำท่าจะจบลงด้วยสกอร์นี้อยู่แล้ว ทว่านาทีแรกของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เจ้าถิ่นมาได้ประตูตอกฝาโลง จากจังหวะที่ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ รับบอลจาก อเล็กซิส ซานเซซ ทางฝั่งขวา ก่อนลากตัดเข้ากลางและหาช่องสับไกลด้วยซ้ายเต็มข้อ บอลพุ่งหนีมือ ซิมง มิโญเลต์เสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย

จบเกม อาร์เซนอล เปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูล ขาดลอย 4-1 เก็บชัยชนะรวด 7 นัดติด ขยับแซงหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นไปอยู่ที่ 2 ชั่วคราวเรียบร้อยแล้ว โดยมีคะแนนตามหลังจ่าฝูง เชลซี อยู่เพียง 4 คะแนนแต่แข่งมากกว่า 2 นัด