ปิดตำนาน : รวมสโมสรไทยลีกที่หายสาบสูญ ตอนที่ 2

ภาคต่อของการล่มสลายของทีมลูกหนังเมืองไทย อาทิ สินธนา, ตำรวจ, องค์การโทรศัพท์, ตลาดหลักทรัพย์, โอสถสภา ไปจนถึงล่าสุดอย่าง บีบีซียู อะไรคือสาเหตุที่ทำให้ทีมระดับตำนานเหล่านี้สูญหายไปกับบอลไทยยุคใหม่

ตลาดหลักทรัพย์ - อาร์แบค (1992 - 2016)

ก่อนที่บอลไทยจะมีการลงทุนมหาศาลอย่างเช่นปัจจุบัน ต้นแบบของเจ้าบุญทุ่มไทยลีก มีจุดกำเนิดมาจากสโมสรแห่งนี้ ที่มีแนวคิดการทำทีมฉีกแปลก และเปลี่ยนแปลงลีกไทยไปตลอดกาล

ทีมตลาดหลักทรัพย์ ถือกำเนิดขึ้นในปี 1992 จากแนวคิดสุดโต่งของ เสรี จินตนเสรี กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และอดีตนักแบตมินตันทีมชาติไทย ที่วางโปรเจกต์บันได 4 ขั้น ไต่จากถ้วย ง. สู่ ถ้วย ก. ภายในเวลา 4 ปี ด้วยเงื่อนไขสุดท้าทาย  “ถ้าปีไหนไม่ได้เลื่อนชั้น ยุบทีมทิ้ง”

การฟอร์มทีม เริ่มต้นจากกระดมทุนจากเหล่าโบรกเกอร์ ที่เคยทำทีมฟุตบอลสมัครเล่น มาแข่งภายในลีกย่อมๆของ ตลาดหลักทรัพย์ ได้ถึง 45 ทีม มีงบก้อนโตถึง 7 ล้านบาทในการทำทีมลุยถ้วย ง. ซึ่งเป็นงบประมาณที่ไม่มีทีมไหนในทีม ถ้วย ง. บ้าลงทุนสูงขนาดนี้

จากนั้นก็ได้ ชลิต มาเปี่ยม มาเป็นผู้จัดการทีม ดึง อ.อาจหาญ ทรงทรัพย์งาม กุนซือมากประสบการณ์มาร่วมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย พร้อมกับเหมาแพ็คนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีจาก โรงเรียนพณิชยการราชดำเนิน, มหาวิทยาธรรมศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรจน์ประสานมิตร นำมาโดย เทิดศักดิ์ ใจมั่น, สุรศักดิ์ ใจมั่น, วิมล จันทร์คำ, ธร สรระภูมิ ซึ่งทั้งหมดต่อมาได้กลายเป็น กุนซือทั้งระดับบอลลีก และบอลนักเรียน โดยมีนักเตะจอมเก๋าระดับ ถ้วย ก.เพียงคนเดียวอย่าง ศิริศักดิ์ แย้มแสง จาก ธ.กรุงเทพ

แผนบันได 4 ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ประสบความสำเร็จตามเป้า ไม่ใช่แค่ 4 ปีเลื่อนชั้น จากถ้วย ง. มาสู่ถ้วย ก. แต่พวกเขาเลื่อนชั้นแบบได้มีแชมป์ติดมือทุกปี (แชมป์ ถ้วย ง. ค. ข.) แถมยังกล้าทุ่มเงินมหาศาล ดึงดาวเตะดีกรีทีมชาติไทยอย่าง อรรถพล บุษปาคม, สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ มาร่วมทีม ตั้งแต่ยังอยู่ ถ้วย ข. (เริ่มทาบทามตัวตั้งแต่ ถ้วย ค.) รวมถึงยังกล้าจ้างนักเตะต่างชาติค่าเหนื่อย 2-3 แสนบาท และให้เงินเดือนแข้งไทยระดับสตาร์ ตกเดือนละ 2-3 หมื่นบาท ซึ่งเหนือทีมอื่นที่ได้จ่ายได้แค่หลักพันเท่านั้น (เทียบจากราคาทองปีนั้น ยังอยู่ที่ราวๆ บาทละ 4,700 บาท)

หลังจากเข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้าย ถ้วย ก. ในปี 1995 ฤดูกาลต่อมา ได้มีการถือกำเนิดขึ้น ของฟุตบอลลีกอาชีพเมืองไทย อย่าง ไทยลีก โดย ตลาดหลักทรัพย์ เป็นหนึ่งในทีมเต็ง ที่มีโอกาสเบียดลุ้นแชมป์ ด้วยขุมกำลังเดิม พร้อมกับเพิ่มเติมด้วยแข้งใหม่ดาวดังทั้ง พิทยา สันตะวงศ์, ชุมพล สีน้ำเงิน, พัทยา เปี่ยมคุ้ม, พิเชษฐ์ เพียรซ้าย รวมถึงดาวรุ่งในถ้วยควีนส์คัพ ทั้ง พีรทรรศน์ โพธิ์เรือนดี, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค และ นิรุตน์ สุระเสียง ที่ถูกดันขึ้นสู่ชุดใหญ่

ตลาดหลักทรัพย์ กลายเป็นอีกยอดทีมในไทยลีก ฉบับปฐมฤกษ์ โดยจบซีซั่น ด้วยอันดับ 3 ของตาราง ได้สิทธิเข้ามาเล่นรอบเพลย์ออฟลุ้นแชมป์ นัดแรก พบกับ ธ.กสิกรไทย รองจ่าฝูง เจ้าของแชมป์เอเชีย 2 สมัยและ แอฟโร่-เอเชียน คลับฯ และเบียดเอาชนะได้ ก่อนจะมาพ่ายนัดชิงต่อ ธ.กรุงเทพ ที่มี วิทยา เลาหกุล คุมทัพ

แม้จะทำผลงานได้อย่างสุดยอด ด้วยตำแหน่ง รองแชมป์ไทยลีกซีซั่นแรก แต่ในปี 1997 “ทีมเจ้าบุญทุ่ม” อยาง ตลาดหลักทรัพย์ฯ กลับถูกวิกฤตต้มยำกุ้งเล่นงานอย่างหนัก จนต้องประกาศขายทีม และมี 2 กลุ่มที่สนใจได้แก่ บุญรอดเบเวอรี่ กับ กรุงเทพมหานคร ก่อนที่จะตัดสินใจขายสิทธิให้กับ กทม. พร้อมกับการย้ายออกไปของบรรดาแข้งตัวหลัก

ทีมกรุงเทพมหานคร ยืนหยัดอยู่บนไทยลีกได้อีก 4 ฤดูกาล ในปี 2002 ได้เปิดทางให้ ม.รัตนบัณฑิต เข้ามาบริหารทีม โดยใช้ชื่อว่า “รัตนบัณฑิต-กทม.” จบอันดับ 12 ของตาราง ร่วงตกชั้นสู่ดิวิชั่น 1 และหลังจากนั้นสิทธิก็ตกเป็นของ อาร์แบค รับไปดูแลอย่างเต็มตัว

อาร์แบค วนเวียนอยู่ลีกล่าง ดิวิชั่น 1 ถึง 5 ฤดูกาล และตกชั้นสู่ดิวิชั่น 2 ในปี 2010 จากนั้นอีก 2 ปี ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น อาร์แบค บีอีซี เทโรฯ เป็นสโมสรที่คอยบ่มเพาะ นักเตะดาวรุ่งจากบีอีซี เทโรศาสน อาทิ ธนบูรณ์ เกษารัตน์, เจนรบ สำเภาดี, จาตุรงค์ พิมพ์คูณ, ศนุกรานต์ ถิ่นจอม เป็นต้น ต่อมาได้กลับมาแข่งในนาม อาร์แบค เอฟซี ในปี 2015

ก่อนที่จะได้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เข้ามาบริหารทีม และเปลี่ยนชื่อเป็น ราชบุรี มิตรผล อาร์แบค ในฤดูกาล 2016 กระทั่งโตโยต้า ไทยลีก 2017 ได้เปิดโอกาสให้ส่งทีมสำรองได้ ราชบุรี จึงยกทีมงานนักบอลและสตาฟฟ์โค้ชจากเดิมที่สนับสนุนอาร์แบค กลับมาทำทีมราชบุรี ชุด บี  ด้วยตัวเอง และกลายเป็นฉากสุดท้ายของ สโมสรที่มีรากเหง้าจากทีมตลาดหลักทรัพย์

สิ่งที่ ตลาดหลักทรัพย์ เข้ามาพลิกวงการลูกหนังไทยนั้น คงเป็นเรื่องของการลงทุน ที่กล้าจ้าง กล้าทุ่ม ทำให้มูลค่าของนักเตะไทยสูงขึ้น และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกทีมต่างตื่นตัวในเรื่องของการลงทุนและการจ้างนักบอล หลังจาก ตลาดหลักทรัพย์แสดงให้เห็นว่า หากคุณคิดจะลงทุนอย่างจริงจัง ทีมก็มีโอกาสสามารถที่ประสบความสำเร็จได้ อย่างที่ ตลาดหลักทรัพย์เคยเดิมพัน “4 ปี บันได้ 4 ขั้น ไม่เลื่อนชั้นยุบทีม” และก้าวขึ้นมาเขย่าไทยลีกในระยะเวลาอันสั้น

Pages