เรียบง่ายแต่ทรงพลัง : เหตุที่บาร์ซ่ากลับมาน่ากลัวอีกครั้ง (เพราะชายคนนี้)

Barcelona 1-1 Real Madrid

อันเดรส อิเนียสต้า ช่วยทำให้ทีมของ หลุยส์ เอ็นริเก้ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในเกม เอล กลาสิโก้ ที่คัมป์ นูเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แม้ท้ายที่สุดเเล้ว บาร์เซโลน่า อาจจะไม่ได้เป็นผู้ชนะในเกมนี้ แต่ ธอร์ เฮาก์สตัด คอลัมนิสต์ ของ FFT มีหลายสิ่งที่อยากพูดถึงเขา

โอกาสการลุ้นแชมป์ของพวกเขาอาจต้องขรุขระไปบ้างจากการโดน เซร์คิโอ รามอส ตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่ บาร์เซโลน่า ก็กลับมาเล่นได้ไหลลื่นอีกครั้งจากการคัมแบ็คของ อิเนียสต้า เพลย์เมคเกอร์รายนี้กลับมาจาก

อาการบาดเจ็บและเขาก็ได้รับเสียงต้อนรับอย่างอบอุ่น และแน่นอนว่าเขาทำให้ บาร์ซ่า กลับมาไหลลื่นและสร้างโอกาสให้กับทีม ซึ่งเป็นบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย

คู่แข่งของพวกเขาอย่าง มาดริด อาจได้ตีปีกกันเต็มที่จากการเสมอในเกมนี้และมีแต้มนำยอดทีมจากแค้วนคาตาลันถึง 6 แต้ม ทว่าหาก อิเนสต้า ไม่เจ็บและหายหน้าหายตาไปในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมาช่องว่างมันอาจจะ

ไม่กว้างเหมือนที่เป็นอยู่นี้ บาร์เซโลน่า จะเล่นได้หลากหลายมากขึ้นหากมี อิเนียสต้า อยู่ในทีม เช่น ในเกมกับบาเลนเซีย ที่เขาควบคุมทุกอย่างในเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทว่าหลังจากนั้นอาการบาดเจ็บก็พรากเขาไปเช่นเดียวกับเกมรุกที่คุ้นเคยของ บาร์เซโลน่า

ในความเป็นจริงเเล้วก่อนที่ อิเนียสต้า จะได้รับบาดเจ็บมีอยู่เกมหนึ่งที่เขานั่งเป็นตัวสำรองในเกมกับ อลาเบส เเละในเกมดังกล่าวพวกเขาก็แพ้ 1-2 นอกจากนี้ยังมีเกมที่แพ้ต่อ เซลต้า บีโก้ 3 - 4 ซึ่งก็ไม่มีเขาในสนามเช่นกัน

ทว่าการโดนเปลี่ยนลงมาในช่วงครึ่งหลัง อิเนียสต้า ก็ทำให้รูปเกมของ บาร์เซโลน่า ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เกมสุดช็อคที่ ซาน เซบาสเตียน ชี้ให้เห็นอิทธิพลที่เพลย์เมคเกอร์รายนี้มีต่อทีม บาร์เซโลน่า จะสามารถเก็บบอลและสร้างจังหวะผ่านบอลไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพนอกจากนี้การแก้จังหวะบอลในสภาวะกดดันก็ทำ

ได้อย่างไร้ที่ติ และเมื่อไม่มี อิเนียสต้า ในเกมกับ เซลต้า ก็เป็นเกมแรกนับตั้งแต่ปี 2008 ที่ บาร์เซโลน่า ครองบอลน้อยกว่าคู่แข่ง

การเริ่มต้นที่ขรุขระในเกมเอล กลาสสิโก้

นัดล่าสุด บาร์เซโลน่า ไม่ได้เปิดตัวได้ดุดันมากนัก หลายสายตามองว่าการกลับมาของ อิเนียสต้า ในฐานะ 11 ตัวจริงจะทำได้ดี แต่ทว่าดาวเตะวัย 32 ก็ยังต้องนั่งรอบนม้านั่งสำรอง โดยผู้เล่นตัวจริงในเกมนี้คือ อิวาน ราคิติช อังเดร โกเมส และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ บนแผงมิดฟิลด์ และดูเหมือนว่าพวกเขาจะด้อยกว่าแผงมิดฟิลด์ของ มาดริด อยู่พอสมควรในช่วงครึ่งแรก

อันที่จริงเเล้ว การตั้งรับลึกอันเป็นแท็คติกของ ซีเนอดีน ซีดาน ดูเหมือนจะรับมือกับความอันตรายของ MSN ได้ดี แม้ บาร์เซโลน่า จะพยายามครองเกมเเดนกลางไว้ให้ได้ แต่บอสในเเดนกลางของ มาดริด อย่าง โมดริช

ที่เปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้ในระยะเวลาอันสั้นจนบอลไปถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ คาริม เบนเซม่า อยู่บ่อยๆ นอกจากนี้ บาร์เซโลน่า ยังมีโอกาสลุ้นแค่ครั้งเดียวจากฟรีคิกของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ยิงไปตรงตัว เคย์เลอร์ นาบาส

แม้แต่การลุ้นประตูในช่วงต้นครึ่งหลังของ บาร์เซโลน่า ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องและหวังผลได้มากนักมีเพียงจังหวะของ เนย์มาร์ และ หลุยส์ ซัวเรส ซึ่งก็ต้องนับว่า ราฟาเอล วาราน คอยปัดป้องให้เกมรุกของ บาร์เซโลน่า ดูไร้ความเฉียบขาดจนน่าใจหายในช่วง 60 นาทีแรก ก่อนที่ อันเดรส อิเนียสต้า จะลุกจากม้านั่งสำรองไปแทน ราคิติช และเกมก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ

เวทมนตร์ที่กลับมา

มันคงยากที่จะบอกว่า อิเนียสต้า มีผลมากเท่าไหร่ต่อ บาร์เซโลน่า จากการเล่นของเขาและการทำเกมสร้างโอกาสทำให้เพื่อนร่วมทีมเจองานที่ซับซ้อนน้อยลง ผลกระทบมันเปลี่ยนตั้งแต่เขาสวมปลอกแขนกัปตันทีมและใช้เวลาอ่านสถานการณ์ 3 นาทีก่อนที่ มาดริด จะหาบอลแทบไม่เจอ

อิเนียสต้า ได้รับบทบาทเป็นมิดฟิลดท้างซ้ายในระบบ 4-3-3 อันเป็นของถนัดของพวกเขา และเมสซี่ก็ย้ายไปเล่นตรงฝั่งขวา อิเนียสต้า เริ่มต้นด้วยการเชื่อมความต่อเนื่องให้กับ เนย์มาร์ และ ฆอร์ดี้ อัลบ้า นอกจากนี้คือทำให้ เมสซี่ มีพื้นที่เล่นมากขึ้น หลังจากในช่วงแรกเป็นสิ่งที่หายากเสียเหลือเกิน

ณ จุดนี้ซีดานต้องรีบขยับแท็คติกด้วยการใช้ กาเซมิโร่ มาช่วยชนอีกหนึ่งคนโดยเอา อิสโก้ ออก แม้ในตอนนั้น มาดริด จะโดนนำไป 1-0 แล้วก็ตาม 2 นาทีหลังจากนั้น อิเนียสต้า ก็ผ่านบอลระดับโคตรเซ้นส์ให้ เนย์มาร์ หลุดเข้ายิงผ่าน การ์บาฆัล ก่อนที่บอลจะหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย และนี่เป็นเพียง 1 จาก 6 โอกาสที่ อิเนียสต้า ลงมาสร้างสรรค์ให้กับทีม ทั้งๆที่ 60 นาทีก่อนนี้พวกเขามีโอกาสลุ้นประตูแค่ 5 ครั้งเท่านั้น

สัญญาณมา!

แม้จะพลาดโอกาสการทำประตูหนีห่าง แต่ บาร์เซโลน่า ครองบอลได้อย่างเหนียวแน่นและยากต่อการขัดขืน คงต้องบอกว่าโอกาสที่ อิเนียสต้า สร้างให้กับทีมแบบชัดๆในระยะเวลา 22 นาทีจากที่เขาลงมายืนในสนามสมควรที่สุดสำหรับการได้ประตูนำ 2-0

โดยรวมเเล้วทุกวินาทีที่เขาอยู่ในสนาม บาร์เซโลน่า ดูดีเกินกว่าจะได้แค่ผลเสมอในเกมนี้ พวกเขาเล่นเกมฝั่งซ้ายลื่นไหลและอันตราย และการผ่านบอลแต่ละครั้งของ อิเนียสต้า ก็มักจะไปถึงพื้นที่สุดท้ายแทบจะตลอดเวลา

มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับ บาร์เซโลน่า และ หลุยส์ เอ็นริเก้ พวกเขาสูญเสียความสงบไปในช่วงที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เซร์คิโอ รามอส รีดประสิทธิภาพในการเล่นลูกตั้งเตะ และมันจบลงด้วยการโหม่งของ รามอส ที่มาพร้อมกับความเจ็บปวดของพลพรรคบาร์ซ่า แม้ท้ายเกมพวกเขาจะมีโอกาสลุ้นประตูแต่ กาเซมิโร่ ก็เคลียร์จากเส้นประตูไปได้ และ มาดริด ต้องขอบคุณการเคลียร์บอลครั้งนี้

เกมนี้การเป็นยาขมของ บาร์เซโลน่า แต่วิธีการและเเนวทางในการเล่นของพวกเขาทำได้ดีขึ้นยิ่งกว่าที่เคยเป็น บาร์เซโลน่า ดูเหมือนจะได้เจอส่วนเติมเต็มที่ขาดหายไปตลอดหลายเกมที่ผ่านมา การคุมเกมในระดับอัจฉริยะและการผ่านบอลที่เหนือกว่าเซ้นส์บอลทั่วไป แน่นอนว่าสิ่งนี้จะทำให้ บาร์เซโลน่า พร้อมแล้วสำหรับการก้าวเข้ามาเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ลา ลีกา อีกครั้ง

New features you’d like every day on FourFourTwo.com