ศฤงคาร พรหมสุภะ : ดาวเตะไร้(เงินซื้อ)สตั๊ดสู่ปราการหลังดาวรุ่ง "ช้างศึก"

นี่คือปราการหลังดาวรุ่งผู้เป็นกำลังสำคัญแห่งทัพช้างศึกยู19 และระยอง เอฟซี ทีมในไทยลีก 2 ผู้ก้าวขึ้นมาเป็นความหวังของทีมในวัยเพียง 18 ปี  

ระยอง เอฟซี อาจเป็นเพียงสโมสรเล็กๆในไทยลีก 2 (ดิวิชั่น 1 เดิม) และไม่ได้มีสตาร์ดังประดับทีม แต่พวกเขาก็มีอะคาเดมี่เป็นของตัวเองเพื่อปั้นแข้งดาวรุ่งขึ้นมาสู่ชุดใหญ่ในอนาคต

ศฤงคาร พรหมสุภะ คือผลผลิตหนึ่งเดียวของ “ม้านิลมังกร” ที่ประสบความสำเร็จในระดับชาติ พร้อมๆกับฝีเท้ายอดเยี่ยมที่ทำให้เขาเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่ ระยอง จะขาดไม่ได้เด็ดขาดทั้งที่วัยเพียง 18 ปี เท่านั้น แต่เขาเป็นใคร? มาจากไหน? ฝีเท้าเป็นอย่างไร? โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ ขอพาทุกท่านไปรู้จักเขาแบบเจาะลึกทุกซอกทุกมุม

เรื่องเล่า 60 วินาที

หนุ่มน้อยจากจังหวัดศรีสะเกษผู้ใช้ชีวิตเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไปในวัยเด็กตามชุมชนต่างจังหวัด ยามว่าง เหน่ง-ศฤงคาร พรมสุภะ มักออกไปเหวี่ยงแหหาปลาเล่นกับเพื่อนๆหรือเดินเล่นตามเถียงนา เพราะพ่อแม่ประกอบอาชีพทำนา และเกษตรกรรม โดยมีพี่ชายอีกสองคนที่ต่างชื่นชอบฟุตบอลเช่นกัน

เหน่ง เริ่มเตะฟุตบอลกับเพื่อนในชุมชน ก่อนจะหลงใหลเกมลูกหนัง และเริ่มเตะอย่างจริงจังช่วงป.4 ที่เรียนโรงเรียนบ้านขนุน(วันธรรมศาสตร์ศรีสะเกษ 2515) ซึ่งพี่ชายของเขาทั้งสองได้เรียนที่นี่ด้วย โดยเวลานั้นทั้งคู่ได้เป็นนักฟุตบอลตัวโรงเรียน ก่อนที่ในเวลาต่อมา ศฤงคาร จะติดทีมโรงเรียนตามพี่ทั้งสองไป แต่หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่สอง...เขาและครอบครัวต้องย้ายจากบ้านเกิด เนื่องจากมีปัญหาการเงินจนต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่จังหวัดระยอง แต่นั่นก็ทำให้ชีวิตของ "เหน่ง" เริ่มเข้าสู่ถนนสายลูกหนังเต็มตัว เพราะหลังย้ายมาเข้าเรียนที่โรงเรียนปลวกแดงวิทยาคม เขาได้เป็นนักฟุตบอลเป็นตัวแทนไปแข่งขันหลายรายการทั้ง เอสซีจี เคมิคอลส์ ลีกเยาวชน 15 ปี, ปตท.คัพ โดยเฉพาะรายการกีฬานักเรียนนักศึกษาที่ฝีเท้าเกิดไปเตะตาทีมงานสโมสรระยอง เอฟซี คนหนึ่งจึงเรียกให้ไปลองคัดโค้กคัพ ในปี 2015 ก่อนจะติดเป็นนักเตะเยาวชน ระยอง เอฟซี ไปลุยศึกโค้ก คัพ ได้สำเร็จ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อผลงานย่ำแย่แพ้รวด 3 นัด อย่างไรก็ตามด้วยฝีเท้าที่ไม่ธรรมดาของ เหน่ง ระยอง เอฟซี จึงจับเขาเซ็นสัญญามาร่วมทีมในท้ายที่สุด

ประวัติพอสังเขป

  • ชื่อ : ศฤงคาร พรหมสุภะ
  • เกิดวันที่ : 29 มีนาคม 1997
  • ส่วนสูง : 175 เซนติเมตร
  • ตำแหน่ง : กองหลัง
  • ต้นสังกัด : ระยอง เอฟซี
  • ภูมิลำเนา : หมู่บ้านบ้านขนุน ตำบล โสน อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

หลังได้รับสัญญา ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปเพราะต้องเดินทางด้วยรถมอเตอร์ไซค์จากอำเภอปลวกแดงมาซ้อมที่สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง เป็นระยะทางกว่า 30 กิโลเมตร ทุกๆวัน ก่อนที่ "โค้ชชู" ชูศักดิ์ ศรีภูมิ จะเรียกเขาให้มาอยู่แคมป์เก็บตัวใกล้ๆสนาม ต่อมาหลังลงเล่นดิวิชั่น 1 จนถึงช่วงก่อนปิดเลกสอง โค้ชชู แนะนำให้เขาไปคัดตัวกับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ซึ่งเขาเองไม่เคยคิดว่าจะติด เพราะเวลานั้นเพิ่งถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ไม่นาน อย่างไรก็ตามเขาลองทำตามคำแนะนำของ โค้ชชู โดยเดินทางเข้าเมืองหลวงพร้อมเพื่อนอีก 3 คน เพื่อเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ในระดับที่สูงขึ้น

ทว่าหลังมาถึงสนาม (คัดที่สนามซ้อมเมืองทอง ยูไนต็ด) กลับพบว่าต่างมีแข้งเยาวชนกว่าพันคนมาร่วมคัดตัว ซึ่งบางส่วนมาจากสถาบันชื่อดังต่างๆ รวมถึงสโมสรมีชื่อทั่วประเทศ ผิดกับเขา และเพื่อนที่มาจากทีมเล็กๆในต่างจังหวัดระยองเท่านั้น การทดสอบฝีเท้าครั้งนั้นใช้เวลาเพียงวันเดียวโดยมี โค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด กุนซือช้างศึกชุดอายุไม่เกิน 19 ปี เป็นหัวหน้าใหญ่ในการตัดตัว ซึ่ง "เหน่ง" ได้รับโอกาสเพียง 20 นาที กับการพิสูจน์ฝีเท้า และต้องรอลุ้นผลผ่านทางโทรศัพท์หลังจบทดสอบเสร็จในเย็นวันนั้น

หลังรอคอยอยู่นานโดยไม่มีวี่แววว่าจะมีสายแห่งความหวังโทรเข้ามาแต่อย่างใด จนถึงรถกลับระยองเที่ยวสุดท้ายใกล้จะออก เขาจึงตัดสินใจเดินทางกลับด้วยความผิดหวัง ทว่าระหว่างเดินทางได้มีทีมงานทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 19 ปี โทรมาแจ้งว่าเขาได้รับคัดเลือกเข้าทีม และนั่นคือจุดเริ่มต้นเส้นทางทีมชาติของเขา "ก่อนที่สุดท้าย" เหน่ง จะกลายเป็นยอดปราการหลังช้างศึกU19 ในเวลาต่อมา

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

นับตั้งแต่ปี 2015 เป็นต้นมา หากใครจำกันได้ หนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี อย่าง ศฤงคาร พรหมสุภะ ต่างมีชื่อติดทีมมาตลอดทุกๆรายการจนถึงปัจจุบัน แต่ใครจะรู้ว่าก่อนหน้านี้เขาแทบไม่เคยมีประสบการณ์ในเกมลีกมากนักหลังเพิ่งถูกดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่กับ ระยอง เอฟซี ไม่นาน มีเพียงรายการโค้ก คัพ ที่เขาได้ลงเล่นต่อเนื่องตลอด 3 นัด

ศึกชิงแชมป์อาเซียน 2015 ถือเป็นรายการแรกที่ เหน่ง ลงเล่นในนามทีมชาติไทย ทว่าเขากลับได้รับความไว้ใจจาก โค้ชจุ่น อนุรักษ์ ศรีเกิด เลือกเป็น 11 ตัวจริงแรก ซึ่งสร้างความตื่นเต้น และดีใจให้เขาอย่างมาก

แต่เพียงรายการแรกที่เขาลงเล่นในฐานะทีมชาติไทย "โค้ชจุ่น" ตัดสินใจใส่ชื่อเขาออกสตาร์ทเกมนัดแรกเจอกับเจ้าภาพครั้งนั้นอย่างลาว ก่อนจะเอาชนะ 2-1 และเดินหน้าเก็บชัยชนะต่อเนื่องจนคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ซึ่งเขาถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่มีส่วนอย่างมากกับการคว้าแชมป์ครั้งนั้น ก่อนที่ต่อมาชื่อของ ศฤงคาร พรหมสุภะ มักอยู่ในลิสต์รายชื่อนักเตะทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี เสมอ ไม่ว่าจะรายการใดๆก็ตาม

แม้ปี 2016 จะเป็นปีที่น่าผิดหวังกับเกมทีมชาติสำหรับเขา หลังไม่ประสบความสำเร็จเลยทั้งรายการชิงแชมป์เอเชีย ตลอดจนศึกป้องกันแชมป์อาเซียน ที่ไทยเสียแชมป์ด้วยการพ่ายออสเตรเลีย ยับเยิน 1-5 แต่การแข่งขันทุกๆนัดช่วยเสริมความแข็งแกร่ง และประสบการณ์ให้เขาอย่างมาก

นอกจากนี้ด้วยตำแหน่งกองหลังตัวกลาง แน่นอนว่าประสบการณ์สำคัญที่สุดกับการแย่งพื้นที่ตัวจริง แต่ "เหน่ง" กลับพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเด็กอย่างเขาก็ทำได้ เมื่อก้าวขึ้นมาเป็นเซนเตอร์คนสำคัญเบียดบรรดาดาวเตะรุ่นพี่ในทีมจนฤดูกาล 2016 ที่ผ่านมา เขาลงสนามเกือบทุกรายการทั้งดิวิชั่น 1 โตโยต้าลีก คัพ ซึ่งสามารถต่อกรกับแนวรุกคู่แข่งอย่างไม่เคอะเขินแม้แต่น้อย

จุดแข็ง

ความแข็งแกร่ง คือสิ่งแรกที่โดดเด่นอย่างมาก ซึ่งเขาเองก็ชอบเข้าฟิตเนสเป็นประจำเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกายตลอดเวลา นอกจากนี้ความใจสู้ไม่กลัวใคร แม้ในเกมลีกหรือระดับนานาชาติจะต้องดวลฝีเท้ากับแนวรุกเก่งๆแค่ไหน เขาก็ไม่เคยหวั่น และพร้อมเข้าปะทะอย่างหนักหน่วงเสมอ

จุดอ่อน

การตัดสินใจที่รวดเร็วยังถือเป็นจุดที่เขาต้องปรับปรุง โดยเฉพาะตำแหน่งของเขายิ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ เหน่ง ต้องเรียนรู้อีกมาก รวมถึงการอ่านเกม และการยืนตำแหน่ง ที่ยังมีจุดผิดพลาดให้เห็นบ้าง

รู้หรือไม่

วันคัดตัว โค้ก คัพ กับระยอง เอฟซี เหน่ง ไม่มีรองเท้าสตั๊ดใส่ เพราะที่ผ่านมาเขาไม่เคยขอเงินพ่อแม่ซื้อ โดยเก็บเงินซื้อจากการเล่นฟุตบอลเดินสายที่ตกวันละ 100 บาทเท่านั้น จึงต้องขอยืมเพื่อนมาใช้ แต่สภาพรองเท้าก็ไม่ดีเท่าไหร่ เขาต้องนำเทปพันข้อมาพันที่หัวรองเท้าให้แน่น และลงเล่นทั้งแบบนั้น ท้ายที่สุดได้รับเลือกเป็นหนึ่งในแข้งเยาวชนระยอง เอฟซี ลุยศึก โค้ก คัพในปี 2015

นอกจากนี้เกมแรกในลีกอาชีพของ ศฤงคาร พรหมสุภะ คือแมตช์โตโยต้า ลีกคัพ ฤดูกาล 2015 กับ ราชบุรี เอฟซี ซึ่งก่อนหน้านี้เขาไม่เคยลงเล่นเลยจนกระทั่งโค้ชชู ชูศักดิ์ ศรีภูมิ ตัดสินใจส่งเขาลงเก็บประสบการณ์กับ “ราชันมังกร” แน่นอนว่าการประเดิมสนามครั้งแรกซึ่งเป็นใหญ่เช่นนี้สร้างความตื่นเต้น และดีใจให้เขาอย่างมาก โดยช่วงแรกของการแข่งขัน เขาแทบเล่นไม่ออกเพราะอาการเกร็งที่ต้องเจอยักษ์ใหญ่จากไทยลีก แต่เมื่อเริ่มปรับตัวได้ เขาก็ฉายแววกองหลังดาวรุ่งออกมาในที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้รับหน้าที่สุดสำคัญให้ตามประกบ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส ดาวยิงราชบุรี ซึ่งถือเป็นงานที่หนักสำหรับเกมระดับอาชีพครั้งแรกของเด็กวัย 17 ปี แม้ผลจะออกมาแพ้ แต่นั่นคือหนึ่งในเกมสุดประทับที่เขาไม่มีวันลืม และยังได้เรียนรู้เกมฟุตบอลตลอดจนช่วยเสริมประสบการณ์ในระดับอาชีพให้เขามากขึ้น

โปรดติดตามตอนต่อไป

ปัจจุบัน เหน่ง ในวัย 18 ย่าง 19 ปี ยังคงเป็นตัวสำคัญในแนวรับของปราการหลัง “ม้านิลมังกร” ระยอง เอฟซี เช่นเคย แต่ฤดูกาล 2017 นี้ ยิ่งน่าจับตากว่าเดิมว่าเขาจะโชว์ผลงานได้ดีแค่ไหนในการช่วยทีมสู้ศึกไทยลีก 2 เพราะ 2 ปี ที่ผ่านมาในถนนสายลูกหนังเต็มตัวต่างเสริมประสบการณ์ให้เขาไม่น้อยทีเดียว

ซึ่งเขาเองยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เดินมาไกลเกินฝันแล้ว แต่เขายังกระหายในความสำเร็จเสมอ และด้วยอายุที่ยังน้อย เวลาพัฒนาฝีเท้าของเขายังมีอีกมากเพื่อก้าวไปสู่ยอดปราการหลังของวงการฟุตบอลไทยในอนาคต