ยืนโทษฟันภูเก็ต6หมื่น,ปตท.ได้ลดค่าปรับเหตุแฟนบีจียั่วก่อน

คณะอนุกรรมการกลั่นกรองอุทธรณ์โทษเห็นชอบลดค่าปรับ ปตท.ระยอง จาก 60,000 เหลือ 30,000 เหตุมีการรณรงค์และมองว่าแฟนบอลบีจียั่วยุเริ่มก่อน

เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.57 เวลา 14.00น. ณ ห้องประชุม (เล็ก) สมาคมฟุตบอลฯ ได้มีการประชุมของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองอุทธรณ์โทษ เพื่อพิจารณาการอุทธรณ์โทษ ดังต่อไปนี้

ภูเก็ต เอฟซี
ตามที่สโมสรภูเก็ต เอฟซี ขออุทธรณ์การลงโทษของคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัยและข้อประท้วง ที่มีมติลงลงโทษกองเชียร์ของสโมสรฯ ตามผนวก 7 ข้อ 4.4 กองเชียร์ของสโมสรฯ ขว้างปาวัสดุใดๆ (น้ำแข็ง) ใส่เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน พิจารณาปรับเงินจำนวน 60,000.- บาท
คณะอนุกรรมการกลั่นกรองอุทธรณ์โทษ พิจารณาจากหลักฐานและรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขันแล้ว พบว่า กองเชียร์ของสโมสรภูเก็ต เอฟซี ได้ขว้างก้อนน้ำแข็งไปที่ผู้ตัดสินจริง แต่ไม่โดนตัว และก้อนน้ำแข็งดังกล่าวตกลงไปบริเวณที่นั่งของผู้ตัดสินที่ 4 แสดงว่ากองเชียร์คนดังกล่าวของสโมสรฯ มีเจตนาทำร้ายผู้ตัดสินจริง อันเป็นกรณีร้ายแรงและไม่มีเหตุอื่นเหตุใดอันควรลดโทษ ดังนั้นจึงเป็นการกระทำความผิดตามข้อบังคับฯ ผนวก 7 ข้อ 4.4 ขว้างปาวัสดุใด ๆลงไปในสนาม หรือปาใส่นักกีฬาหรือเจ้าหน้าที่ทีม หรือกองเชียร์ทีมคู่แข่งขัน หรือเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน คณะอนุกรรมการกลั่นกรองอุทธรณ์โทษ พิจารณาแล้วจึงมีมติยืนโทษปรับเงิน 60,000.- บาท

ปตท.ระยอง
ตามที่ สโมสรฟุตบอลปตท.ระยอง ขออุทธรณ์พิจารณาทบทวนการลงโทษ หรือ ลดโทษของคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัยและข้อประท้วง ที่มีมติลงลงโทษกองเชียร์ของสโมสรฯ ตามผนวก 7 ข้อ 4.4 กองเชียร์ขว้างปาวัสดุใดๆ ลงไปในสนาม หรือปาใส่กองเชียร์คู่แข่งขัน พิจารณาปรับเงินจำนวน 60,000.-บาท
คณะอนุกรรมการกลั่นกรองอุทธรณ์โทษ พิจารณาพยานหลักฐานและรายงานจากผู้ควบคุมการแข่งขันแล้ว พบว่ากองเชียร์ของสโมสรปตท.ระยอง ได้ขว้างปาแก้วน้ำกระดาษและกล่องโฟมใส่อาหารลงไปในสนามจริง เป็นความผิดตามข้อบังคับฯ ตามผนวก 7 ข้อ 4.4 กองเชียร์ขว้างปาวัสดุใด ๆ ลงไปในสนาม หรือปาใส่กองเชียร์คู่แข่งขัน แต่เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากกองเชียร์ของสโมสรปตท.ระยอง ถูกยั่วยุจากกองเชียร์สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี และเป็นการกระทำความผิดครั้งแรก อีกทั้งสโมสรปตท.ระยอง ได้มีการรณรงค์และมีมาตรการในการควบคุมกองเชียร์เป็นอย่างดี จึงสามารถระงับเหตุการณ์ได้ทันที ประกอบกับเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้นๆ หลังการแข่งขันจบไปแล้ว คณะอนุกรรมการกลั่นกรองอุทธรณ์โทษ จึงมีมติลดการลงโทษจากเดิมปรับเงิน 60,000.-บาท คงเหลือปรับเป็นจำนวนเงิน 30,000.-บาท