โธมัส มุลเลอร์ : แบบอย่างสำหรับตัวรุกสมัยใหม่ของวงการลูกหนัง

ติดตามกันต่อสำหรับการจัดอันดับ 100 นักเตะของโลก โดย โฟร์โฟร์ทู ไปดูกันว่าทำไม โธมัส มุลเลอร์ ถึงเข้าป้ายมาในอันดับที่ 11 

ในโลกฟุตบอล การสร้างสรรค์ทุกอย่างในองค์รวมนั้นโดยปกติจะเป็นหน้าที่สำหรับผู้จัดการทีมมากกว่านักเตะ แต่สำหรับโธมัส มุลเลอร์นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นนักเตะที่มีความสามารถในการทำแบบนั้นได้ ในแง่ของการเล่นเกมรุกที่เตะตาแล้ว มุลเลอร์ไม่ได้มีในจุดนั้นเลย แถมเขายังไม่ได้เร็วเป็นพิเศษ ไม่ได้สูงหรือว่าแข็งแกร่ง นานๆ ทีถึงจะลองส่องบอลจากระยะไกล และก็ไม่ได้ถนัดการเลี้ยงบอลมากนัก แต่ว่าเขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่สร้างผลกระทบต่อเกมได้มากที่สุดในโลก

ที่น่าประทับใจก็คือเขาไม่ได้เข้าใกล้ขีดจำกัดเหล่านั้น แม้ว่ามันจะเป็นปัจจัยหลักในวงการนี้ก็ตาม แต่เขาก็มีสมองที่ฉับไวราวสายฟ้า เขาได้รับฉายาว่า Der Raumdeuter ซึ่งแปลว่าล่ามอวกาศ นั่นเข้ากับเขาอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยทักษะที่ทำให้มุลเลอร์กลายเป็นนักเตะในระดับนี้ได้

มุลเลอร์เป็นแบบอย่างสำหรับตัวรุกสมัยใหม่ เขาไม่ได้มีตำแหน่งโดยธรรมชาติ  หรือว่ามีตำแหน่งยืนตายตัว แทนที่จะเป็นอย่างนั้น เขากลับลงเล่นไปด้วยความยืดหยุ่น และความเข้าใจเป็นอย่างดีในด้านแท็กติก นั่นทำให้เขาเล่นไปตามสัญชาตญาณของเขาในการไปอยู่ถูกที่และถูกเวลา

เครื่องร้อนช้า

มันเป็นเรื่องของสัญชาตญาณที่ทำให้เขามาได้ถึงขนาดนั้น ตอนนี้เขามีชื่ออยู่บนชาร์ทดาวซัลโวตลอดกาลของเยอรมันไปแล้ว (ตอนนี้อยู่อันดับที่ 10 ตามหลังโอลิเวอร์ เบียฮอฟฟ์) ตอนนี้เขาได้กลายมาเป็นคนที่ขาดไม่ได้สำหรับบาเยิร์นชุดที่เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสรไปแล้ว ครั้งหนึ่งหลุยส์ ฟาน กัลเคยกล่าวประโยคอันโด่งดังว่า "ในทีมของผม มุลเลอร์จะได้ลงเล่นตลอด" และนั่นก็เป็นข้อความที่เป๊ป กวาร์ดิโอล่าเองก็คงจะเห็นด้วยเช่นกัน

และแม้ว่าจะโดดเด่นตลอดช่วงเวลา 3 ปีภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอล่า มุลเลอร์ก็เสียกระบวนไปบ้างเหมือนกันนับตั้งแต่ที่คาร์โล อันเชล็อตติเข้ามาคุมทีมแทน บทบาทของเขาในระบบ 4-3-3 ของกุนซือชาวอิตาเลียนยังดูไม่ค่อยชัดเจนสักเท่าไหร่ ซึ่งตอนนี้มุลเลอร์ยังไม่สามารถทำประตูในลีกได้เลย ขณะที่เทียบกับช่วงเดียวกันของฤดูกาลที่แล้ว เขายิงไปถึง 10 ลูก บางทีบทบาทตัวไร้ตำแหน่งของเขาอาจย้อนกลับมาแว้งกัดเขาก็คราวนี้ เขามีความเป็นตัวหมายเลข 9 น้อยกว่าโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, เป็นปีกน้อยกว่าอาร์เยน ร็อบเบน และดักกลาส คอสต้า และเป็นเพลย์เมคเกอร์น้อยกว่าติอาโก้ อัลกันตาร่า นั่นทำให้บางครั้งเขาถึงกับต้องไปนั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคุ้นเคยเลยตลอดหลายปีหลังที่ผ่านมา

แต่ก็อย่าได้เอาช่วงเวลานี้ไปตัดสินเขามากไปกว่าผลงานที่เขาเคยทำมาก่อนหน้านั้น มันก็เป็นแค่บางช่วงในอาชีพค้าแข้งที่ทำได้น่าประทับใจมาตลอด สำหรับมุลเลอร์แล้วมันน่าจะเป็นแค่ปัญหาชั่วคราวมากกว่าจะเรียกกว่าวิกฤติ และมันก็มีบางคนอยู่เหมือนกันที่มองเห็นว่าบาเยิร์นของอันเชล็อตติไม่ได้เป็นที่น่ากลัวอีกต่อไป เมื่อเขาไม่สามารถหาตำแหน่งใน 11 ตัวจริงให้กับล่ามอวกาศผู้นี้ได้

ดังนั้น เหนือสิ่งอื่นใด นี่คือตัวรุกที่ไม่ได้เพียงแค่มาพร้อมกับค่าเฉลี่ยยิง 1 ประตูต่อเกมนับตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ให้กับทีมชาติของเขาเท่านั้น แต่เมื่อ 6 เดือนก่อน เขาก็ได้เฉลิมฉลองฤดูกาลที่ผลิตสกอร์ได้มากที่สุดในอาชีพค้าแข้งของเขาอีกด้วย (รวมแล้วเขายิงประตูถึง 32 ลูก) พร้อมด้วย 2 ถ้วยแชมป์รายการใหญ่ แบบนี้มันต้องเรียกว่าขาขึ้นแล้ว