อดีตเทพเทนนิส/ลูกชายตำนาน/อนาคตปราสาทสายฟ้า : รัตนากร ใหม่คามิ

ผลผลิตจากอะคาเดมีของ “ปราสาทสายฟ้า” รายนี้ เพิ่งถูกทีมดันขึ้นสู่ชุดใหญ่เมื่อฤดูกาล 2016 เท่านั้น แต่ก็พัฒนาฝีเท้าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีของทีมได้ ทั้งที่เพิ่งเริ่มเล่นฟุตบอลได้เพียง 6 ปี

รัตนากร ใหม่คามิ ดาวรุ่งเกมรับอนาคตไกลวัย 19 ปี เบียดบรรดากองกลางรุ่นพี่ในทีมออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้ใน 2 เกมแรกของศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 และทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ...เขาเป็นใคร มาจากไหน? ฝีเท้าเป็นอย่างไร? โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเขา ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

อันที่จริงแล้ว เด็กหนุ่มชาวบุรีรัมย์โดยกำเนิดรายนี้ ไม่ได้เริ่มเล่นฟุตบอลมาก่อนเป็นกีฬาแรก โดยเอาจริงเอาจังกับเทนนิสมาตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ซึ่งเก่งกาจถึงขนาดมีดีกรีเป็นมือวางอันดับหนึ่งของภาคอีสาน และได้มีโอกาสไปลงแข่งขันระดับประเทศ จนได้ตำแหน่งมือวางอันดับ 3 ของประเทศเลยทีเดียว ในช่วง 8-12 ขวบ

ทว่าตอนอายุ 12 ขวบ เขากลับเริ่มมีอาการบาดเจ็บ จนทำให้ไม่อยากเล่นเทนนิสแล้ว ซึ่งต้องเล่าย้อนไปก่อนกว่าทุกคนในครอบครัวนั้นชอบกีฬาเทนนิส บรรดาญาติพี่น้องต่างก็เล่นกีฬาชนิดนี้กันหมด เป็นเหตุให้ “เกม” ต้องทำตามความต้องการของครอบครัวโดยไม่เต็มใจเท่าไหร่นัก แต่เพราะผลงานดีมาเรื่อยๆก็เลยเล่นมาตลอด

เขาเคยมีดีกรีเป็นนักเทนนิสมือวางอันดับหนึ่งของภาคอีสาน และมือวางอันดับ 3 ของประเทศเลยทีเดียว

จนกระทั่งอายุ 13 ปี พ่อของเขาถามว่า “อยาก เล่นกีฬาอะไร?” เขาจึงตอบไปโดยไม่ลังเลว่า “อยากเล่นบอล” ทำให้พ่อต้องถามต่อว่า “จะจริงจังมั้ย?” และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของเขา พ่อจึงยอมให้ “เกม” อำลาวงการลูกสักหลาด และส่งตัวไปฝึกฝนกีฬาลูกหนังที่ OAZ อะคาเดมีฟุตบอลของตำนานแข้งทหารอากาศและทีมชาติไทยอย่าง ส่งเสริม มาเพิ่ม

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

เป็นเวลา 1 เดือน ที่เขาเก็บตัวและฝึกฝนฝีเท้ากับ OAZ Academy ก่อนเดินทางกลับบ้านเกิด อ.ส่งเสริม ได้โทรชวนให้ “เกม” ไปเล่นฟุตบอลยามาฮ่า อาเซียน คัพ U13 ในนามของ เชียงราย ยูไนเต็ด (เป็นพันธมิตรกันในเวลานั้น) และทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมเป็นอันดับ 2 ของประเทศ และอันดับ 3 ของอาเซียน ทำให้มีหลายทีมต้องการตัวไปร่วมทีม

แต่พ่อของ “เกม” ได้ปฏิเสธบรรดาสโมสรต่างๆหลังจากได้พูดคุยกัน เพราะต้องการให้เขากลับบ้านก่อน จึงได้ไปขอลองทดสอบฝีเท้ากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งที่เพิ่งมีการคัดตัวเด็กเข้าอะคาเดมีเรียบร้อยไปก่อนหลายเดือนแล้ว สุดท้ายก็ประสบความสำเร็จได้เป็นนักเตะของทีมบ้านเกิดตามที่เขาและครอบครัวตั้งใจไว้

เขาผ่านการลงสนามในรายการ ถ้วยพระราชทาน ก., ข. และ ไพรม์มินิสเตอร์ คัพ กับ “ปราสาทสายฟ้า” ในรุ่นราวคราวเดียวกับ สุภโชค สารชาติ และ อานนท์ อมรเลิศศักดิ์ และถูกเรียกตัวติดทีมชุดใหญ่ในช่วงเลก 2 ของฤดูกาลที่ผ่านมา โดยที่เขายอมรับว่าโอกาสมาถึงเร็วมากแบบไม่ได้คาดฝันมาก่อน และได้ลงสนามช่วยทีมบ้างในช่วงท้ายของฤดูกาล

สำหรับช่วงปรี-ซีซั่น เตรียมสู้ศึกโตโยต้า ไทย ลีก 2017 “เกม” ได้โอกาสลงสนามบ่อยครั้ง และทำผลงานได้ดีพอสมควร จนได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงใน 2 เกมแรก ของฤดูกาลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จุดแข็ง

เกมรับ คือสิ่งที่ “เกม” ทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งไล่บอล, การเข้าปะทะแย่งบอล และมีความขยันคอยช่วยหยุดเกมรุกของคู่ต่อสู้ เพื่อไม่ให้เพื่อนร่วมทีมต้องเล่นลำบาก โดยเจ้าตัวได้เผยว่าจะพัฒนาคุณสมบัติการเล่นต่างๆดังกล่าวให้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้เป็นจุดแข็งที่โดดเด่นมากกว่านี้ให้ได้

จุดอ่อน

แม้จะยอมรับว่าตัวเองมีจุดอ่อนเกือบทุกด้าน แต่สิ่งที่เขาบอกว่าเห็นได้ชัดคือ ความคิดความอ่านอาจไม่ทันบรรดารุ่นพี่ในทีม หรือประสบการณ์ที่น้อยกว่า นอกจากนี้ก็คือความแข็งแกร่งที่ยังไม่มากพอกับตำแหน่งนักเตะตัวรับสักเท่าไหร่ เนื่องจากมีรูปร่างไม่ใหญ่นัก

รู้หรือไม่?

พ่อของ “เกม” พ.อ.อ.สุธรรม ใหม่คามิ คืออดีตนักตะกร้อทีมชาติไทยชื่อดังระดับประเทศ รุ่นพี่ของ สืบศักดิ์ ผันสืบ และเป็นเหตุผลที่ทำให้หนุ่มน้อยรายนี้ต้องถูกส่งไปฝึกฝีเท้ากับ ส่งเสริม มาเพิ่ม เพื่อนสนิทของพ่อที่เคยเป็นนักกีฬาสังกัดทหารอากาศเช่นกัน

โปรดติดตามตอนต่อไป…

เป็นที่รู้กันดีว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำการเสริมทัพนักเตะใหม่เข้าทีมหลายราย พร้อมประกาศกร้าวจะ Strike Back ทวงความยิ่งใหญ่กลับคืนให้ได้ จึงอาจทำให้โอกาสของ รัตนากร ใหม่คามิ ยิ่งน้อยลงไป แต่ตัวเขาเองยืนยันว่าจะทุ่มเทเต็มที่ในการฝึกซ้อม, พัฒนาตัวเอง และแสดงความมุ่งมั่นให้โค้ชเห็น หากเขาทำได้ เป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะลงสนามให้มากกว่าฤดูกาลแล้วก็อยู่ไม่ไกลเกินจริง และช่วยทีมทวงทุกแชมป์กลับมาได้อย่างแน่นอน