ย้อนรอยฟุตบอลโลก : สวิตเซอร์แลนด์ 1954

ก่อนทัวร์นาเมนต์ที่บราซิลจะเริ่มต้น เรามาย้อนอดีตเวิลด์คัพที่ผ่านมากัน และนี่คือรอบสุดท้ายของเวิลด์คัพ 1954 ที่สวิตเซอร์แลนด์

เยอรมันตะวันตกสร้างเหตุการณ์ช็อคโลกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์เวิลด์คัพด้วยการปราบตัวเต็งอย่างฮังการีในเกมรอบชิงชนะเลิศ 3-2 ซึ่งได้รับการขนานนามในภายหลังว่า “ปาฏิหาริย์แห่งเบิร์น”

ก่อนที่จะถึงรอบสุดท้าย “เมจิคัล แม็กยาร์ส” ไม่แพ้ใครมา 31 นัดติดต่อกัน ด้วยผลงานของนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลกคนหนึ่งอย่าง เฟเรนซ์ ปุสกัส และเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำฟีฟ่าอย่าง ซานดอร์ คอคซิส ที่ทำได้ 11 ประตูตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์

อย่างไรก็ดี เยอรมันก็สามารถพลิกจากที่เป็นฝ่ายตามหลังอยู่สองประตูให้กลับมาเป็นแชมป์โลกครั้งแรกของพวกเขาในทัวร์นาเมนต์ที่ยิงได้ถึง 140 ประตู จาก 26 นัดได้สำเร็จ

ทีมแชมป์โอลิมปิคอย่างฮังการีได้รับการยอมรับว่าเป็นทีมที่ดีที่สุดในโลก จากผลงานกำราบอังกฤษ, อุรุกวัย และสหภาพโซเวียต จากผลงานไม่แพ้ใครอย่างยาวนานของพวกเขา และพวกเขายังทำผลงานได้สุดยอดในเกมฟุตบอลโลกครั้งแรกที่มีการออกอากาศทางโทรทัศน์

ทีมของ Gusztav Sebes ถล่มเกาหลีใต้ไป 9 ประตู ก่อนที่จะชนะแชมป์โลกในบั้นปลายของเยอรมันตะวันตกในรอบแรก 8-3 ที่บาเซิล โดยปุสกัสและคอคซิส ทำรวมกัน 10 ประตู จากสองเกม ทำให้พวกเขาเป็นแชมป์กลุ่มได้อย่างไม่ยากเย็น

ส่วนเยอรมันจบรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเป็นอันดับสองและต้องเล่นเพลย์ออฟปราบตุรกีได้ 7-2 ขณะที่แชมป์เก่าอย่างอุรุกวัยและอังกฤษ เป็นแชมป์ของกลุ่มอื่นๆ ที่เหลือ
ฮังการีผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศด้วยการชนะบราซิล 4-2 ในเกมที่ดุเดือดถึงขั้นมี 3 ใบแดง และยังมีเรื่องกันในอุโมงค์ไปจนถึงห้องแต่งตัวหลังจบเกมอีกด้วย
ส่วนเยอรมันเจอเส้นทางที่ราบรื่นกว่ามากในการเข้าสู่รอบสี่ทีมสุดท้าย เมื่อพวกเขาปราบยูโกสลาเวียได้ 2-0 ขณะที่เจ้าภาพ สวิตเซอร์แลนด์ และทีมอังกฤษของ วอลเตอร์ วินเทอร์บอททอม ต้องกลับบ้านในรอบนี้ทั้งคู่

ในรอบรองชนะเลิศ ฮังการีชนะอุรุกวัย 4-2 เพื่อกรุยทางสู่เวทีใหญ่ ขณะเดียวกัน เยอรมันตะวันตกก็ถล่มออสเตรียสิ้นท่า 6-1

ปุสกัส - พลาดการลงสนามในเกมก่อนหน้านั้น หลังจากที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยที่ข้อเท้า ได้กลับมาลงสนามในเกมนี้ และพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการเสี่ยงที่คุ้มค่า เมื่อเขาเป็นคนเบิกสกอร์แรกในนาทีที่ 6

โซลตัน ซิบอร์ ยิงประตูที่สองให้ฮังการีได้เปรียบยิ่งขึ้นที่สนาม Wankdorf Stadium ก่อนที่เยอรมันจะเริ่มต้นมหากาพย์การพลิกล็อคที่น่าประหลาดใจที่สุดครั้งหนึ่งในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย
แม็กซ์ มอร์ล็อค และเฮลมุต ราห์น ช่วยกันยิงรวมกัน 3 ประตู รวมถึงประตูชัยตอนที่เหลือเวลาอีกเพียง 6 นาที เพื่อให้เยอรมันได้แชมป์ฟุตบอลโลกครั้งแรก นั่นคือการพลาดโอกาสทองของฮังการี เมื่อทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของพวกเขาต้องแตกเป็นเสี่ยงๆ จากการปฏิวัติประเทศในอีก 2 ปีถัดมา

ปุสกัสและคอคซิส ย้ายไปสเปน เพื่อเล่นให้เรอัล มาดริด และบาร์เซโลนา ตามลำดับ อย่างไรก็ดี พิมพ์เขียวในแท็คติกและการเล่นของเซเบสยังคงมีชีวิตสืบต่อมา

อิทธิพลของ “เมจิคัล แม็กยาร์” ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกุญแจสู่อนาคตของโลกกีฬา เช่นเดียวกับปรัชญาฟุตบอลแบบ “โททัล ฟุตบอล” ของฮอลแลนด์ในเวลาต่อมา

Topics