เจ้าชายลูกหนัง: ดาวรุ่งเชลซี ความหวังทีมชาติบรูไน

 Gary Koh พาไปทำความรู้จัก ฟาอิค โบลเกียห์ เจ้าชายราชวงศ์บรูไน....ที่ฝึกฝนฝีเท้ากับอคาเดมี่เยาวชน ชุด U18 ของเชลซี และสวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติบรูไนในฟุตบอลซีเกมส์ 2015 ด้วยวัยเพียง 17 ปี กับการเรียนรู้จากมูรินโญ่, การนำทีมชาติบรูไนสู้ศึกซีเกมส์ และชีวิตในเกาะอังกฤษ 

ความพิเศษของฟาอิค เจฟรี่ โบลเกียห์ มีอยู่ 2 ประการ 

มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 17 ปี เป็นหลานชายของสุลต่านฮัสนัล โบลเกียห์ กษัตริย์ราชวงศ์บรูไน และเป็นนักเตะเยาวชนในอคาเดมี่เชลซี ชุดอายุไม่เกิน 18 ปี

เชลซี กำลังประสบความสำเร็จในการสร้างนักเตะเยาวชน นักเตะดาวรุ่งของเชลซีเพิ่งจะคว้าแชมป์เอฟเอ คัพระดับเยาวชน และฟุตบอลยูฟ่า ยูธ ลีก จนมูรินโญ่หมายมั่นปั้นมือจะดันนักเตะเยาวชนให้ขึ้นมาสู่ที่ชุดใหญ่

ความฝันดาวรุ่ง

มูรินโญ่ชี้บอกผมทันทีว่าผมมักจะอยู่ผิดตำแหน่งผิดเวลา และสอนวิธีให้ผมปรับปรุงจุดนั้น

สำหรับทีมชาติบรูไน U23 ในซีเกมส์ครั้นี้ ฟาอิค โบลเกียห์ ถูกมองว่าจะมาเป็นกำลังสำคัญให้กับทีมนักเตะ "เตบวน มุดา" สามารถทำผลงานไต่เต้าขึ้นไปสู่สุดยอดระดับเอเชีย

แต่หลังจากแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์รอบแรก ด้วยการพ่ายเวียดนามไปถึง 6-0 บรูไนก็ทำท่าจะปิดฉากฟุตบอลซีเกมส์ในรอบนี้ แต่กองหน้าดาวรุ่งได้คุยกับ FourFourTwo ถึงชีวิตในฐานะนักเตะเชลซีและความมุ่งมั่นว่าสักวันหนึ่งจะได้ประสบความสำเร็จทั้งระดับสโมสรและระดับทีมชาติกับประเทศบ้านเกิด

"ปรัชญาการทำทีมของเชลซีในฐานะสโมสรฟุตบอล เป็นการสร้างมาตรฐานและแนวทางสู่ความสำเร็จทั้งในระดับทีมชุดใหญ่และทีมเยาวชน" ฟาอิค กล่าว โดยก่อนหน้านี้ เจ้าชายลูกหนังราชวงศ์บรูไนเคยลงเล่นกับทีมชุด U18 ของเชลซี 13 เกม และยิง 2 ประตูช่วยให้ทีมสิงห์บลูรุ่นเล็กจบคว้าอันดับ 3 ในการแข่งขัน เอฟเอ พรีเมียร์ลีก โทรฟี่ ที่เพิ่งจะจบลง "ผมได้เรียนรู้วิธีการที่จะปรับปรุงพัฒนาการเล่นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้จากโค้ชของอคาเดมี่หรือโค้ชใหญ่ โชเซ่ มูรินโญ่"

แล้วการฝึกซ้อมกับทีมเชลซีชุดใหญ่เป็นอย่างไร? FFT ถาม

แม้จะได้รับโอกาสให้ฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ แต่ฟาอิคแทบไม่มีเวลาจะตื่นเต้นกับการเล่นสัมผัสจอห์น เทอร์รี่ และดิดิเย่ร์ ดร็อกบา เพราะต้องซ้อมโดยมีสายตาแหลมคมของมูรินโญ่คอยจับจ้องอยู่ไม่ห่าง กุนซือจอมแท็กติกชาวโปรตุกีสยังชี้ข้อบกพร่องของฟาอิคพร้อมทั้งแนะนำจุดที่ต้องปรับปรุง

"เมื่อทีม U 18 ได้ลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่เกมหนึ่ง มูรินโญ่ชี้บอกผมทันทีว่าผมมักจะอยู่ผิดตำแหน่งผิดเวลา และสอนวิธีให้ผมปรับปรุงจุดนั้น" ฟาอิค กล่าว "นั่นเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้เรียนรู้จากนักเตะรุ่นพี่ในทีมชุดใหญ่ ทั้งสปีดและจังหวะของเกมก็สูงกว่ามากๆ"

ตลอดช่วงเวลาการฝึกซ้อมที่ค็อบแฮมและคำสอนของมูรินโญ่ เป็นผลให้ฟาอิค โบลเกียห์สามารถพัฒนาฝีเท้าจนล้ำหน้าเพื่อนร่วมทีม และในการลงซ้อมกับทีมชาติบรูไนในสัปดาห์นี้เราก็ได้เห็นความสามารถในการสลัดตัวประกบและวางเท้ายิงประตูด้วยพลังและความแม่นยำ

ฟาอิค เจฟรี่ โบลเกียห์ ดาวรุ่งเชลซี และกัปตันทีมชาติบรูไน

ฟาอิค โบลเกียห์ มักจะถูกส่งลงสนามในตำแหน่งปีกกับเชลซี และนอกจากได้รับความไว้วางใจในการนำเกมบุกในตำแหน่งหน้าเป้าของทัพนักเตะเตบวน มุดา ทีมชาติบรูไน ภายใต้การคุมทีมของโค้ชชาวสิงคโปร์แล้ว ดาวรุ่งสิงห์บลูยังจะได้ทำหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติบรูไน

แม้จะมีอายุเพียง 17 ปี แต่ความนิ่งและหนักแน่นในการซ้อมเกมบุก การเรียกบอลจากแนวรับก่อนจะเชื่อมบอลต่ออกกปีกซ้ายขวาให้กับอัซวาน อาลี ราห์มาน และอามีนุดดีน ซาคีร์ ซึ่งทั้งสองเป็นนักเตะตัวหลักจากสโมสร DPMM FC ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสุลต่านฮัสนัล โบลเกียห์ โดยเจ้าของทีมคือเจ้าชาย อัล-มุห์ตาดี บิลล่าห์ มกุฎราชกุมารบรูไน พระญาติของฟาอิคนั่นเอง

ฟาอิค เชื่อว่าทีมชาติบรูไนสามารถสร้างพัฒนาการผ่านทีมสโมสร DPMM และทีมชาติเตบวน มุดา หรือ ต่อพิฆาต ชุดอายุไม่เกิน 23 ปีชุดนี้แข็งแกร่งกว่าทีมชาติชุดลุยซีเกมส์หลายครั้งที่ผ่านมา

"จากที่ผมได้ยินและเคยดูเกมการแข่งขันของ DPMM หลายๆ ครั้ง ผมคิดว่าทีมสโมสรได้พัฒนามากขึ้นภายใต้การคุมทีมของสตีฟ คีน" ฟาอิค กล่าว "การมีผู้จัดการทีมประสบการณ์สูงจากลีกอังกฤษมาคุมทีมให้กับเราเป็นการสร้างประสบการณ์และพัฒนาความสามารถของนักเตะวัยรุ่นได้อย่างมาก"

อาวุธอันตราย

ตอนนี้ผมอายุเพียง 17 ปี แต่ฤดูกาลหน้าจะเป็นฤดูกาลที่มีความสำคัญมากสำหรับผมที่จะเริ่มต้นในฐานะนักฟุตบอลอาชีพกับเชลซี"

แม้อายุจะยังน้อย แต่ความสามารถในการยิงประตูที่ฝึกฝนจากสโมสรเชลซี ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกก็น่าจะเป็นจุดแกร่งสำหรับฟาอิล โบลเกียห์ในการลงสนามให้กับทีมชาติบรูไน

แต่อย่างไรก็ตาม การต้องพบกับทีมที่แข็งแกร่งอย่างทีมชาติเวียดนามและทีมชาติไทยในรอบคัดเลือกกลุ่ม บี ก็นับว่าเป็นงานยากไม่น้อย 

"เรามีนักเตะดาวรุ่งที่มีฝีเท้าดีพอที่จะเล่นกับทุกทีมในกลุ่มนี้" ฟาอิค กล่าว "แต่เราจะต้องเชื่อมั่นในแผนการเล่นและเล่นร่วมกันเป็นทีม แผนการเล่นของเราคือวางตัวผมให้เป็นหน้าเป้า หาจังหวะทำประตู และพยายามทำเกมบุกผ่านปีกสองข้างของเรา เพราะเรามีปีกความสามารถสูงทั้งซ้ายและขวา"

 "โค้ชของเราเตรียมความพร้อมและซ้อมให้เราเป็นอย่างดี" ดาวรุ่งวัย 17 ปี กล่าว "ไม่เพียงแต่การซ้อมและรวมถึงการวางแท็กติกและระบบการเล่น ไม่ต่างกับโค้ชชาวอังกฤษเลย"

และแม้คราวนี้บรูไนจะพลาดหวัง หมดโอกาสผ่านเข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศหลังจากผ่านการแข่งขันไปแล้ว 3 นัด แพ้รวดทั้ง 3 นัดให้กับเวียดนาม (0-6), ลาว (1-2) และติมอร์เลสเต้ (1-2) และตกเป็นทีมบ๊วยกลุ่ม บี แต่ฟาอิค โบลเกียห์ ยังหวังว่าเมื่อกลับไปสู่ทีมเยาวชนเชลซีหลังซีเกมส์คราวนี้ จะสามารถพัฒนาผลงานและก้าวไปสู่ลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษ โดยเริ่มต้นจากช่วงการฝึกซ้อมก่อนเปิดฤดูกาล

"เป้าหมายของผมคือการพยายามแย่งตำแหน่งตัวจริงในทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และก้าวไปสู่จุดสูงสุดในอาชีพฟุตบอลเท่าที่ผมสามารถจะทำได้" ฟาอิค กล่าวส่งท้าย "ผมจะเริ่มด้วยการตั้งเป้าหมายเล็กๆ บนพื้นฐานของความเป็นจริง และค่อยๆ เดินไปสู่เป้าหมายนั้นทีละเก้า ตอนนี้ผมอายุเพียง 17 ปี แต่ฤดูกาลหน้าจะเป็นฤดูกาลที่มีความสำคัญมากสำหรับผมที่จะเริ่มต้นในฐานะนักฟุตบอลอาชีพกับเชลซี"

ทีมชาติบรูไน จะลงสนามฟาดแข้งกับทีมชาติไทยในฟุตบอลซีเกมส์ 6 มิถุนายนนี้ เวลา 19.30 น. ถ่ายทอดสดทาง ททบ. 5

ภาพโดย: หลิม เว่ยเสียง