ถ้าธนบูรณ์ยืนมิดฟิลด์? 10 สูตรเซ็นเตอร์ฮาล์ฟทางเลือก ที่ทีมชาติไทยน่าทดลองใช้งาน

ท่ามกลางกระแสเรียกร้องจากแฟนบอลที่อยากเห็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กองกลางตัวรับเบอร์หนึ่งทีมชาติไทย กลับไปยืนในพื้นที่ที่เขาถนัด เพื่อโชว์ศักยภาพออกมาได้มากที่สุด แทนที่ของสารัช อยู่เย็น ที่กำลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ในช่วงไม่กี่นัดที่เหลือของการคัดบอลโลก ..

แล้วถ้ามันเป็นความจริง ถ้าธนบูรณ์ยืนมิดฟิลด์ แล้วตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟล่ะ จะมีทางเลือกใดบ้างที่น่าทดลองใช้งาน FFT มีคำตอบให้ท่าน ที่นี่!!

อดิศร พรหมรักษ์ – กรวิทย์ นามวิเศษ

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่แรกที่น่าทดลองใช้งานจับคู่กัน แบบไม่ต้องพลิกแผ่นดินค้นหาจากไหนไกล เพราะทั้งสองคนก็อยู่ในแคมป์ทีมชาติไทยในปัจจุบันที่กำลังจะลงแข่งขันกับ ญี่ปุ่น ที่ไซตามะ สเตเดี้ยม ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

อดิศร พัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างสูง ตั้งแต่ได้รับการถ่ายทอดศาสตร์แนวรับจากยอดแข้งญี่ปุ่น ไดกิ อิวามาซะ อดีตคู่หูในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ บีอีซี เทโรศาสน เมื่อราวๆ 3 ปีที่แล้ว และโชว์ฟอร์มให้เห็นว่าเขาแกร่งแค่ไหนในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 เกมแรกของซีซั่น 2017 กับเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด โดย “กิเลนผยอง” เสียเพียง 1 ประตูเท่านั้นกับทีมระดับหัวแถวเอเชีย

และการจับคู่กับ กรวิทย์ นามวิเศษ ก็เป็นสิ่งที่น่าทดลองอย่างยิ่ง เพราะ “เจ้าตุ้ย” เองก็ผ่านประสบการณ์เวทีระดับนานาชาติ กับทีมชาติไทย มาพอสมควร รวมถึง ผ่านศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาแล้วอีกด้วย

ประทุม ชูทอง – กรวิทย์ นามวิเศษ – อดิศร พรหมรักษ์

น่าจะเป็นแผนที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่งในระยะสั้น ที่จะทำให้ธนบูรณ์ได้ยืนแดนกลาง แล้วทีมชาติไทย ยังสามารถจัดระบบ 3-5-2 ตามที่เคยใช้งานในสองเกมหลังกับ ออสเตรเลีย และ ซาอุดิอาระเบีย ได้

เพียงแค่ดันธนบูรณ์ ขึ้นไปขันแนวรับพื้นที่ตรงกลางสนาม พร้อมส่ง กรวิทย์ นามวิเศษ ลงปักหลักในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เท่านี้ จิ๊กซอว์ในระบบ 3-5-2 โดยมี “เจ้าตั้ม” ได้ทำหน้าที่ตัดเกมแดนกลาง ก็ลงตัวแบบไม่ต้องคิดอะไรให้ยากเย็นมากนัก

ประทุม และ อดิศร คุ้นชินพอสมควรกับระบบนี้ โดยประทุม ก็จะยืนในตำแหน่งกองหลังฝั่งซ้าย และ อดิศร ก็จะยืนในฝั่งขวา ส่วน กรวิทย์ นั้น อาจจะต้องเรียนรู้สักนิดกับการยืนเป็นตัวเซ็นเตอร์ในระบบกองหลังสามคน เพราะปกติแล้วเจ้าตัวจะถูกถ่างออกมายืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวข้างมากกว่า สำหรับการทำหน้าที่ในสโมสร ในระบบ 3-5-2

ประทุม ชูทอง – กรวิทย์ นามวิเศษ

หากไม่ชอบใจอดิศร พรหมรักษ์ ในการจับคู่กับ กรวิทย์ นามวิเศษ เรายังมี “ซูเปอร์ทุม” ประทุม ชูทอง กองหลังตัวเล็กแต่ใจใหญ่ ที่พิสูจน์ตัวเองมาพอสมควรแล้วว่า แกร่งจริง หนักจริง และถึงใจจริง

การจับคู่กับ เอเวอร์ตัน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟชาวบราซิล ได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมพา “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด บินสูง รั้งรองจ่าฝูงศึกไทยลีก ก็เป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดยาว สำหรับ ประทุม ชูทอง

ฉะนั้น หากปรับมาเล่นกองหลังตัวกลางสองคน แล้วดันธนบูรณ์ เป็นกองกลางตัวรับ “ทุม-ตุ้ย” ก็น่าจะเป็นสองคู่หูทางเลือกของทีมชาติไทย ที่เลือกใช้งานได้ทันที ชนิดแกะซองลงสนามแล้วรับประทานได้เลย

มานูเอล ทอม เบียห์ร – อดิศร พรหมรักษ์

การถอนตัวของ มานูเอล ทอม เซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 22 ปี จากทีมชาติไทย เนื่องจากอาการบาดเจ็บบริเวณเข่า ก่อนหน้าเกมกับซาอุดิอาระเบีย และ ญี่ปุ่น นับเป็นอีกหนึ่งความน่าเสียดายที่สุดของนักเตะไทยชุดบุกไซตามะ เลยก็ว่าได้

มานูเอล ทอม ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน ได้รับการบ่มเพาะวิชาลูกหนังอย่างดีเยี่ยมตั้งแต่สมัยเป็นอดีตเด็กฝึกหัดของ วีเอฟบี สตุตการ์ท ทีมดังของเยอรมัน ช่วงปี 2008-2012 และนั่นก็ทำให้เบสิคพื้นฐาน การอ่านบอล ไหวพริบ และการตัดสินใจของเขา เข้าขั้นดีเยี่ยม ประกอบกับความแข็งแกร่งของร่างกาย ทำให้เขากลายเป็นกองหลังที่น่าจับตามอง ดั่งที่แสดงให้เห็นกับต้นสังกัดอย่าง แบงค็อก ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้

สามเกมสุดท้ายของทีมชาติไทย ที่ยังเหลือกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อิรัก และ ออสเตรเลีย .. ก็เป็นเรื่องน่าทดลองอย่างยิ่งในการจับคู่แบบ “บู๊+บุ๋น” กันของ อดิศร พรหมรักษ์ กองหลังสไตล์บู๊ ตัวเล็กแต่ใจถึง กับ มานูเอล ทอม กองหลังลูกครึ่งทางบอลดี

มานูเอล ทอม เบียห์ร – ประทุม ชูทอง

ประทุม ชูทอง กองหลังจัดหนัก ชื่นชอบอยู่แล้วกับการลงเล่นแนวรับตัวกลางคู่กับเซ็นเตอร์ทางบอลสูง ซึ่งโจทย์นี้ น่าจะได้คำตอบที่ดี และลงตัว หาก ประทุม กับ มานูเอล ได้ทดลองทำงานร่วมกันสักครั้ง

มานูเอล ทอม เป็นอีกหนึ่งโควตาที่น่าจะถูกเลือกเข้ามาติดทีมชาติไทยแน่นอน หลังจากหายเจ็บเป็นปลิดทิ้ง เพราะอยู่ในสายตาของ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ และทีมงานแล้ว รอเพียงความพร้อมแบบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ของเจ้าตัวเท่านั้น

โดยนอกจากอดิศร พรหมรักษ์ แล้ว ถ้าจะมีใครสักคนจับคู่กับ มานูเอล ทอม ได้เข้าขากัน ก็คงต้องเป็น ประทุม ชูทอง คนนี้เท่านั้น  

ประทุม ชูทอง – มานูเอล ทอม เบียห์ร – อดิศร พรหมรักษ์

จะว่าไป หาก “ซิโก้” ยังปักหลักใช้สูตรการเล่นกองหลัง 3 คน ต่อไป แล้วในเกมต่อไป มานูเอล ทอม กลับมาฟิตสมบูรณ์ แล้วล่ะก็ … เราจะรอช้าอยู่ไย ก็จัด ประทุม, มานูเอล และ อดิศร ลงเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่วมกันซะเลย

ความใฝ่ฝันของแฟนบอลชาวไทยมากมายที่อยากเห็นธนบูรณ์ เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรับ เชื่อได้เลยว่า ลึกๆ แล้ว “ซิโก้” เองก็คิดเช่นนั้น แต่ทว่าเฮ้ดโค้ชทีมชาติไทย ยังมองไม่เห็นว่าจะมีใครที่เขาสามารถไว้เนื้อเชื่อใจ ในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง ของระบบหลังสามคนได้เท่ากับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ อีกแล้ว

ฉะนั้น มานูเอล ทอม ก็คือตัวเลือกชั้นดีเลย เพียงแต่เขาแทบไม่เคยมีประสบการณ์การเล่นหลังสามคนสักเท่าไรนัก แต่การเติบโตมากับฟุตบอลเยอรมัน ที่ถูกยกย่องว่าเป็นต้นตำรับของระบบ 3-5-2 ในช่วงยุคปี 80 จนต่อยอดคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก ได้ในปี 1990 ก็อาจจะทำให้เขาเรียนรู้ได้เร็ว และอาจสร้างผลงานได้อย่างเอกอุก็เป็นได้ เมื่อได้ลงปักหลักตรงกลาง เคียงข้างด้วย สองกองหลังตัวเล็ก รวดเร็ว เข้าบอลแม่นยำอย่าง ประทุม ชูทอง และ อดิศร พรหมรักษ์

สุทธินันท์ พุกหอม – อดิศร พรหมรักษ์

อันที่จริง สุทธินันท์ พุกหอม น่าจะเป็นอีกหนึ่งขุนกระบี่ผู้เกรียงไกรในแนวรับของทีมชาติไทย ในรอบ 12 ทีมสุดท้าย ของศึกคัดฟุตบอลโลก 2018 โซนเอเชีย ถ้าเขาไม่โชคร้ายบาดเจ็บเสียก่อน เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2559 ที่ผ่านมา

“เจ้าเอ็ม” แนวรับตัวสำคัญของ ชลบุรี เอฟซี วัย 29 ปี หายหน้าหายตา ร้างสนามไปถึง 1 ปี พอดิบพอดี ก่อนจะเรียกรอยยิ้ม และเสียงฮือฮาได้เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังผ่านความฟิตขั้นแรก สามารถสวมปลอกแขนกัปตันทีม ลงสนามช่วย ชลบุรี เอฟซี บี เปิดบ้านเสมอกับ นครนายก เอฟซี 0-0 ในศึก ยูโร่ เค้ก ลีก 2017

เวลาเกือบสามเดือนก่อนเกมนัดต่อไปของทีมชาติไทย กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในบ้าน น่าจะเพียงพอที่ “เจ้าเอ็ม” ปราการหลังจอมโขก จะกลับมาฟิตสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของทีมชาติไทย ในการจับคู่กับ อดิศร พรหมรักษ์ กองหลังที่มาแรงที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้

หรือ สุทธินันท์ พุกหอม จะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจของช้างศึกอีกครั้ง?

สุทธินันท์ พุกหอม – มานูเอล ทอม เบียห์ร

มันอาจจะเป็นความบ้าบิ่นไปสักหน่อย ที่จะบอกให้ มานูเอล ทอม เบียห์ร ที่เพิ่งขอถอนตัวจากทีมชาติไทย หลังมีอาการบาดเจ็บที่เข่า ได้ลงสนามจับคู่กับ สุทธินันท์ พุกหอม กองหลังที่เพิ่งกลับมาคัมแบ็กเคาะสนิมเกมลีกล่างได้ในรอบ 1 ปี

แต่ไม่ลองก็ไม่รู้ จริงไหม??

เวลาอีกร่วมๆ สามเดือน ก่อนเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดต่อไปกับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในบ้าน ซึ่งทั้ง มานูเอล ทอม และ สุทธินันท์ พุกหอม จะมีเกมไทยลีก และบอลถ้วยให้เคาะสนิมออกจนหมดจด ..

ทางบอลที่ยอดเยี่ยม ทัศนคติที่ดี ของมานูเอล ทอม บวกกับประสบการณ์ในเกมระดับนานาชาติ และการเติมเกมขึ้นมาลุ้นลูกโขกของ สุทธินันท์ พุกหอม อาจเป็นฟีเจอร์ริ่งที่ลงตัวแบบไม่มีใครคาดคิดก็เป็นได้

สุทธินันท์ พุกหอม – กรวิทย์ นามวิเศษ

ย้อนถอยหลังกลับไปวันที่ 8 กันยายน 2015 ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบที่สอง กลุ่ม เอฟ ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ อิรัก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน

สุทธินันท์ พุกหอม และ กรวิทย์ นามวิเศษ ก็คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟในวันนั้น วันที่ ทีมชาติไทย เปิดบ้านเสมอ อิรัก 2-2 เก็บ 1 แต้มสำคัญที่เป็นการต่อยอดให้จบแชมป์กลุ่ม และเข้ามาสู่รอบ 12 ทีมสุดท้ายในวันนี้

ข้อเสียของทั้งสองคนนี้ คือความเชื่องช้า แต่ถ้าว่ากันในเรื่องของทางบอล และการเก็บกินในเรื่องของลูกโด่งแล้ว การจับคู่กันของทั้งคู่ จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีที่ควรมีเอาไว้ในลิสต์

ประทุม ชูทอง – สุทธินันท์ พุกหอม – อดิศร พรหมรักษ์

ทันทีที่ระฆังการกลับมาลงสนามของ สุทธินันท์ พุกหอม ได้ดีเดย์ตีลั่นครั้งแรกในเกมลีกล่างกับ ชลบุรี เอฟซี บี .. เขาก็ได้กลายเป็นตัวเลือกในอนาคตทันทีที่ปฏิเสธไม่ได้เด็ดขาดหากกลับมาฟิตสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์

ถ้ายังกังวลกับการเล่นกองหลังสองคน แล้วต้องการให้ธนบูรณ์ ขึ้นไปเล่นแดนกลางแล้วล่ะก็ .. ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว นัดหน้าก็ลองจัดหลังสามแบบนี้ไปซะเลย ประทุม ชูทอง – สุทธินันท์ พุกหอม – อดิศร พรหมรักษ์

ในรายของประทุม และ อดิศร ไม่ต้องว่าความกันให้เยอะแยะมากมาย ทั้งคู่คุ้นชินอย่างดีกับการเล่นหลังสาม ฝั่งซ้าย และขวา เหลือแต่เพียงพาร์ทเนอร์รายใหม่ที่จะเข้ามาเติมเต็มตรงกลาง แทนที่ของ ธนบูรณ์ .. ซึ่งหากเป็น สุทธินันท์ ก็ต้องใช้เวลาสักหน่อยในการทำความเข้าใจระบบนี้ เพราะเขาแทบไม่มีประสบการณ์ในการเล่นหลังสามตัวเลย แต่ถ้าขนาบข้างด้วยสองกองหลังไว้ใจได้ อย่างประทุม และ อดิศร ก็อาจจะทำให้สุทธินันท์ กลับมากลายเป็น “ซูเปอร์เอ็ม” คนเดิมได้ไม่ยาก แถมยังมีทีเด็ดจากลูกโขกเตะมุมอีกด้วย