5 ดาวรุ่งลีกดัตช์แววดี มีลุ้นลุยพรีเมียร์ลีก

หลังจากเมมฟิส เดปาย เป็นดาวรุ่งลีกดัตช์รายแรกที่ก้าวไปสู่ลีกใหญ่ Priya Ramesh จับตามอง 5 ดาวรุ่งที่อาจจะมุ่งหน้าสู่ลีกใหญ่ตามรอยเดปายในฤดูร้อนนี้ 

เป็นที่รู้กันว่าเอเรดิวิซี หรือลีกดัตช์ เป็นแหล่งสร้างนักเตะพรสวรรค์ในยุโรป นอกจากระบบเครือข่ายสเก๊าท์ที่คอยไปควานหานักเตะพรสวรรค์จากทั่วทุกมุมโลก ลีกดัตช์ยังมีระบบอคาเดมี่เยาวชนที่สามารถสร้างนักเตะฝีเท้าเยี่ยมชาวดัตช์แท้ๆ ที่เกิดและเติบโตในเนเธอร์แลนด์ จนมีนักเตะความสามารถสูงที่ช่วยพาทีมชาติเนเธอร์แลนด์คว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลก 2014 โดยมีนักเตะชุดนั้นเล่นอยู่ในลีกดัตช์ถึง 10 คน และ 7 ใน 10 คนสามารถโชว์ฟอร์มโดดเด่นในฟุตบอลโลกที่บราซิล นอกจากนี้ยังมีนักเตะดาวรุ่งอีก 7 คนเล่นให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปีเมื่อปี 2013

ลีกสูงสุดเนเธอร์แลนด์ผลิตนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ความสามารถหลายคน และนี่คือ 5 ดาวรุ่งที่ FFT อยากให้คุณจำตามอง

เดวี่ คลาสเซ่น

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว คลาสเซ่น ถูกจับตามองจากจังหวะจบสกอร์สุดสวยสไตล์เดนนิส เบิร์กแคมป์ แต่ความน่าสนใจของมิดฟิลด์ดาวรุ่งรายนี้ไม่ได้มีเพียงแค่นั้น คลาสเซ่นพัฒนาฝีเท้าได้อย่างดีตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา

ที่อาแจ๊กซ์ คลาสเซ่นกลายเป็นตัวแทนตำแหน่งของ คริสเตียน อีริคเซ่น และทำผลงานดีเยี่ยมแบบก้าวกระโดดอย่างน่าชม คลาสเซ่น วัย 21 ปีที่ถูกส่งตัวลงสนามในตำแหน่งมิดฟิลด์เกมรุกที่ยืนตำแหน่งสูงสุดเกือบจะเป็นหน้าต่ำ สามารถประสานงานกับลาสเซ่ สโคเน่ และริคาร์โด ฟาน รินจ์ ได้อย่างเข้าอกเข้าใจ และแสดงฝีเท้าเฉียบคมในการจบสกอร์และความอึดในการวิ่งไล่ประกบคู่แข่ง

ฤดูกาลนี้ คลาสเซ่นต้องรับภาระเพิ่มขึ้นในฐานะนักเตะตัวหลักของทีมและรองกัปตัน มิดฟิลด์ชาวเมืองฮิลเวอร์ซัมขยับลงไปเล่นมิดฟิลด์คุมพื้นที่ลึกกลางสนามและแสดงความยอดเยี่ยมด้วยการสร้างโอกาสยิงประตูให้เพื่อนร่วมทีม

ก่อนหน้านี้ คลาสเซ่นเกือบจะเลิกเล่นฟุตบอลไปครั้งหนึ่งเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บเอ็นหลังเข่าอย่างรุนแรง แต่ยังกลับมาโชว์ความนิ่งในจังหวะเล่นบอล และสร้างความสมดุลและความมั่นคงในเกมให้กับอาแจ็กซ์

สโคเน่ และลูคัส แอนเดอร์สัน เป็นกองหน้าที่มีทักษะและฝีเท้าโดดเด่น แต่ทั้งสองคนจะไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีเลยหากไม่มีพื้นฐานเกมที่แข็งแกร่งของคลาสเซ่นคอยช่วยเชื่อมเกม ด้วยการจ่ายบอล การเคลื่อนที่ และความสามารถในการหาตำแหน่งในเกมบุก รวมถึงการลงมาซ้อนเกมรับอย่างถูกที่ถูกเวลาเมื่ออาแจ๊กซ์ต้องเจอจังหวะบุกสวนกลับ

โยฮัน ครัฟฟ์ เคยเปรียบเทียบคลาสเซ่นกับนักเตะอย่าง โทนี่ โครส และชาบี้ และตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวคุมเกมอาจจะเป็นสิ่งที่คลาสเซ่นและโค้ชวางแผนไว้ในอนาคต แต่ในตอนนี้คลาสเซ่นยังคงเป็นมิดฟิลด์เกมบุกทีเป็นหัวใจสำคัญของทีมจนขาดไม่ได้แล้ว

เป้าหมาย: อาร์เซนอล, ยูเวนตุส, เชลซี

มาร์โก เวยิโนวิช

มาร์ค มาติช มิดฟิลด์ตัวรุกรูปร่างสูงเก้งก้างของทีมเอซี อัลค์มาร์ ภายใต้การคุมทีมของหลุยส์ ฟาน ฮาล และเคยหาญกล้าเรียกร้องให้ฟาน ฮาล ส่งตนเองลงสนามบ่อยขึ้น

มาติช โชว์ฟอร์มวูบวาบน่าประทับใจ แต่ก็ไม่ได้เป็นสุดยอดนักเตะอะไรนัก แต่เพียงไม่กี่ปีถัดมา นักเตะคนเดิมที่ปัจจุบันลงเล่นให้กับวีเทสส์ในชื่อ มาร์โก เวยิโนวิช หลังจากตัดสินใจใช้นามสกุลของพ่อ ก็กลายเป็นสุดยอดนักเตะของลีกดัตช์ในฤดูกาลนี้แบบไม่ต้องสงสัย

หลังจากเพื่อนร่วมทีมธีโอ แจนเซ่น เจ็บเอ็นหัวเข่า เวยิโนวิชที่ก่อนหน้านี้เคยเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกก็ถูกขยับลงต่ำไปเล่นเป็นมิดฟิลด์เกมรับเช่นเดียวกับมิดฟิลด์ตัวเก่งที่มีนามสกุลเหมือนกัน เนมานย่า มาติช (เคยเล่นกับวีเทสส์เมื่อฤดูกาล 2010/11 ด้วยสัญญายืมตัว) และหลังจากนั้นเวยิโนวิชที่แข็งแกร่งอยู่แล้วก็ยิ่งแกร่งมากขึ้นจนกลายเป็นตัวหลักของวีเทสส์

เวยิโนวิช ที่แข็งแกร่งกว่ารูปร่างสูงเก้งก้าง สามารถเล่นได้หลากหลายมิติในฤดูกาลนี้ด้วยการจับคู่กับมิดฟิลด์ตัวรับ เคลวิน เลียร์ดัม

เมื่อมีอิสระให้เล่นบอล มิดฟิลด์ดัตช์ที่มีเชื้อสายจากแถบบอลข่านก็กลายเป็นดาวยิงสูงสุดของวีเทสส์ พ่วงด้วยแอสซิสต์สูงสุดฤดูกาลนี้ เวยิโนวิชเป็นศูนย์รวมและหัวใจในเกมของวีเทสส์ และได้พิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพทั้งในการเล่นกับบอลและการสร้างปัญหาให้กับแนวรับคู่แข่ง

มาร์โก เวยิโนวิช ชิงบอลจากลูกกลางอากาศได้ถึง 70% ในฤดูกาลนี้ รวมถึงการเข้าสกัดบอลสำเร็จถึง 49% แม้จะโดดเด่นในเกมรับ แต่เวยิโนวิชก็ไม่ใช่นักเตะดาดๆ ที่มีผลงานครึ่งๆ กลางๆ ในจังหวะที่ต้องเล่นกับบอล มิดฟิลด์จอมทัพสร้างสถิติแย่งบอลได้ถึง 66% และจ่ายบอลจังหวะสำคัญสูงสุดในลีก

เมื่อเวยิโนวิชได้บอล วีเทสส์จะกลายเป็นทีมที่กระตือรือร้นที่จะสร้างโอกาสยิงประตูขึ้นมาทันที แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีทีมใหญ่ๆ มาสเก๊าท์อย่างเป็นจริงเป็นจัง แต่เวยิโนวิชก็น่าจะสร้างความประทับใจในอีกไม่นาน

เป้าหมาย: แฮร์ธ่า เบอร์ลิน, บียาร์เรอัล, เซาท์แธมป์ตัน (เป็นตัวแทนมอร์แกนชไนเดอร์แลง), เวสต์แฮม

ยอร์ดี้ คลาซี่

ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวเชื่อมโยงกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และฟิออเรนติน่า และเกือบจะได้ไปร่วมทีมปอร์โต้ แต่ยอร์ดี้ คลาซี่ ตัดสินใจอยู่กับเฟเยนูร์ดต่ออีกปี และนั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องสำหรับนักเตะและสโมสรเฟเยนูร์ดที่ต้องเสียนักเตะตัวหลักของทีมไม่ว่าจะเป็นกราเซียโน เปลเล่, บรูโน มาร์ติน อินดี้, สเตฟาน เดอ ฟรีจ์ และดารีล ยานมัต

ดาวรุ่งวัย 23 ปีที่โรนัลด์ คูมันไว้ใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีม ก่อนที่กุนซือดัตช์จะอำลาเฟเยนูร์ดไปคุมทีมเซาท์แธมป์ตัน และคลาซี่ก็ไม่ทำให้เฟเยนูร์ดผิดหวังด้วยการกลายทำผลงานโดดเด่นในฤดูกาลนี้ภายในการคุมทีมของเฟร็ด รัตเตน

ฤดูกาลที่แล้วถูกวางตัวให้เป็นตัวเชื่อมเกม โดยมีโทนี่ วิลเฮน่า ยืนสูงขึ้นไปข้างหน้า แต่ฤดูกาลนี้คลาซี่ถูกขยับให้ลงมายืนต่ำเป็นมิดฟิลด์เกมรับคู่กับคาริม เอล อาห์มาดี้ ที่เพิ่งได้กลับมาเล่น

และคลาซี่ก็ฉวยโอกาสนี้เสริมสกิลเกมบุก ด้วยการเป็นมิดฟิลด์จอมขยันวิ่งขึ้นวิ่งลง ทำเกมจากหน้าประตูทีมตนเองไปถึงหน้าประตูคู่แข่ง ดาวรุ่งชาวเมืองฮาร์เล็มมีรูปร่างเล็กตันหลอกตา ด้วยความสูงเพียงไม่ถึง 170 ซม แต่คลาซี่ค่อยฝึกฝนพัฒนาฝีเท้ามาเรื่อยๆ จนที่เคยถูกมองว่าตัวเล็กเกินกว่าจะเล่นเป็นมิดฟิลด์เกมรับ ปัจจุบันนี้กลับกลายเป็นว่าได้รับคำชื่นชมและเป็นที่สนใจของหลายทีมจนแฟนบอลฟังข่าวลือเรื่องการย้ายทีมกันจนเบื่อ

แม้จะไม่สามารถแข่งกับใครได้มากนักในการแย่งลูกกลางอากาศ แต่คลาซี่แข็งแกร่งกว่ารูปร่างเล็กล่ำที่เห็น และความแข็งแกร่งของคลาซี่นี่เองที่ช่วยให้สามารถสู้กับตัวประกบในจังหวะปะทะไหล่ต่อไหล่ (หรือกับนักเตะบางคนก็เป็นจังหวะไหล่ต่อชายโครง) กับนักเตะที่ตัวใหญ่กว่า นอกจากนี่คลาซี่ยังอึดและอดทน แม้จังหวะปะทะบางครั้งจะดูเหมือนมวยวัด แต่ยังต้องชื่นชมในความทุ่มเทและการกดดันคู่แข่งต่อเนื่อง และความสามารถในการแย่งบอลกลับมา

คลาซี่เคยถูกกล่าวถึงว่าเป็น "ชาบี้ฮอลแลนด์" แม้จะดูว่ายังห่างไกลความจริงไปนิด แต่กัปตันเฟเยนูร์ดรายนี้ก็มีสายตามเฉียบคมและการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยม รวมถึงเทคนิคฟุตบอลที่ดีพอที่จะเล่นได้อย่างที่ใจคิด

เป้าหมาย: เซาท์แธมป์ตัน (ไปร่วมทีมกับเปลเล่และนายเก่าคูมันอีกครั้ง และอาจจะเป็นตัวแทนของชไนเดอร์แล็ง หากมิดฟิลด์เฟร้นช์อำลานักบุญ) และอาร์เซนอล