ไม่ต้องซื้อ...ก็คุ้มได้ : 14 สุดยอดดีลยืมตัวในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

ฤดูกาล 2017 / 2018 จบลง และหลายๆทีมก็ทุ่มเงินซื้อนักเตะหน้าใหม่เข้าสู่ทีม... แต่จริงๆแล้วบางทีมันไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินมากมายแลกกับการคว้าแข้งใหม่เสริมทัพเลย

เกร็ก ลีอา คอลัมนิสต์ของเรา จึงจัดอันดับดีลยืมตัวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของลีกสูงสุดแดนผู้ดีให้ทุกท่านได้ติดตามกัน

เฮนริค ลาร์สสัน, จาก เฮลซิงบอร์กส์ ไป แมนฯ ยูฯ

แม้ว่าดาวยิงชาวสวีดิชทำได้เพียงประตูเดียวตลอดระยะเวลา 3 เดือนที่ลงเล่นใน”โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” แต่เขาถือเป็นการเสริมทัพอันยอดเยี่ยมของแมนฯยูฯอย่างแท้จริง “เขายอดเยี่ยมมากสำหรับเรา ทั้งความเป็นมืออาชีพ, ทัศนคติ และ ทุกอย่างที่เขาทำมันวิเศษจริงๆ” เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กล่าว หลังพยายามโน้มน้าวใจลาร์สสันให้ขยายสัญญายืมตัวกับทีมไปจนจบฤดูกาลแต่ไม่สำเร็จ

แดเนียล สเตอร์ริดจ์, จาก เชลซี ไป โบลตันฯ

เขาระเบิดฟอร์มยิง 8 ประตู จาก 12 เกม รวมถึงประตูชัยในนาทีสุดท้ายเหนือวูล์ฟแฮมป์ตันด้วย

ดาวยิงชาวอังกฤษถือเป็นกำลังสำคัญในทีมของโอเวน คอยล์ หลังย้ายมาเล่นในสัญญายืมตัวช่วงต้นปี 2011 เขาระเบิดฟอร์มยิง 8 ประตู จาก 12 เกม รวมถึงประตูชัยในนาทีสุดท้ายเหนือวูล์ฟแฮมป์ตันด้วย พร้อมทำสถิติเป็นผู้เล่นคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ยิงประตูตลอด 4 เกมแรกกับสโมสร ด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ทำให้สเตอร์ริดจ์ได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองกับเชลชี (ต้นสังกัดที่แท้จริง) ก่อนโดนขายให้ลิเวอร์พูลในเดือนมกราคมปี 2013

มิเกล อาร์เตต้า, จาก เรอัล โซเซียดัด ไป เอฟเวอร์ตัน

ในขณะที่เอฟเวอร์ตันทำผลงานเยี่ยมยึดอันดับ 4 ในเดือนมกราคมปี 2005 เดวิด มอยส์ ตัดสินใจเสริมทัพแข้งใหม่หมายรักษาตำแหน่งและคว้าตั๋วแชมเปียนส์ลีกตอนจบฤดูกาลให้จงได้ ดังนั้นเขาจึงทุ่มเงิน 6 ล้านปอนด์ คว้า เจมส์ บีตตี้ และ ยืม มิเกล อาร์เตต้า เข้ามา ผลปรากฎว่ากลับเป็นกองกลางชาวสแปนิชที่โชว์ฟอร์มได้ดีกว่า หลังเป็นหัวใจหลักในแดนกลางของทีมจนคว้าอันดับ 4 ได้สำเร็จ และได้เซ็นสัญญาถาวรกับสโมสรในช่วงซัมเมอร์ ก่อนถูกปล่อยให้อาร์เซนอลในปี 2011

Pages