ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา : อดีตตัวแทนชัปปุยส์ / เลือดใหม่มังกร / ทีเด็ดไทยในซีเกมส์

นี่ คือ หนึ่งใน 23 ผู้เล่นที่จะเดินทางไปช่วยทีมชาติไทยป้องกันแชมป์ซีเกมส์ ที่มาเลเซีย ในเดือนสิงหาคม...จากวอนเดอร์คิดวัย 18 ปี ที่สร้างความฮือฮา เมื่อ 2 ปีในสีเสื้อของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันนี้เขาเป็นอย่างไร?

"แม้ว่าเราต้องสูญเสียชาริล ชัปปุยส์ ไป แต่วันนี้ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา คงตอบโจทย์ให้กับแฟนบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคนได้เห็นว่าสโมสรตัดสินใจทุกอย่างบนพื้นฐานของฟุตบอล’’ นี่ คือ คำพูดของ เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในวันที่ปล่อยเจ้าหนูวัย 18 ปีลงสนามครั้งแรก และทำประตูได้ทันที…  

แม้หลังจากวันนั้น...เขาไปได้ไม่สุดกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ผลงานอันยอดเยี่ยมของเขากับต้นสังกัดใหม่ ราชบุรี เอฟซี และทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ทำให้ผู้คนทั่วอาเซียนต้องหันมาจับตามองอีกครั้ง

เรื่องเล่า 60 วินาที

“เบนซ์” ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา เกิดที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ต้องย้ายตามคุณพ่อ-แม่ ไปใช้ชีวิตที่จังหวัดชลบุรี ตั้งแต่เด็ก… เขาไม่เคยมีความรู้สึกชื่นชอบในเกมลูกหนังแม้แต่น้อย ถ้าให้เลือกระหว่างเรียนพิเศษ กับ เล่นฟุตบอล เขาขอเลือกอย่างแรกยังดีเสียกว่า แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในวันที่พี่ชายตัวอ้วนหนักกว่า 100 กิโลกรัมของเขา ขอให้ไปเล่นฟุตบอล เพื่อลดความอ้วนเป็นเพื่อน… เด็กน้อยตัวขาววัย 8 ปี เริ่มสนุกกับเกมลูกหนัง เพราะทุกครั้งที่ไปเล่นกับพี่ชาย เขามักใช้ความเร็วฉีกเพื่อนร่วมรุ่นเข้าไปยิงประตูได้ และคุณแม่ของเขาเองก็สนับสนุนให้เล่นฟุตบอลด้วย เธอมักตามไปดู และสังเกตพัฒนาการของลูกชายตัวน้อยของเธอเสมอ เขาเริ่มเข้าสู่สารบบของวงการฟุตบอลด้วยการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในนักเตะ จีเอ็มจี อคาเดมี่ ของอาร์เซน่อล และได้เข้าโรงเรียน อัสสัมชัญ ธนบุรี ในเวลาต่อมา

ตอนขึ้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เขาย้ายมาอยู่กับโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน สถาบันศึกษาที่โด่งดังสุดๆ กับการปลุกปั้นนักฟุตบอลทีมชาติไทยหลายยุคสมัย… ระหว่างอยู่ที่นั่น เขาได้มีโอกาสได้ไปคัดตัวทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ชุดชิงแชมป์อาเซียน ที่ สปป.ลาว  ที่สนามบางบ่อ เมื่อปี 2011 จนฝีเท้าเข้าตาอีกครั้ง ถูกเชิญตัวให้ไปคัดตัวเพื่อเข้าร่วมอะคาเดมี่ ของ บุรีรัมย์ พีอีเอ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน)... หลังจาก นาย เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฯ และ “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษปาคม บรมกุนซือผู้ล่วงลับ เห็นสัมผัสบอลแรก, การเคลื่อนที่, ความมุ่งมั่นของ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา… พวกเขาตกลงรับเด็กน้อยคนนี้เข้าทีมเยาวชนทันที และ เบนซ์ - ณัฐวุฒิ กับคุณแม่เองก็ตกปากรับคำทันทีเช่นกัน

จากนั้นเขาได้ไปคว้าแชมป์อาเซียน รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่ สปป. ลาว โดยยิงได้ 1 ประตูในทัวร์นาเม้นต์นั้น ซึ่งพอกลับจากการคว้าแชมป์ ชีวิตเขาดูเหมือนจะมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามา…

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา  

คุณจำโครงการ “โร้ดทูสตาร์ดอม” ของบุรีรัมย์ พีอีเอ ที่ส่งนักเตะไปชุบตัวที่เลสเตอร์ ซิตี้ ได้ไหม?

ใช่แล้ว! ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา คือ 1 ใน 8 นักเตะที่ถูกสโมสรส่งตัวไปฝึกฟุตบอลกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมที่มีระบบอะคาเดมี่ยอดเยี่ยมระดับชั้นนำของประเทศอังกฤษ เขาคือนักเตะรุ่นแรกของโครงการนี้ เมื่อปี 2011 การใช้ชีวิต 6 เดือนที่เลสเตอร์ ทำให้เขาเรียนรู้ระบบฟุตบอลอาชีพมากขึ้น ความเอาจริงเอาจังกับวิถีของฟุตบอลอาชีพที่นั่น    

“ผมคิดว่าเรื่องทักษะคนไทยอาจจะเก่งกว่า เล่นในพื้นที่แคบๆ คนไทยเก่งมาก เรื่องเท้าสู่เท้า คนที่โน่นก็ไม่ได้ดีอะไรมาก” ณัฐวุฒิ เริ่มเล่าถึงความรู้สึกแรกที่ไปอังกฤษกับ FFT TH “แต่พอลงสนามใหญ่กลายเป็นคนละเรื่องเลย เพราะต้องใช้ความแข็งแรง ความฟิตที่มากกว่า คนไทยอาจจะไม่ได้เรื่องนั้นด้วย ฟุตบอลที่นั่นแข็งแกร่งเรื่องวินัยและร่างกาย พวกเขาวิ่งบี้วิ่งเพรสซิ่ง จนเราเหมือนคนอ่อนแอไปเลย”

ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา เริ่มต้นชีวิตในแดนผู้ดีอย่างยากลำบาก แต่เขามีเลือดของนักสู้ ความรู้สึกโหยหาบ้านเกิดเริ่มห่างหายไป หลังเริ่มปรับตัวได้ เขามุ่งมั่นว่าการอยู่กับเลสเตอร์ ซิตี้ ต้องได้พัฒนาหลายๆอย่างเท่าที่นักฟุตบอลอาชีพควรจะหาได้กลับไป ทั้งเรื่องภาษาอังกฤษ และการใช้ชีวิตแบบมืออาชีพ เขารู้สึกสนุกกับการฝึกซ้อมในทุกๆวัน เพราะมันมักมีอะไรแปลกใหม่เข้ามาให้เขาเรียนรู้ และเพิ่มความรู้สึกท้าทายให้ตัวเองเขาเสมอ… เพื่อนสนิทของเขาที่นั่น คือ เบน ชิลเวลล์ แบ็คซ้ายของเลสเตอร์ ซิตี้ ชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แม้ เบนซ์-ณัฐวุฒิ พูดอังกฤษได้ไม่ดีนักในช่วงแรก แต่ชิลเวลล์ กลับเข้าหาเขา คอยชวนเล่นชวนคุยเสมอ

หลังอยู่ครบ 6 เดือน นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจยืดเวลาให้ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา บ่มฝีเท้ากับเลสเตอร์ ซิตี้ ต่อไปเป็นเวลา 2 ปี ก่อนกลับมาค้าแข้งกับ สุรินทร์ ซิตี้ ทีมพันธมิตรเก่าของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 เมื่อปี 2014…ในวัยไม่ถึง 18 ปี เขายิงถึง 4 ประตูจาก 15 นัดให้กับสุรินทร์ และ จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ชีวิตของเขาเกิดขึ้น เมื่อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปล่อยตัว ชาริล ชัปปุยส์ ดาวเตะขวัญใจแฟนบอลลูกครึ่งสวิส-ไทย ออกไปให้กับสุพรรณบุรี เอฟซี แบบเหนือความคาดหมาย และน่าขัดใจไม่น้อย และ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ถูกดึงจากสุรินทร์ ซิตี้ มาร่วมทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเลกที่ 2 ของปีเดียวกัน

วันที่ 25 มิถุนายน 2014 ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา เด็กหัวเกรียนถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงในเกมที่บุกไปเยือน สงขลา เอฟซี ถึงสนามติณสูลานนท์ การเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว และไปในจุดที่ควรจะเป็นของเขาเกินวัยเหลือเกิน และนาทีที่ 39 เขาก็ทำประตูให้ “ปราสาทสายฟ้า” นำห่าง “วัวชนแดนใต้” 2-0 ทำประตูได้ในไทยลีกตั้งแต่นัดแรกที่ประเดิมสนาม ด้วยวัย 18 ปี 1 เดือน กับ 25 วันเท่านั้น และยังคงติดท็อปเทนแข้งอายุน้อยสุดไทยลีกที่ยิงประตูได้มาจนถึงปัจจุบัน

ภาพจาก โกลประเทศไทย

"แม้ว่าเราต้องสูญเสียชาริล ชัปปุยส์ ไป แต่วันนี้ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา คงตอบโจทย์ให้กับแฟนบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทุกคนได้เห็นว่าสโมสรตัดสินใจทุกอย่างบนพื้นฐานของฟุตบอล’’ 

คำพูดนี้ออกจากปากของ นาย เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หลังจบเกมการแข่งขัน ซึ่งบุรีรัมย์ บุกไปชนะ 3-2 “เบนซ์-ณัฐวุฒิ” ถูกจับตาว่าเป็นวอนเดอร์คิดชั่วข้ามคืนจากผลงานในสนาม

ณัฐวุฒิ เล่าถึง จังหวะการยิงประตูแรกในชีวิตบนลีกสูงสุดของเขาว่า เกิดจากการพูดคุยกับ อนาวิน จูจีน นักเตะรุ่นพี่ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ว่าจะให้ผ่านบอลเข้ามาที่จุดนัดพบอย่างไร ซึ่งมันก็เป็นผลจริงๆ

“ตอนเราขึ้นมาอยู่กับทีมชุดใหญ่ใหม่ๆ เราค่อนข้างเกรงใจรุ่นพี่ ไม่กล้าลุย ไม่กล้าเลี้ยงเอง แต่พอแมตช์นั้นได้ลง รุ่นพี่ในสนามก็บอกให้เรามั่นใจ” กองกลางดาวรุ่งเริ่มกล่าวกับ FFTH “ส่วนประตูที่ทำได้ เพราะผมนัดแนะกับพี่เอ็ม (อนาวิน จูจีน) ไว้แล้ว ว่า หากถึงเส้นหลังให้หักกลับมาที่จุดนัดพบ และผมก็วิ่งเข้าไปยิงได้จริงๆ ประตูนั้นมันทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น… จริงๆ ผมกับพี่อนาวิน สนิทกันนอนสนามอยู่แล้ว บางครั้งเรานอนห้องเดียวกันด้วย”

ปีนั้น เบ็ดเสร็จ ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา ลงเล่นถึง 12 นัด ยิงไป 2 ประตู อย่างไรก็ตาม ปี 2015 เขากลับได้ลงเล่นแค่นัดเดียว เนื่องด้วยเหตุผลที่มีนักเตะในตำแหน่งเดียวกับเขาเข้ามามากมาย บวกกับการได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก เมื่อกลับมาเขาถูกราชนาวี ยืมตัวไปร่วมทีมในเลกที่ 2 ของปีเดียวกัน และเมื่อจบฤดูกาล “เสี่ยฟลุ๊ค” ธนวัชร นิติกาญจนา ผู้จัดการทีมราชบุรี เอฟซี จึงรีบติดต่อคว้าตัวเขามาร่วมทีมแบบถาวร

กับสีเสื้อของ “ราชันมังกร” เขาได้รับโอกาสแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย ลงสนามอย่างต่อเนื่อง จนถูกเรียกติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ชุดลุยเนชั่นส์ คัพ ที่มาเลเซีย ก่อนยิง 1 ประตูในนัดเปิดสนามพบกับเวียดนาม และยังสร้างสรรค์เกม ปั่นป่วนแนวรับของคู่แข่งแบบสุดเข้าขากับ เชาววัฒน์ วีระชาติ เพื่อนสนิทของเขาตั้งแต่สมัยอยู่บุรีรัมย์ พาทีมคว้าแชมป์แบบไม่มีพลิกล็อค จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองแบบสุดๆ แถมติดทีมเนชั่นส์ คัพ ยอดเยี่ยมจากการจัดโผของ FourFourTwo  

ปัจจุบัน เขาลงสนามให้กับยอดทีมเมืองโอ่งไปแล้ว 14 นัด ซัดไป 2 ประตู รวมถึงกับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ในศึก AFC U23 รอบคัดเลือก ก็ลงสนามครบทั้ง 3 นัด ช่วย "ช้างศึก" ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ติดตามเรื่องจุดแข็ง-จุดอ่อน และวินาทีแรกที่ ธนวัชร นิติกาญจนา เห็นเด็กหนุ่มหัวเกรียนเมื่อ 2 ปีก่อน...