ย็อคก้าต้านไม่อยู่! สิงห์รัวครึ่งหลังขย้ำแตน 3-0 ลิ่วรอบสี่เอฟเอ คัพ

แม้จะต้องอึดอัดอย่างหนักในช่วงครึ่งแรก แต่สิงห์บลูส์ที่เปลี่ยนระบบมาเล่น 4-3-3 ครึ่งหลังก็รัวสามเม็ดก่อนอัดแตนอาละวาดของอดีตโค้ชเมืองทองไปเละเทะ พร้อมลิ่วเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ

โชเซ มูรินโญ พักตัวหลักมากมายในเกมนี้ แต่ก็ยังถือว่าเป็นขุมกำลังที่น่ากลัวโดยเฉพาะสองกองหน้าอย่างดิดิเยร์ ดร็อกบาและโลอิค เรมีที่ได้ยืนคู่กัน ส่วนตรงกลางเป็นออสการ์ที่ได้เล่นร่วมกับรามิเรสและอังเดร ชูร์เล

ด้านสลาวิซา โยคาโนวิชเกมนี้วางทรอย ดีนีย์ เป็นทีเด็ดในแดนหน้าร่วมกับเฟร์นานโด ฟอเรสติเอรีส่วนแดนกลางเป็นดาเนียล พูดิลที่ยืนคู่กับดาเนียล ตอซเซอร์

ครึ่งแรกเป็นเชลซีที่ดีกว่ามากและมีช่วงหนึ่งที่พวกเขาครองบอลสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์แต่ก็ไม่มีโอกาสแบบจะๆแจ้งเลยก่อนจะหมด 45 นาทีแรกทั้งคู่ยังเสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลังมูรินโญจัดเต็มด้วยการส่งทั้งดีเอโก้ คอสต้าและวิลเลียน ลงไปเล่นแทนที่ของออสการ์และอังเดร ชูร์เล และนาทีที่ 58 เชลซีก็มาได้ประตูออกนำจนได้จากจังหวะที่เรมีจ่ายให้วิลเลียนแตะบอลแรกได้ดีก่อนส่งบอลเสียบเสาไกลเข้าไปช่วยให้เจ้าถิ่นขึ้นนำไปก่อน 1-0

และนาทีที่ 70 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็หายใจคล่องคอขึ้นหลังมาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่คอสต้ายิงบอลไปติดแขนของแคธคาร์ท บอลมาเข้าทางเรมียิงซ้ำเข้าไปช่วยให้สิงโตน้ำเงินครามทิ้งห่างไปเป็น 2-0

และพอได้ประตูที่สองเกมก็ไหลหลังสองนาทีให้หลังเจ้าถิ่นมาได้ประตูที่สามทิ้งห่างออกไปอีกและคราวนี้เป็นซูมาที่ได้โขกลูกเปิดของอัซปิลิกวยต้าเข้าไปช่วยให้เชลซีทิ้งห่างไปเป็น 3-0

ช่วงเวลาที่เหลือเชลซีเริ่มผ่อนเกมลงไปและวัตฟอร์ดก็ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่านกหวีดหมดเวลาเป็นเจ้าถิ่นที่เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ถล่มผู้มาเยือนไป 3-0 พร้อมทะลุเข้าสู่รอบสี่ได้สำเร็จ