ย้อนรอยฟุตบอลโลก : เม็กซิโก 1970

ก่อนทัวร์นาเมนต์ที่บราซิลจะเริ่มต้น เรามาย้อนอดีตฟุตบอลโลกที่ผ่านมากัน และนี่คือรอบสุดท้ายของเวิลด์คัพ 1970 ที่เม็กซิโก

ครั้งแรกที่ฟาดแข้งกันในถิ่นอเมริกาเหนือ คือรุ่งอรุณแห่งยุคใหม่ของฟุตบอลโลก เมื่อการแข่งขันครั้งนี้ถูกถ่ายทอดสดในระบบทีวีสีเป็นครั้งแรก

และเป็นสีเหลืองอร่ามของบราซิลที่สว่างไสวกว่าใคร เมื่อพวกเขาคว้าแชมป์โลกครั้งที่สามไปครองได้หลังร้างลาไปถึง 12 ปี ด้วยชัยชนะ 4-1 เหนืออิตาลี เซเลเซากลายเป็นทีมสุดท้ายที่ได้ชูถ้วย จูลส์ ริมเมต์ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยถ้วยดีไซน์ใหม่

การแข่งขันครั้งนี้ยังเป็นเวทีเลี้ยงส่งเปเล่ ผู้ลงเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกในปี 1958 และถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขายิงเบิกร่องให้เซเลเซาในนัดชิงชนะเลิศเป็นการบอกลา

อีกอย่างที่มาพร้อมทีวีสีก็คือ ผู้ชมได้เห็นใบเหลือง-ใบแดงเป็นครั้งแรก แม้จะไม่มีใครถูกไล่ออกเลยก็ตาม และทีมสามารถเปลี่ยนตัวระหว่างเกมได้แล้ว 2 คน ต่อเกม

รูปแบบของรอบแบ่งกลุ่มก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ผลต่างประตูได้เสียถูกนำมาใช้ตัดสินกรณีทีมทีคะแนนเท่ากัน แทนที่การใช้อัตรายิงประตูเฉลี่ย ถ้วยแฟร์เพลย์ก็เริ่มมีการมอบในครั้งนี้เช่นกัน โดยเปรูเป้นทีมที่ได้ไปการตัดสินใจจัดแข่งขันในช่วงเที่ยงวัน เพื่อให้เหมาะกับเวลาถ่ายทอดสดในยุโรปนั้น สร้างความอื้อฉาวไม่น้อย เมื่อทุกทีมต่างก็ต้องเผชิญกับแดดร้อนเปรี้ยง แต่กลายเป็นว่าการแข่งขันครั้งนี้มีการทำประตูเฉลี่ยต่อนัดสูงถึง 2.97 ประตู ซึ่งมากที่สุดตั้งแต่จัดมา

มี 16 ชาติเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ รวมถึงโมร็อคโค ตัวแทนจากทวีปแอฟริกา และการประเดิมทัวร์นาเมนต์ของอิสราเอล และ เอล ซัลวาดอร์

บราซิลถูกจับฉลากมาอยู่กลุ่มสาม ร่วมกับอังกฤษ ทีมที่ต้องเจอปัญหาการเตรียมทีมเนื่องจากบ็อบบี้ มัวร์ กัปตันทีม ถูกกักตัวอยู่ที่โคลัมเบียเนื่องจากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโจรขโมยสร้อยคอ

ว่าที่แชมป์เป็นฝ่ายมีชัย 1-0 ในการพบกันของทั้งสอง แจร์ซินโญยิงประตูชัย ซึ่งเป็นใบเบิกทางไปสู่การเป็นเจ้าของสถิติทำประตูในทุกรอบเป็นคนแรก - แต่สิ่งที่ทำให้เกมนี้เป็นที่จดจำก็คือ จังหวะเซฟอันเป็นไปไม่ได้ของกอร์ดอน แบงค์ส นายทวารสิงโตคำราม การเซฟลูกโหม่งเน้น ๆ ขอเปเล่จังหวะนี้ ถูกหลายคนยกย่องให้เป็นการเซฟยอดเยี่ยมตลอดกาล

แกร์ด มุลเลอร์ เป็นอีกคนที่เฉิดฉายในรายการนี้ กดไป 10 ประตู และคว้าตำแหน่งรองเท้าทองคำ ส่วนเตโอฟิโล คูบิลลาส ได้ตำแหน่งผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมไป

ภารกิจป้องกันแชมป์ของอังกฤษจบลงในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อมุลเลอร์ยิงประตูชัยช่วงต่อเวลาให้กับเยอรมันตะวันตก รองแชมป์ครั้งที่แล้ว แต่ทีมของเฮลมุต โชน ต้องอกหักอีกครั้ง จากน้ำมือของอิตาลี อินทรีเหล็กพ่าย 4-3 อัซซูรีเข้ารอบชิงชนะเลิศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1938

บราซิลเอาชนะเปรูและอุรุกวัย เพื่อนร่วมโซนอเมริกาใต้มาในรอบน็อคเอาท์ ก่อนที่เปเล่, แกร์สัน, แจร์ซินโญ และคาร์ลอส อัลแบร์โต้ กัปตันทีม จะถลุงอิตาลีคนละลูกในนัดชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะประตูสุดท้ายที่เป็นประตูจากการเล่นเป็นทีมชนิดที่ไม่มีใครต้านทาน เป็นประตูที่ถูกเอามาเปิดดูใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และเป็นหนึ่งในประตูที่น่าจดจำตลอดกาลของฟุตบอลโลก

Topics