Interviews

เอกนิษฐ์ ปัญญา... เด็กระเบิดจากแดนล้านนา

เอกนิษญ์ ปัญญา เพิ่งโชว์ฟอร์มอันร้อนแรงให้กับทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 18 ปี คว้าแชมป์อาเซียน ที่ประเทศเมียนมา โดยเขารับบททำประตูขึ้นนำให้ไทยในรอบชิงชนะเลิศ... 

We are part of The Trust Project What is it?

อย่างไรก็ตาม...ความจริงแล้วหากย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน เขา คือ เด็กน้อยผู้ที่จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไทยลีก ด้วยการทำประตูได้ทั้งที่มีอายุเพียง 15 ปี กับอีก 362 วัน!... นี่ คือ เรื่องราวชีวิตลูกหนังของเขา ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ร้านก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะมาสวมบทเป็นฮีโร่ให้ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 18 ปี 

จุดกำเนิดเริ่มที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแม่อนงค์

วันที่ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1999 “บุ๊ค-เอกนิษฐ์” ลืมตาดูโลกในครอบครัว “ปัญญา” ที่มี นาย เสกสรรค์ และนางอนงค์ 2 คู่สามี-ภรรยา เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวธรรมดาๆร้านหนึ่ง ที่ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย... เขาเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของครอบครัว ด้วยความที่ไม่มีพี่น้อง... ทำให้คุณติดทั้งพ่อ-แม่ เป็นพิเศษ

ภายในร้านก๋วยเตี๋ยว ที่เขาเกิดและเติบโตมาในครอบครัว "ปัญญา"

ตั้งแต่เด็กเขาช่วยเป็นลูกมือพ่อ-แม่ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวแม่อนงค์ สถานที่ที่เป็นบ้านพักของเขา และครอบครัวตั้งแต่เกิด... แต่ด้วยความที่ นาย เสกสรรค์ ปัญญา คุณพ่อของเขา มีดีกรีเป็นถึง นักฟุตบอลระดับอำเภอพญาเม็งราย ทำให้ เอกนิษฐ์ อยากจะไปมีส่วนร่วมกับคุณพ่อยามลงเล่น เสมอๆ...ตั้งแต่วัยเพียง 7 ปี เขามักตามคุณพ่อเดินทางไปแข่งขันฟุตบอลระดับอำเภออยู่บ่อยครั้ง เป็นที่มาของการซึมซับความคลั่งไคล้เกมลูกหนังในสายเลือด

“ผมเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง แต่ก็สนิทกับคุณพ่อและคุณแม่ เท่าๆกัน แต่เวลาคุณพ่อ ไปเตะฟุตบอล ผมมักขอให้คุณพ่อพาผมไปด้วย” เอกนิษฐ์ เริ่มเล่าให้ FFT TH ฟัง

ยิ่งตามพ่อไป...ใจมันก็ยิ่งหลงรักเกมลูกหนัง... เอกนิษฐ์ เริ่มเล่นฟุตบอลเดินสาย ตั้งแต่ 9 ขวบ โดยมีคุณพ่อคอยรับ-ส่งไปแข่งขัน เขาเริ่มแบกน้ำหนักเล่นกับเด็กที่อายุมากกว่าตั้งแต่ตอนนั้น เด็กส่วนใหญ่ที่เขาเผชิญหน้าด้วยมักมีอายุมากกว่าเขา 2 – 3 ปี แต่เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาแค่ต้องการเล่น เพื่อตอบสนองความสนุกสนานของเด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น...

“ตอนเริ่มเล่นแรกๆ ผมเล่นเป็นกองหน้า ผมจำได้ว่าส่วนใหญ่ที่เล่นจะอายุประมาณ 12 ปีกัน ซึ่งผมก็น่าจะอายุน้อยที่สุด แต่มีเกมนึงผมยิงได้ 6 ประตูเลยใน 1 เกม” เอกนิษฐ์ เผย

คุณพ่อเสกสรรค์ มักตื่นมาดูฟุตบอลกลางดึก...ไอ้หนูวัย 9 ขวบคนนี้ก็ไม่ยอมแพ้ ขอพ่อตื่นมาดูบ้าง และในคืนกลางดึกวันที่ 6 พฤษภาคม 2009… เอกนิษฐ์ ปัญญา ก็พบกับฮีโร่ คนแรกในชีวิตของเขาที่ชั้นล่างของร้านก๋วยเตี๋ยว

อีเนียสต้า ปรมาจารย์ด้านฟุตบอล

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ฤดูกาล 2008/2009 มี 2 ทีมดังระดับโลก ลงชิงชัยที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ หวังก้าวไปสู่รอบชิงดำ นั่น คือ เชลซี จากอังกฤษ กับ บาร์เซโลน่า จากสเปน และด้วยความอยากดูฟุตบอล (ตามคุณพ่อ) เอกนิษฐ์ ปัญญา จึงขอให้คุณพ่อปลุกเขาขึ้นมาชมเกมการแข่งขันพร้อมๆกัน แม้จะไม่รู้จักนักฟุตบอลคนไหนเป็นพิเศษ แต่แข้งจอมคลาสสิคชาวสแปนิช ก็เล่นได้อย่างถูกอกถูกใจ...และวินาทีสุดประทับใจแบบสุดพีคก็เกิดขึ้นตอนช่วงทดเจ็บ เมื่อ อันเดรส อิเนียสต้า ปั่นสุดสวยเป็นประตูให้ยอดทีมจากแคว้นกาตาลันตีเสมอเป็น 1-1 ช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบชิงด้วยกฎอะเวย์โกล... จากนั้นมาเขาจึงมี อิเนียสต้า เป็นไอดอล ที่คอยยึดถือแบบอย่างการเล่นแบบง่ายๆ การจ่ายบอลทะลุช่อง

อันเดรส อิเนียสต้า มิดฟิลด์บาร์เซโลน่า คือ กองกลางที่เขาชื่นชอบ และโปรดปราน

“ความจริงผมไม่ได้ชอบบาร์เซโลน่า ตอนนี้ก็ยังไม่ชอบ เพราะจริงๆแล้วผมเป็นแฟนแมนฯยู แต่พ่อผมเป็นแฟน แมนฯซิตี้ ... ตอนเด็กๆ ผมจะชอบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มากกว่า ซึ่งสมัยนั้นยังอยู่แมนฯยู แต่ระยะหลังผมชอบ อิเนียสต้า โดยเฉพาะช่วงหลังที่ถูกจับมาเล่นกองกลาง ผมก็ยิ่งดูและศึกษาการเล่นของเขามากยิ่งขึ้น” บุ๊ค-เอกนิษฐ์ กล่าวกับ FFT TH

ในช่วงเวลาเดียวกันนั่นเอง... เอกนิษฐ์ ไม่ได้มีฮีโร่แค่จากสเปน และอังกฤษ เพราะ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมบ้านเกิด เริ่มมีผลงานที่ดีในดิวิชั่น 2 และในวันที่เขาได้เข้าไปชมเกมที่ อบจ. เชียงราย วัชรกร ไกลถิ่น... คือ ดาวเด่นขณะนั้น ที่สำคัญเขายิงประตูได้ต่อหน้าเด็กน้อยคนนี้

“ตอนนั้นเป็นครั้งแรกๆ ที่พ่อพาผมไปดูทีมเชียงราย ยูไนเต็ด... บ้านผมคนเชียงรายแท้ๆ ทั้งบ้าน ก็ต้องเป็นแฟนบอลทีมนี้ วันนั้นไปดูเกมที่ อบจ. เชียงราย ผมเองจำไม่ได้เหมือนกันว่าเจอทีมอะไร รู้แต่ว่า พี่เบิร์ด (วัชรกร ไกลถิ่น) ยิงประตูได้ ผมชอบสไตล์การเล่นของพี่เขา รวดเร็ว แต่ก็ฉลาด ยิงได้คม แถมสมัยนั้นผมยังเล่นกองหน้าอยู่ด้วย” แข้งวัยย่าง 16 ปี กล่าว

คลีนิคฟุตบอล และ “โค้ชโจ”

หลังจากที่เขาเริ่มเล่นฟุตบอลเดินสาย ก็เล่นให้ทีมโรงเรียนอนุบาลพญาเม็งรายไปพร้อมๆ กัน และเมื่อตอนที่เขาอยู่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หรืออายุได้ประมาณ 12 ปี เขาก็ได้พบความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่...เมื่อ เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งได้เปิดคลีนิคฝึกสอนฟุตบอล

สมัยที่ยังเพิ่งเริ่มเข้าสู่อะคาเดมี่ของเชียงราย

มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้สัมผัสกับนักฟุตบอลของทีม “กว่างโซ้งมหาภัย” แบบใกล้ชิดจริงๆ ทั้ง ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ซึ่งขณะนั้นรับบทเป็นกัปตันทีม, วสันต์ นาทะสัน ดาวยิงประจำทีม, รัฐพล อัฐวงศ์ ที่ปัจจุบันย้ายไปเล่นให้กับ โอสถสภา ตลอดจน เลอันโดร อัสสัมเซา กองหน้าความเร็วสูงชาวบราซิลเลี่ยน...

“ตอนนั้นผมก็ตื่นเต้นมาก ประทับใจกับพวกพี่ๆนักเตะ ผมไล่ขอลายเซ็นครบทุกคนเลย และกับพี่โจ (ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น) ก็เป็นมิตรกับเด็กๆดีมาก” เอกนิษฐ์ เล่าแบบยิ้มๆ ถึงความรู้สึกนึกคิดสมัยเด็ก

และอีก 2 ปีถัดมา... ชีวิตเขาเกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ เชียงราย ยูไนเต็ด เปิดคัดเด็กเยาวชนเข้าร่วมทีมสโมสร โดยตัวเขาเป็น 1 ใน 30 คน ที่ติดในรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี... และโชคดีนักที่อีกแค่ 2 ปีถัดมา เขากลับเป็นตัวเลือกเพียงหนึ่งเดียวจากบอร์ดบริหาร ที่ถูกจับขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเชียงราย ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชโจ” อดีตกัปตันทีมที่เขาเคยสุดแสนประทับใจจากการพบกันครั้งแรกที่คลีนิคสมัยที่ยังเป็นนักเตะ 

-ติดตามการกลับมาพบกันของ เอกนิษฐ์ และ โค้ชโจ ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น อีกครั้งในหน้าถัดไป-