พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม อนุสรณ์สถาน 100 ปีทีมชาติไทย

FFT เดินทางย้อนประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งชาติไทยที่พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลสยาม

เมื่อย่างเท้าเข้าสู่เขตรั้วอันร่มรื่นของพระราชวังสนามจันทร์ หนึ่งในสิ่งแรกที่จะมองเห็นคือป้าย 100 ปีทีมชาติไทย ที่ติดตั้งอยู่บนถนนที่นำไปสู่อาคารสองชั้นขนาดกระทัดรัด มีป้ายหน้าอาคารระบุนาม "พระตำหนักทับแก้ว"

พระรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระบิดาแห่งฟุตบอลไทย

พระรูปจำลองพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระบิดาแห่งฟุตบอลไทย

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้นในปี 2450 ตั้งแต่ครั้งพระองค์ดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธราชสยามมกุฎราชกุมาร

พระตำหนักทับแก้วแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับในฤดูหนาวที่การออกแบบเลียนอย่างบ้านเรือนตะวันตก โดยมีเตาผิงเหล็กกล้า มีเตาสำหรับอุ่นอาหาร และมีปล่องไฟภายในอาคาร  ในปัจจุบันสำนักพระราชวัง อนุญาตให้สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ดำเนินการจัดแสดงเป็น "พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม" เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ในพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมกีฬาฟุตบอลในสยามประเทศ

กำเนิดฟุตบอลเมืองสยาม

ตามคำบอกเล่าของคุณจิรัฏฐ์ จันทะเสน ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยามถึงเรื่องกำเนิดฟุตบอลไทย ได้ความว่า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ซึ่งเมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นพระบรมโอรสาธิราชมกุฎราชกุมาร เคยทรงศึกษา ณ ประเทศอังกฤษและทรงโปรดกีฬาฟุตบอล ได้ทรงโปรดเกล้าฯ ก่อตั้ง "คณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม" ซึ่งเป็นทีมชาติชุดแรกของสยามประเทศ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2458 ณ สนามสามัคอาจารย์สมาคม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่เดิมของโรงเรียนสวนกุลาบวิทยาลัย เพื่อให้นักเตะของคณะฟุตบอลสำหรับชาติสยามเหล่านี้เป็นตัวแทนของชาติลงแข่งขันฟุตบอลกับทีมสปอร์ตคลับซึ่งเป็นทีมรวมนักฟุตบอลชาวเมืองยุโรป ในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2458 โดยการแข่งขันนัดดังกล่าวนับเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมชาติไทย

และยังทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทาน "ตราพระมหามงกุฎ" ให้เป็นเกียรติยศการรักชาติบนหน้าอกเสื้อเบื้องซ้ายของนักเลงฟุตบอลเมืองสยาม

ตราพระมหามงกุฏ เกียรติยศแห่งการรักชาติบนอกเสื้อเบื้องซ้ายของนักเลงฟุตบอลชาวสยาม

ตราพระมหามงกุฏ เกียรติยศแห่งการรักชาติบนอกเสื้อเบื้องซ้ายของนักเลงฟุตบอลชาวสยาม

ในระหว่างรัชสมัยของ "พระบิดาแห่งฟุตบอลสยาม" พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นั้น ทีมชาติสยามจะใส่เสื้อสีแดงคาดขาว และมี “ตราพระมหามงกุฎ" ติดอยู่ที่อกเสื้อด้านซ้าย โดยการลงแข่งขันในนามทีมชาติของนักเลงลูกหนังชาวสยามสมัยนั้น ผลปรากฎว่าคณะฟุตบอลสยามไม่เคยปราชัยให้แก่ชนชาวต่างชาติ แม้แต่นัดเดียว

นับจากวันนี้เพียงไม่ถึง 7 เดือน จะเป็นวันครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งทีมฟุตบอลชาติไทย  

พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม

ย้อนหลังไปเมื่อปี 2546 คณะบุคคลซึ่งประกอบไปด้วยอดีตผู้บริหารสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, นักฟุตบอลทีมชาติไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน นักข่าวและนักประวัติศาสตร์ฟุตบอล พร้อมด้วยแฟนฟุตบอลกลุ่มหนึ่งที่เล็งเห็นความสำคัญของเรื่องราว ตำนานและประวัติศาสตร์ของวงการลูกหนังเมืองสยามย้อนหลังไปถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ได้ร่วมมือกันก่อตั้งสมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย เมื่อปี 2546 และต่อมาได้รวมรวบสิ่งของ ข้อมูลและบันทึกประวัติศาสตร์ฟุตบอลมาไว้ ณ พระตำหนักทับแก้ว พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในฐานะดินแดนแห่งการแข่งขันฟุตบอลถ้วยทองนักรบ (พ.ศ. 2459-2468) 

สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย องค์กรที่รวบรวมข้อมูลล้ำค่าประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย

สมาคมประวัติศาสตร์ฟุตบอลแห่งประเทศไทย องค์กรที่รวบรวมข้อมูลล้ำค่าประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย

และเพียง 2 ปีหลังจากการก่อตั้งสมาคมฯ พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม จึงได้เริ่มเปิดดำเนินการจัดแสดงประวัติศาสตร์ฟุตบอลเป็นครั้งแรกในปี 2548 ณ พระตำหนักทับแก้วอย่างสมพระเกียรติสำหรับกีฬาที่ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เป็นจุดเริ่มต้น "หมากเตะ" ของชนชาวสยาม

มรดกฟุตบอล

มนต์ขลังฟุตบอลแห่งสยามประเทศ ถูกจัดแสดงผ่านสิ่งของชิ้นประวัติศาสตร์ไว้ให้ชื่นชมนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์คณะฟุตบอลแห่งสยาม 

ที่น่าตื่นตาตื่นใจก็คือชั้นบนขององค์พระตำหนักทับแก้ว มีการรวมรวบภาพถ่ายประวัติศาสตร์ เอกสารสิ่งพิมพ์ ถ้วยรางวัลและเหรียญรางวัลอันเป็นเกียรติภูมิและเกียรติประวัติของ "นักเลงฟุตบอลแห่งสยามประเทศ" ไว้ด้วยกัน 

ห้องโถงชั้นบนของพระตำหนักทับแก้ว จัดเป็นส่วนจัดแสดงประวัติศาสตร์ "ยุคทองของฟุตบอลเมืองสยาม"

ห้องโถงชั้นบนของพระตำหนักทับแก้ว จัดเป็นส่วนจัดแสดงประวัติศาสตร์ "ยุคทองของฟุตบอลเมืองสยาม"

ในห้องโถงใหญ่เหนือเตาผิงเหล็กกล้า มีแผ่นหินอ่อนสีขาวเป็นภาพของรัชกาลที่ 5 คล้ายเขียนด้วยดินสอสีดำ สันนิษฐานว่าเป็นภาพฝีพระหัตถ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6

ผู้เข้าชมจะเห็นภาพวาดฝีพระหัตถ์ฝีพระหัตถ์ของรัชกาลที่ 6 เป็นภาพล้อการแข่งขันฟุตบอล และนอกจากพระองค์ซึ่งทรงโปรดปรานกีฬาฟุตบอล ยังเขียนบันทึกวิเคราะห์การซ้อมและการแข่งขันไว้ด้วยลายหัตถ์ของพระองค์เองด้วย นับว่าพระบิดาของฟุตบอลไทย ยังทรงเป็นคอลัมนิสต์ฟุตบอลพระองค์แรกด้วย

ห้องจัดแสดงนิทรรศการที่ชั้นบนทั้ง 4 ห้อง เต็มไปด้วยภาพถ่ายกว่า 100 ภาพตั้งแต่สมัยที่เรียกกันว่า "ยุคทองของฟุตบอลเมืองสยาม" (พ.ศ. 2453-2468) ที่ผู้เข้าชมจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปสัมผัสประวัติศาสตร์ลูกหนังไทยโดยมีคุณจิรัฏฐ์ จันทะเสน เป็นผู้บรรยายประวัติของแต่ละภาพ แต่ละบุคคล และให้ข้อมูลสิ่งของแต่ละชิ้น 

ภาพแรกของ "คณะฟุตบอลแห่งสยาม" ในเสื้อสีแดงคาดขาว และมี “ตราพระมหามงกุฎ" ติดอยู่ที่อกเสื้อด้านซ้าย ซึ่งเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์ชิ้นแรกๆ ของฟุตบอลเมืองสยาม 

"คณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม" ทีมฟุตบอลชาติไทยชุดแรกในเสื้อตราพระมหามงกุฏ

"คณะฟุตบอลสำหรับชาติสยาม" ทีมฟุตบอลชาติไทยชุดแรกในเสื้อตราพระมหามงกุฏ

นอกจากจะได้อิ่มเอมกับการชื่นชมประวัติศาสตร์และต้นกำเนิดของฟุตบอลแห่งประเทศสยาม และได้รับข้อมูลที่อาจไม่เคยได้ทราบมาก่อน ซึ่งคุณจิรัฏฐ์และคณะได้ใช้ความพยายามค้นคว้าและเก็บรวบรวมมาเป็นเวลานานกว่าทศวรรษ ที่พิพิธภัณฑ์ฟุตบอลคณะฟุตบอลแห่งชาติสยาม ยังเป็นสถานที่ตั้งแสดงถ้วยพระราชทานควีนส์คัพซึ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่น่าภาคภูมิใจ 

อีกห้องหนึ่งจะมีการจัดแสดงของที่ระลึก เช่น พวงกุญแจที่ระลึกจากสโมสรต่างๆ ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกก่อตั้ง บางชิ้นที่หายากและไม่มีผลิตหรือจำหน่ายอีกแล้วก็ถูกเก็บรักษาไว้ที่นี่ เสื้อฟุตบอลระดับสโมสรจากหลากหลายทีมที่แฟนฟุตบอลและกลุ่มบุคคลต่างๆ มอบให้กับพิพิธภัณฑ์ ซึ่งมีจำนวนมหาศาลชนิดที่หากนำมาใส่กรอบและจัดแสดงแล้วก็คงจะต้องใช้พื้นที่จัดแสดงค่อนข้างมากเลยทีเดียว

Topics