It’s Show Time : 10 แข้งดาวรุ่งถึงเวลาแจ้งเกิด (แบบเต็มตัว)

ไทยพรีเมียร์ลีก...ชื่อนี้คือเวทีบ่มเพาะแข้งยังเติร์กชั้นเยี่ยม ในรอบหลายปีมานี้มีดาวรุ่งมากมายพาเหรดแจ้งเกิดกับต้นสังกัดแม่ ทว่าบางคนก้าวขึ้นชุดใหญ่มาแล้วหลายปีแต่ก็ยังไม่เปรี้ยงปร้าง, บางคนย้ายไปหลายสโมสรแล้วแต่ก็ยังล้มเหลวกับการแจ้งเกิดแบบเต็มตัว ขณะเดียวกันบางคงแม้จะฝีเท้าเยี่ยมแค่ไหนยังไม่เป็นที่ต้องการของโค้ช ...และวันนี้ FFT TH จะพาไปพบกับโฉมหน้า 10 ดาวรุ่งที่สั่งสมชื่อเสียงมาพอสมควรและถึงเวลาต้องแจ้งเกิดให้ได้ในปีนี้!

เจนรบ สำเภาดี

“รูนี่ย์เมืองไทย”

วันที่ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ลงเตะกับกัมพูชา ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก เมื่อเดือนมีนาคม 2558 ใครๆต่างก็คิดว่า “ช้างศึก” ต้องชนะถล่มทลาย แต่เกมกลับอึดอัด จนกระทั่งได้กองหน้าตัวสำรองลงมาทำประตูชัยให้คนไทยได้หายใจโล่งคอกันทั้งประเทศ...เด็กหนุ่มคนนั้น คือ เจนรบ สำเภาดี

ดาวยิงจอมถึกชาวจังหวัดสุรินทร์ วัย 20 ปีปัจจุบัน ชื่อนี้ความจริงแล้วเริ่มโด่งดังในวงการลูกหนังขาสั้นกับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน เขาถือเป็นดาวยิงแห่งยุคสมัยเตะฟุตบอลนักเรียน เคยติดทีมนักเรียนไทย ไปแข่งขันที่ประเทศอิหร่าน และยิงได้ถึง 6 ประตู นอกจากนี้ยังพากรุงเทพคริสเตียน คว้าแชมป์จตุรมิตร

ในวัย 18 ปี เขาเป็นหนึ่งในขุนพลของทีมชาติไทยชุดชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ ไปแข่งขันที่เมียนมาร์ และเป็นผู้ยิงประตูชัยให้ไทยชนะอิหร่าน 2-1 และมายิงประตูได้ในรอบน็อคเอ๊าท์ที่พบกับอุซเบกิสถาน แต่สุดท้ายไทยแพ้ไป 1 - 2 ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเริ่มเป็นที่คุ้นหูคุ้นตาแฟนบอลระดับประเทศ…

เจนรบ ชุบตัวกับ บีบีซี เอฟซี ทีมน้องของ “มังกรไฟ” บีอีซี เทโรศาสน มาตั้งแต่ ปี 2013 ในศึกฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เขาอาจยิงได้ไม่เยอะถล่มทลาย แต่ก็มีส่วนร่วมกับเกมมากมาย และแอสซิสต์ได้บ่อยครั้ง นับเป็นตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้เช่นกัน

มันเป็นโชคดีของเขาที่ได้มีโอกาสขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ “มังกรไฟ” ในปีเดียวกันนั้นเอง… เพราะมันทำให้เขาได้มีแรงกระหายที่จะพัฒนามากยิ่งขึ้น เมื่อได้ร่วมซ้อมกับ เคลตัน ซิลวา กองหน้าบราซิลเลี่ยน เจ้าของดาวซัลโวไทยลีกร่วมเมื่อปี 2012…เจนรบ เป็นนักเตะที่มุ่งมั่น ขยัน และทุ่มเท แม้ชื่นชอบ เคลตัน เพราะเปรียบเสมือนรุ่นพี่ไอดอลภายในทีม แต่ถ้าเป็นบอลนอก เขาชื่นชอบ เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขามักคิดว่าตัวเองมีการเล่นที่คล้ายกับ รูนี่ย์ ไม่น้อย

“ผมชื่นชอบ เคลตัน ซิลวา แต่ถ้าเป็นบอลนอก ผมชอบ เวย์น รูนี่ย์ เพราะสไตล์การเล่นของผมคล้ายๆ เขา ดุดัน วิ่งไม่หยุด ผมชอบดูเขาเล่น และนำวิธีการเล่นของเขามาใช้” เจนรบ เคยกล่าวไว้กับ FFT TH

หลังฟูมฟักฝีเท้ากับ บีซีซี เอฟซี ได้ 2 ปี ฤดูกาล 2015 เจนรบ สำเภาดี กลายเป็นขุนพล “มังกรไฟ” แบบเต็มตัว ในช่วงเดือนแรก… แต่เมื่อมีทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2016 รอบคัดเลือก เข้ามาคั่นกลางก็กลายเป็นเวทีโชว์ของ “เจ้าเจน” เขากลายเป็นทีเด็ดในการลงมายิงประตูชัยใส่ทีมชาติกัมพูชาในช่วงท้ายเกม จากนั้นยิงอีก 1 ประตูสุดสวยใส่ฟิลิปปินส์ ในนัดที่ 2 ทำให้ชื่อเสียงของเขา กลายเป็นที่พูดถึงกันในวงกว้างของวงการลูกหนังไทยมากยิ่งขึ้น…

ฟอร์มการเล่นแบบนี้ ส่งผลให้สโมสรไม่อายุมองข้าม เขาถูกส่งลงสนามนัดแรกในเกมที่พบกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด (แม้จะแพ้ไปก็ตาม) แต่มันก็เป็นจุดเริ่มต้นให้เขาเริ่มถูกมองเป็นซูเปอร์ซับที่ดีของทีมในเกมต่อๆมา แต่ความที่เป็นนักเตะประเภท วิ่งไม่หยุด ไม่มีเหน็ดเหนื่อย ยิงประตูได้หนักหน่วงทั้งซ้าย-ขวา ทำให้เขาไม่ได้ถูกจับมาเป็นตัวเป้าบ่อยครั้งนัก เนื่องจากตำแหน่งเดียวกันยังมี อดิศักดิ์ ไกรษร และ อิวาน บอสโกวิช 2 หัวหอกรุ่นพี่ยืนขวางทางอยู่ เขาลงสนามเป็นตัวจริงแค่ 9 จาก 16 นัดที่ได้สัมผัสเกมไทยลีก เมื่อปีก่อน และยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว มันคงจะพูดไม่ได้เต็มปากว่าเขาเป็นดาวรุ่งที่พึ่งพาได้ภายในทีม

อย่างไรก็ตามในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้ายที่กาตาร์ เจนรบ สำเภาดี สร้างความประทับใจให้แฟนบอลไทยทั้งประเทศแบบเต็มสองตา โดยเฉพาะในเกมที่พบกับ ซาอุดิอารเบีย ที่เขาได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง เขาเล่นแบบมุทะลุ ไม่กลัวแข้งที่สูงใหญ่กว่า พยายามเอาชนะทุกการเล่น กลายเป็นตัวปั่นป่วนแนวรับของ “เหยี่ยวมรกต” ได้มากกว่า “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่ทั่วเอเชียจับตามองด้วยซ้ำ ส่วนเกมที่ 2 กับญี่ปุ่นแม้ไม่ได้ลงตัวจริงเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บมาจากเกมแรก แต่เมื่อลงสนาม เขาแสดงให้เห็นว่า สไตล์บอลที่บู๊ทุกเม็ดของเขา เล่นง่ายๆ ใช้พรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่ง และหาจังหวะจบสกอร์ในทุกๆครั้งที่ทำได้ กลายเป็นสิ่งที่ทำให้กองหลังญี่ปุ่นต้องปั่นป่วน

ผลงานของ เจนรบ สำเภาดี เป็นที่กล่าวขานในศึกชิงแชมป์เอเชีย ยู23 ที่ผ่านมา… บวกกับชื่อเสียงที่เขาเคยสร้างไว้ตลอด 2 - 3 ปีที่ผ่านมา บางทีมันถึงเวลาที่เขาจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในการพา “มังกรไฟ” มีผลงานที่สุดแสนจะไฉไล ในไทยพรีเมียร์ลีก 2016 ได้แล้ว  

Pages