ตัวตนที่หายไป : สาเหตุที่ "เอร์เรร่า" คือสิ่งที่ทัพปีศาจแดงตามหามานาน

Ander Herrera

อันเดร์ เอร์เรร่าคือนักเตะที่มีความหลงใหลในฟุตบอลสูงมากๆ คนหนึ่ง และนั่นทำให้เขาเป็นที่รักของเหล่าแฟนบอลได้อย่างไม่ยากเย็น และในวันนี้ FFT ขอพาผู้อ่านทุกท่านไปติดตามความหลงใหลในฟุตบอลของเจ้าตัว พร้อมกับสาเหตุที่ทำให้เขาควรจะเป็นศูนย์กลางของทัพปีศาจแดงยุคใหม่ 

"ผมยังมีความสุขกับฟุตบอลอยู่ ผมรักมันมากๆ สิ่งที่ผมไม่ชอบคือพวกเจ้าของทีมที่สนใจแต่ตัวเลขกำไร ฟุตบอลมันไม่ควรเป็นเรื่องของธุรกิจอย่างเดียว" 

ความจริงแล้วเราอาจจะไม่ค่อยได้เห็นนักฟุตบอลพูดอะไรแบบนี้เท่าไหร่นัก ทว่าสำหรับ อันเดร์ เอร์เรร่า นั้นดูจะไม่ใช่ เพราะมิดฟิลด์วัย 25 กะรัตของแมนฯ ยูรายนี้ ไม่ใช่นักฟุตบอลธรรมดาๆ ทั่วไป

โดยส่วนใหญ่นักฟุตบอลมักจะพูดถึงแต่เรื่องเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ว่าฟุตบอลให้อะไรพวกเขาบ้าง หรือ ฟุตบอลทำให้เขาเป็นคนแบบไหน แต่สำหรับเอร์เรร่านั้น เขาจะพูดถึงฟุตบอลในแง่มุมที่เป็นกีฬาจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการเตะมุม การเข้าปะทะ หรือการทำประตูรูปแบบต่างๆ เขามักจะพูดถึงแต่แก่นจริงๆ ของมัน

Ander Herrera, Jose Mourinho

กลายเป็นคีย์แมนของปีศาจแดงยุคมูรินโญ

คาแรคเตอร์ที่ยอดเยี่ยม

แฟนบอลสมัยใหม่มักจะคิดว่า ในวันที่นักฟุตบอลคนหนึ่งเซ็นสัญญาอาชีพกับสโมสร วันนั้นคือวันที่จิตวิญญาณและความหลงใหลในฟุตบอลของพวกเขาเหล่านั้นค่อยๆ เลือนหายไป ซึ่งมันก็เป็นเรื่องยากมากๆ ที่จะพิสูจน์ว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น ดูจากวิธีการที่พวกเขาโปรโมทสินค้าต่างๆ ให้สัมภาษณ์กับรายการโทรทัศน์ ซึ่งล้วนแต่มีบทสคริปท์เป็นตัวกำหนด

ทว่านั่นไม่ใช่สำหรับเอร์เรร่า เพราะเขามักจะพูดถึงแต่เรื่องในสนาม อย่างเช่น สิ่งที่เขายังต้องปรับปรุง หรือจุดแข็งที่เขาภาคภูมิใจ นอกจากนั้น ความหลงใหลที่มีต่อฟุตบอลของกองกลางเลือดสเปนรายนี้ยังทำให้เขาสนใจเรื่องราวนอกสนามด้วย โดยเครั้งหนึ่ง เจ้าตัวเคยสนับสนุนการประท้วงของแฟนบอลที่เรอัล ซาราโกซ่าถึงประเด็นเรื่องตั๋วเกมยุโรปด้วย ซึ่งนั่นทำให้เขาได้ใจของแฟนบอลไปเต็มๆ 

Ander Herrera

ฉลองประตูที่ทำได้ในเกมกับ มิดทิลแลนด์ในยูโรป้าลีกฤดูกาลที่แล้ว

ชาบี้, สโคลส์ หรือ บัตต์

ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนมีนาคมปี 2015 สตีเว่น เจอร์ราร์ด กัปตันทีมลิเวอร์พูลถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรองในเกมดาร์บี้แมตช์ระหว่างทีมหงส์แดงและแมนฯ ยูที่สนามแอนฟิลด์ ซึ่งในตอนนั้นเป็นผู้มาเยือนที่นำอยู่ 1 ประตู หลังจากเริ่มต้นครึ่งหลังได้ไม่นาน เอร์เรร่า ก็มีจังหวะวิ่งไล่บีบเจอร์ราร์ดและตัดบอลมาได้ ทว่าดูเหมือนกัปตันลิเวอร์พูลรายนี้จะไม่พอใจและย่ำเข้าที่ข้อเท้าของเอร์เรร่าส่งผลให้เจ้าตัวโดนใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

จังหวะนั้นของเอร์เรร่าสามารถบ่งบอกถึงความยอดเยี่ยมของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ของความสามารถและทัศคนติ โดยท่ามกล่างบรรยากาศที่ดุเดือดของศึกดาร์บี้แมตช์ เอร์เรร่าคือนักเตะหนุ่มผู้ที่กล้าเข้าไปท้าดวลกับแข้งระดับตำนานของฝั่งอย่างไม่เกรงกลัว แน่นอนว่าวันนั้น เขาเล่นได้ดีเอามากๆ แถมยังช่วยให้แมนฯ ยูสร้างสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมนัดหนึ่งแม้ว่าผลงานโดยรวมในยุค ของ หลุยส์ ฟาน กัล จะไม่ดีนักก็ตาม

"ผมชื่นชมผู้เล่นคนอื่นๆ เสมอตอนที่อยู่เรอัล ซาราโกซ่า กุส โปเยต์ คือไอดอลของผม ขณะที่ในทีมชาติ ผมชื่นชอบ ชาบี้ เอร์นานเดซ และ อันเดรส อิเนียสต้าเป็นอย่างมาก ส่วนที่แมนฯ ยูนะหรอ ผมอยากเป้็นเหมือน พอล สโคลส์ หรือ นิกกี้ บัตต์" 

เอร์เรร่าพัฒนาตัวเองขึ้นอย่างต่อเนื่องในสีเสื้อปีศาจแดง ส่งผลให้ในตอนนี้ เขาคือแข้งตัวหลักของโชเซ่ มูรินโญ นายใหญ่ของทีมเป็นเรียบร้อยแล้ว โดยต้องยอมรับว่าก่อนหน้านี้ แผงกลางของแมนฯ ยูนั้นมีปัญหามาโดยตลอด เพราะนอกจากจะขาดเทคนิคและวิิสัยทัศน์ในการปั้นเกมแล้ว หลายๆ คนยังดูขาดความเป็นนักสู้จนเหมือนจะกลัวคู่แข่งด้วยซ้ำ ซึ่งเอร์เรร่าคือผู้ที่เขามาลบจุดด้อยนี้

ภายใต้ใบหน้าหล่อเหลาของเอร์เรร่านั้น ดูเหมือนว่าจะมีปีศาจร้ายที่คอยจ้องจะเล่นงานคู่แข่งซ่อนอยู่ การเล่นของเขาอาจจะดูธรรมดาๆ แต่ทุกๆ ครั้งที่เจ้าตัวออกบอล มันพร้อมที่จะลงโทษคู่แข่งเสมอ และนั่นทำให้เขากลายเป็นตัวปัญหาของคู่แข่งที่ต้องรักษาให้ดี แม้ว่าหากดูเผินๆ เขาจะเป็นแค่กองกลางคนหนึ่งเท่านั้น

ทำงานหนัก

มิดฟิลด์นั้นเป็นตำแหน่งที่เล่นยากทีเดียว เพราะนอกจากจะต้องคอยหาทางตัดบอล สกัดคู่แข่งแล้ว พวกเขาจะต้องคอยซ้อนพื้นที่ของคนอื่นๆ หาทางเปิดเกมให้กับเพื่อนร่วมทีมด้วย

เอร์เรร่า คงไม่ได้มองว่าตัวเขาเป็นนักเตะสไตล์เดียวกับ รอยส์ คีน อดีตกองกลางพันธ์ดุของแมนฯ ยู เพราะเขาได้วาดภาพตัวเองไว้เป็นกองกลางที่ครบเครื่องและไม่ขาโหดเท่า ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่แปลกที่เขามียอดกองกลางของโลกที่เรียกได้ว่าครบเครื่องสุดๆ เป็นไอดอล

มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ เอร์เรร่าจะยกให้ ชาบี้ และ อิเนียสต้า เป็นไอดอลของเขา เพราะ 2 แข้งตัวเก๋าชาวสเปนนี้คือไอดอลที่หลายๆ คนในชาตินับถือเลยก็ว่าได้ ส่วนการที่เขานับถือโปเยต์นั้นก็ไม่แปลกเช่นกัน เพราะนั่นคือตำนานของซาราโกซ่าที่ซึ่งปลุกปั้นตัวเขาขึ้นมา แต่ที่น่าแปลกใจเล็กน้อยคือ นิกกี้ บัตต์ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว แทบไม่มีเด็กคนไหนเลยที่เดินเล่นในซัลฟอร์ดโดยสกรีนชื่อบัตต์ไว้ที่หลังของพวกเขา  

Patrick Vieira, Nicky Butt

ค่อนข่างน่าแปลกใจที่บัตต์คือไอดอลในวัยเด็กของเอร์เรร่า

"พวกเขาไม่ได้แค่มีสกิลการเล่นกับบอลที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่พวกเขายังทำได้ดียามไม่มีบอล และช่วยเกมรับได้ยอดเยี่ยมอีกด้วย" 

มิดฟิลด์นั้นเป็นตำแหน่งที่เล่นยากทีเดียว เพราะนอกจากจะต้องคอยหาทางตัดบอล สกัดคู่แข่งแล้ว พวกเขาจะต้องคอยซ้อนพื้นที่ของคนอื่นๆ หาทางให้เพื่อนร่วมทีมเล่นได้ง่ายด้วย ซึ่งการที่จะทำแบบนี้ได้นั้น คงต้องอาศัยเทคนิคและความเข้าใจเกมสูง ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาเป็นนักเตะชั้นยอดไปโดยปริยาย

เทพบุตรลูกหนัง

ดูแล้วคงไม่มีนักเตะคนไหนในทัพปีศาจแดงที่จะดีใจยามที่ทีมประตูได้เหมือนเอร์เรร่า และเสียใจยามที่ทีมแพ้ได้เท่าเขาอีกแล้ว แถมความสัมพันธ์รหว่างเอร์เรร่ากับสื่อก้ถือว่าดีอีกด้วย เพราะเจ้าตัวคือนักเตะที่ให้สัมภาษณ์ด้วยควาจริงใจทุกครั้ง เขามักจะพูดถึงรูปเกม ฟอร์มของตัวเอง หรือจุดที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาเท่านั้น

Ander Herrera, Louis van Gaal

เอร์เรร่าไม่ใช่นักเตะที่ให้สัมภาษณ์เหมือนกับนักฟุตบอลสมัยนี้

แฟนบอลมักจะชื่นชอบนักเตะที่พวกเขาเข้าถึงได้ง่าย ขณะที่นักเตะส่วนใหญ่ก็จะตอบสนองต่อกลุ่มคนที่พวกเขานับถือเท่านั้น ทว่าสำหรับเอร์เรร่านั้น เขาคือนักเตะที่เป็นได้ทั้ง 2 แบบ กล่าวคือ เขาเป็นนักเตะที่ค่อนข้างแคร์สิ่งต่างๆ รอบตัวจนไม่ยอมมองข้ามปัญหาที่เกิดขึ้นนอกสนาม ขณะเดียวกัน เขาก็สามารถวางตัวเป็นศูนย์กลางของทีมได้ด้วย เรียกได้ว่าเขาสามารถเป็นได้ทั้งเทพบุตรลูกหนังของแฟนๆ และปีศาจร้ายของคู่แข่งด้วย

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ สรุปได้ว่า เอร์เรร่าคือไอดอลของนักฟุตบอลยุคใหม่อย่างแท้จริง เพราะเขาคือตัวอย่างของนักเตะที่เป็นศูนย์กลางของทีมที่ซึ่งขาดนักเตะประเภทนี้ไปนานหลายปี