เปิดแท็คติกซิเมโอเน่ : 5 สิ่งที่ได้เห็นจากเกม "ตราหมี" ตะปบ "บาร์ซ่า"

Diego Simeone

ธอเร่ โฮกสตัด อยู่ที่สนามบิเซนเต้ กัลเดร่อน เพื่อวิเคราะห์เกมที่ขุนพล 'กอลโชเนรอส' ปราบเจ้าของถ้วยรางวัลแชมเปี้ยนส์ ลีกปีก่อน ผ่าน Stats Zone...

ถ้าดิเอโก ซิเมโอเน หวังที่จะมีค่ำคืนอันสมบูรณ์แบบ ชัยชนะ 2-0 เหนือบบาร์เซโลน่าที่บิเซนเต กัลเดรอน เมื่อคืนวานนี้ เรียกได้ว่าไม่หลุดจากสคริปต์เลยทีเดียว
 
แอตเลติโก มาดริด รวบรวมทุกอย่างที่มีเพื่อเป็นตัวแทนของกุนซือจอมคะนองชาวอาร์เจนไตน์ ตั้งรับอย่างมีวินัย, โต้กลับอย่างชาญฉลาด, ต่อกรลำบาก และเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
 
ว่ากันถึงในเกม พวกเขาแพ้ 7 นัดหลังสุดที่เจอกับบาร์ซ่า ชัยชนะครั้งล่าสุดคือเกมที่เฉือนชนะ 1-0 ในรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีก 2014 สองปีผ่านไป นี่คืออีกหนึ่งเกมรอบก่อนรองชนะเลิศระหว่างทีมสเปนที่สนามกัลเดรอน

Atletico Madrid

นักเตะของแอตเลติโก ฉลองชัยเหนือแชมป์เก่า

1. แผนเพรสซิ่งสัมฤทธิ์ผล

บาร์ซ่าไม่เคยพลาดโอกาสทำประตูรายการนี้ตั้งแต่เกมเมื่อปี 2014 ที่ต้องยกเครดิตให้เกมรับของ "ตราหมี" บอกเลยว่าไม่ใช่แค่โชคดีที่ขุนพล ลอส กอลโชเนรอส เก็บคลีนชีทในบ้านได้ 11 จาก 12 นัดล่าสุดในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่นี่ก็ยังไม่ได้หมายความว่าเป็นผลการแข่งขันที่รัดกุม เช่นเดียวกับสามเกมล่าสุดที่เจอกับเรอัล มาดริดและบาร์ซ่า ซิเมโอเนใช้แผนกดดันสูง ซึ่งนำไปสู่ประตูแรกของเกม
 
ในระบบ 4-4-2 ใช้อองตวน กรีซมัน และยานนิค เฟร์ไรร่า การ์ราสโก้ เป็นหัวหอก ซึ่งไล่บอลเป็นบ้าเป็นหลังเมื่อบาร์ซ่ากำลังครองบอล โดยแผนการเล่นดังกล่าวสนับสนุนให้แอตเลติทุ่มแดนกลางสู้กับบาร์ซ่าในแผน 4-3-3 ได้แบบเต็มสูบ แต่แผนการเพรสซิ่งของพวกเขามีสูตรการเล่นอยู่ โดยกองกลางอย่างกาบี้และออกุสโต เฟร์นานเดซ ประกบสองแข้งจากทรีโอ้แดนกลาง, ขณะที่ปีกคนใดคนหนึ่งอย่างโกเก้หรือซาอูล หุบเข้าในเพื่อประกบอีกคนที่เหลือ ปล่อยให้ฟูลแบ็คเคลื่อนทีได้อิสระ โดยเมื่อฟูลแบ็คได้บอล แอตเลติก็สับเปลี่ยนการเคลื่อนที่ทั้งหมดเพื่อกู้คืนสมดุล
 
Atletico pressing
 
จากผลงานช่วงต้นเกม ทำให้กาบี้และออกุสโต้ดันขึ้นสูง ภายใน 5 นาที จะได้เห็นกาบี้วิ่งขึ้นประจันหน้ากับกองหลังของบาร์ซ่า ขณะที่เรียกเพื่อนร่วมทีมให้วิ่งตามไปด้วย แฟนบอลก็ทำหน้าที่ในส่วนของตัวเอง เมื่อแอตเลติต้อนบาร์ซ่าเข้ามุมและตัดการผ่านบอล ก็ปิดประตูแพ้ของพวกเขาไปได้เลย ดังนั้นจึงเป็นเวลากว่าชั่วโมงที่บาร์ซ่าสร้างสรรค์เกมไมได้และยากที่จะจัดการพาบอลเข้าสู่กรอบเขตโทษของแอตเลติ

2. ตราหมีโจมตีทางปีกสนาม

นอกจากนี้แอตเลติยังประสบความสำเร็จกับการตั้งมั่นเล่นในแนวกว้าง ต้องบอกว่ากลยุทธ์นี้ได้ผลสุดๆเพราะพวกเขาเสียเปรียบในแดนกลางโดยสิ้นเชิง และนาฬิกายังไม่ทันผ่านสามนาที เมื่อลูกครอสของฆวนฟรานไปถึงกาบี้ที่รอซัดในตำแหน่งที่พอเหมาะพอเจาะ สี่นาทีหลังจากนั้น ฟิลิเป้ หลุยส์ สวิงบอลให้กรีซมันน์ได้โหม่งเข้ามือมาร์ค-อังเดร แตร์ สเตเก้น
 
เมื่อประตูแรกมาถึงในนาทีที่ 36 เกิดขึ้นหลังจากที่แอตเลติแย่งบอลกลับมาได้ทางฝั่งขวาสนาม ก่อนที่ซาอูลจะครอสใส่พานถวายเข้าหัวกรีซมันน์โขกแบบเต็มหัว

Atletico play wide

การเคลื่อนที่ในแนวกว้างบางครั้งก็ต้องใช้กองหน้าช่วยปั้นเกม กรีซมันน์และการ์ราสโก้ประสานงานกันได้หลายครั้งในแนวลึก เพื่อระบายบอลออกตอนแย่งกลับมาได้
 
ในนาทีที่ 10 กรีซมันน์ถอยลงต่ำเพื่อรับบอลจากออกุสโต้ ขณะที่การ์ราสโก้วิ่งไปตรงช่องว่างฝั่งขวาที่ฆอร์ดี้ อัลบาประจำการณ์อยู่ กรีซมันน์ปล่อยบอลให้เขาอย่างสมบูรณ์แบบ และแม้ลูกครอสของการ์ราสโก้จะไม่เกิดผลอะไร แต่จังหวะนั้นก็เป็นตัวอย่างของความเข้าใจกันระหว่างทั้งสองคน ต่อมานาทีที่ 22 ก็มีบางอย่างที่คล้ายคลึงกันให้เห็นอีกครั้ง กรีซมันน์เห็นว่าการ์ราสโก้วิ่งผ่านเคราร์ด ปิเก้ไปทางฝั่งซ้าย มีเพียงลิโอเนล เมสซี่เท่านั้นที่เข้าไปดักได้ทัน

Atletico play wide

3. เมสซี่ก็ไม่ช่วยอะไร

น่าบังเอิญที่การเลี้ยงตะลุยอันเป็นจุดขายของเมสซี่ ซึ่งเป็นอาวุธที่จะใช้เจาะแนวรับของแอตเลติ เกิดขัดข้องในเกมนี้ แผน 4-3-3 ถูกคาดหวังเอาไว้ แต่หนึ่งในไม้เด็ดของพวกเขาค่อนข้างน่าแปลกใจ ช่วงต้นเกม เมสซี่ปักหลักทางฝั่งขวาแทนที่จะโลดแล่นไปมาด้านในระหว่างแนวสนาม
 
บางทีหลุยส์ เอ็นริเก้ อาจต้องการให้เขาหลีกเลี่ยงแดนกลางอันตีบตันที่แอตเลติลาดตระเวนอยู่ แต่บาร์ซ่าไม่ค่อยทำเกมรุกทางฝั่งของเขามากนัก และนั่นก็ใช้เวลากว่า 30 นาที ก่อนที่จะเขาจะทิ้งพื้นที่ริมสนามเข้าไปเล่นด้านในที่คุ้นชินแทน

Messi role

แต่นั่นก็ไม่ช่วยอะไร เมื่อบอลผ่านไปถึงเขาในตำแหน่งที่ได้ลุ้น ผู้เล่นของแอตเลติก็รุมตอมเขาเหมือนตัวต่อ นอกจากนี้ซิเมโอเน่ยังใช้ออกุสโต้ประกบติดเมื่อเมสซี่ขยับเข้าด้านในแบบถาวร โดยเฉพาะช่วงต้นครึ่งหลัง ออกุสโต้ลงเล่นในแนวลึกกว่ากาบี้ และยังติดหนึบกับเมสซี่แม้แอตเลติจะได้บุก ดังนั้นเขาจึงหมดโอกาสวิ่งหลุดแนวรับได้เลย เห็นได้ชัดว่ามันได้ผลอย่างยิ่ง
 
ชณะเดียวกันเมื่อผ่านครึ่งเวลาแรก นักเตะบาร์ซ่าส่วนใหญ่ก็เริ่มเคลื่อนไหวทางฝั่งขวา เพื่อเป็นการชดเชยแนวกว้างที่ขาดหายไป อย่างไรก็ตามทั้งหลุยส์ ซัวเรซ หรือตัวสำรองอย่างอาร์ด้า ตูราน ที่ได้รับการต้อนรับอย่างไม่เป็นมิตรจากบ้านเก่า ก็ต้องอาศัยจังหวะโชคช่วย เช่นเดียวกับเมสซี่ ที่ถูกจำกัดการผ่านบอลออกจากกรอบเขตโทษไปทางด้านข้าง จากความพยายามทำประตูทั้งสามครั้งของเขา ถูกบล็อคไปหนึ่ง และอีกสองจากจังหวะฟรีคิกก็ไม่เข้ากรอบ ตัวรุกชาวอาร์เจนไตน์เท้าบอดไม่มีชื่อเป็นทั้งผู้ทำสกอร์และแอสซิสต์นานกว่า 452 นาทีเข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นผลงานที่แย่ที่สุดในรอบ 6 ปี

Messi role

4. กองหน้าก็ต้องเล่นเกมรับ

อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เมสซี่เงียบกริบคือรูปทรงการตั้งรับของแอตเลติ การกดดันสูงของพวกเขาไม่เคยจะทำให้บาร์ซ่าออกไปพ้นทางโดนสิ้นเชิง และดังนั้นซิเมโอเน่จึงรักษาโครงสร้างไว้โดยการทิ้งกองหน้าไว้นอกกรอบเขตโทษสองคนอีกด้วย

ทั้งคู่ต่างก็ทำหน้าที่ได้อย่างน่ากลัว จนมาถึงช่วงท้ายเกมนาทีที่ 81 กรีซมันน์ยังคงมีแรงวิ่งไปแย่งบอลอันเดรส อิเนียสต้า จากฝั่งสนามของเขา แสดงให้เห็นถึงความขยันของทีมซึ่งแอตเลติมีระยะทางการวิ่งมากกว่าบาร์ซ่าถึง 12 กิโลเมตร 

Atletico strikers

5. ของแสลงเวทียุโรป

ในช่วง 30 นาทีสุดท้ายที่ซาอูลซัดชนคานอย่างจัง และกรีซมันน์ก็ยิงให้แตร์ สเตเก้นได้ออกแรงเซฟ ซิเมโอเนเห็นว่าการเพรสซิ่งเริ่มไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนไปใช้แผน 4-5-1 แต่ เอล โชโล่ ยังคงบอกใบ้ว่าการตั้งรับลึกช่วงท้ายเกม ไม่ใช่ส่วนหนึ่งในแผน "ในครึ่งแรก เกมเป็นเหมือนที่เราต้องการ" เขากล่าว "ในครึ่งหลัง มันยิ่งเข้าใกล้สิ่งที่เราต้องการมากไปอีก"
 
บาร์ซ่ายังคงมีโอกาสบ้าง การผ่านบอลหลายครั้งทะลุผ่านฟูลแบ็คไป ขณะที่เนย์มาร์และเมสซี่ก็ปักหลักตรงกลางมากขึ้น และถูกรายล้อมด้วยผู้เล่นของแอตเลติ ซัวเรซยิงตรงตัวโอบลัคสองครั้ง แต่นอกเหนือจากนั้น แอตเลติก็โหม่งและเตะทุกอย่างที่เข้าไปหาทิ้งหมด ไม่มีหลายทีมนักที่มีความสามารถคล้ายๆกันในการยืนหยัดรับความกดดันภายในพื้นที่สุดท้าย โดยไม่เคลียร์ทิ้งแบบส่งๆมากนัก

Atletico defending

แค่นาทีเดียวก่อนหมดเวลา ฟิลิเป้ หลุยส์ ก็เรียกจุดโทษให้ทีม ซึ่งกรีซมันน์ก็รับหน้าที่สั่งหารไม่พลาด และบาร์ซ่าก็น่าได้ลูกจุดโทษเช่นกัน แต่แอตเลติคู่ควรกับชัยชนะแล้ว "เราครองเกมได้แต่ไม่มีโอกาสคุกคามมากนัก" เอ็นริเก้ กล่าว พร้อมยอมรับอีกว่าบาร์ซ่าไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด
 
นี่เป็นแค่ครั้งที่สองจาก 9 ซีซั่นล่าสุดที่ยอดทีมจากแคว้นกาตาลันพลาดโอกาสเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ และทั้งสองครั้งที่ว่า ก็เป็นชัยชนะของแอตเลติ