ฉลอง 2 ทศวรรษไทยลีก : 20 สุดยอดทีมไทยตลอดกาล

ไทยลีกครั้งที่ 20 เพิ่งสิ้นสุดลงไปอย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นการฉลองสิ้นสุดทศวรรษที่ 2 ไทยลีก FFT TH ได้รวบรวม 20 ทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนังเมืองไทยตั้งแต่ครั้งอดีตมาไว้ที่นี่ เรื่องราวของแต่ละสโมสรเป็นอย่างไร? จะมีสโมสรในยุคไทยลีกติดเข้ามาสักกี่ทีม? ติดตามได้ที่นี่

โอสถสภา

ยุคปี พ.ศ. 2544-2549

แม้ว่าตอนนี้สโมสรฟุตบอล “พลังเอ็ม”โอสถสภา จะระหกระเหินเดินไปไกลถึง จ.สมุทรสาคร กับการไปร่วมร่างสร้างความสำเร็จในอนาคตในเรื่องของฟุตบอลอาชีพ  พวกเขาอาจจะต้องเผชิญกับเรื่องราวต่างๆอีกมากมาย แต่สำหรับเรื่องราวในอดีตแล้ว สโมสรฟุตบอลแห่งนี้สร้างขุมกำลังชั้นดีขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลไทยมากมายโดยเฉพาะทีมชาติไทย จากฉายาสโมสร “ห้างยา” ที่เกรียงไกรสู่ “พลังเอ็ม” พวกเขามีตำนานที่น่าสนใจมากมายจนหลายคนอาจจะทึ่งว่าสโมสรแห่งนี้จะเต็มไปด้วยความขลังเรื่องของความสำเร็จ

รูปแบบการสร้างทีมสโมสรเอกชนพวกเขาเป็นทีมอันดับต้นๆของเมืองไทย การเริ่มต้นอาจจะเริ่มเช่นเดียวกับสโมสรอื่นๆ ในถ้วยพระราชทาน แต่ปีทองของพวกเขาเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2544-49 จากผลผลิตที่เกิดจากการวางแผนแบบตั้งใจคือการเริ่มสร้างทีมระดับเยาวชนสู่ทีมชุดใหญ่ เป้าหลักนักเตะที่ดึงเข้าสู่ทีมคือการระดมเอาแข้งเยาวชนในทีมนักเรียนไทย ชิงแชมป์เอเชียเข้ามาสู่ทีม บวกกับการระดมเอาอดีตนักเตะของทีมเข้ามาอยู่ในสารบบผู้ช่วยผู้ฝึกสอนเรียนรู้กับบรรดาบรมกุนซือของเมืองไทย ทั้ง “น้าติ๊ก”สมชาติ ยิ้มศิริ, “น้าเหม่ง”ประพล พงษ์พานิช

จนมาถึงยุคของ “น้าชัช”ชัชชัย พหลแพทย์ ที่สานต่อเจตนารมณ์บวกกับการขยับขึ้นมาเป็นมือขวาและมือซ้ายของ “โค้ชเบ๊”ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก , “โค้ชโต่ย”ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย  ทุกอย่างจึงเดินอย่างต่อเนื่องแบบสมบูรณ์ รายชื่อนักเตะยุคนั้นที่เดินหน้าเก็บเกี่ยวความสำเร็จไมว่าจะเป็น วิมล จันทร์คำ, ธนสิทธิ์ ทองอินทร์, วสันต์ นาทะสัน, นิพนธ์ ชาญอาวุธ, กิตติศักดิ์ ใจหาญ และอื่นๆ อีกมากมาย  

ชื่อเหล่านี้อาจจะดูโนเนมหากเทียบกับยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย แต่โอสถสภาฯ ยุคนั้นวิธีการเล่นอุดมไปด้วยความฟิตสไตล์ฟุตบอลสมัยใหม่ แถมเล่นด้วยความสนุกเร้าใจ โดยเฉพาะสามประสานแดนหน้าจะผลัดกันใส่สกอร์ให้ทีม ไทยลีก ครั้งที่ 6 โอสถสภา คว้ารองแชมป์ด้วยการเก็บได้  44 แต้ม จบฤดูกาลแบบได้ลุ้นตามหลังทีมแชมป์  6 แต้มเท่านั้น

ขณะที่การแข่งขันไทยลีกครั้งที่ 9 โอสถสภา จบด้วยอันดับ 3 ชวดแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย ฤดูกาลนั้น ยาสูบ ทีมแชมป์ มี 34 แต้ม การไฟฟ้า  และ โอสถสภา มี 32 แต้มเท่ากัน แต่ผลต่างประตูได้เสียนั้นเป็นรอง ส่วนไทยลีกครั้งที่ 10 การเดินทางของพวกเขาเข้าใกล้สู่คำว่าแชมป์เต็มทน ซึ่งช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาลต้องห้ำหั่นกับ ม.กรุงเทพ โอสถฯ พลาดแชมป์ด้วยผลต่างของแต้มเพียง 1 คะแนนเท่านั้น

ในช่วงปี พ.ศ. 2544 - 49 นั้น ขุนพลชาวห้างยาอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลลีกแม้แต่ครั้งเดียวพวกเขากลับแสดงขีดความสามารถให้เห็นในเรื่องของการสร้างทีมแบบชัดเจน จากนักเตะเยาวชนสู่ชุดใหญ่ แต่ในฟุตบอลถ้วยพระราชทาน  ก ซึ่งเป็นถ้วยใหญ่สุดขุนพลโอสถยุคนั้นคว้าแชมป์มาครองถึง 2 ครั้ง ปี พ.ศ. 2544 และ พ.ศ. 2549 และที่ทำให้พวกเขาเกรียงไกรไปกว่านั้นคือการเดินหน้าคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทาน ควีนส์คัพ 3 สมัยติด ตั้งแต่ปี 2545,2546 และ 2547

ยุคนั้นชื่อของสโมสรโอสถสภา เป็นทีมที่น่าจับตามองและเป็นทีมที่เล่นแล้วแฟนบอลรู้สึกมีอารมณ์สนุกสนานไปด้วยเพราะว่าระบบการทำทีมสามารถต่อยอดได้ จนมีหลายครั้งที่นอกเหนือจากฟุตบอลถ้วยระดับเอเชียที่สโมสรได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปทำการแข่งขัน จึงมักถูกรับเชิญไปร่วมแข่งขันรายการพิเศษเสมอ

อย่างไรก็ตาม โอสถสภา ถูกปิดตำนานชื่อนี้ลงแล้ว…

Pages