อันเดรส อิเนียสต้า : กองกลางวัยเก๋าที่มีคุณค่ามากกว่าจะดูแค่สถิติ

ติดตามกันต่อสำหรับการจัดอันดับ 100 นักเตะของโลก โดย โฟร์โฟร์ทู ไปดูกันว่าทำไม อันเดรส อิเนียสต้า ถึงเข้าป้ายมาในอันดับที่ 19

ชาบีอาจย้ายไปแล้ว แต่อันเดรส อิเนียสต้ายังอยู่ สำหรับทั้งสโมสรและทีมชาติ อิเนียสต้ายังคงเป็นกุญแจสำคัญให้กับบาร์เซโลน่าและสเปน คอยเป็นสะพานเชื่อมระหว่างมิดฟิลด์กับแนวรุก ขณะเดียวกันก็คอยหาช่องทางปลดล็อคแผงกองหลังที่เหนียวแน่นไปด้วย อิเนียสต้าสามารถทำสิ่งนั้นได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายโอกาสที่ช่วยเซฟทีมนับครั้งไม่ถ้วน และขณะที่ทีมชาติสเปนทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ในยูโร 2016 ก็ยังเป็นนักเตะวัย 32 ปีที่กลับมาพร้อมกับคำยกย่องจากนักวิจารณ์

อิเนียสต้ายังคงเป็นตัวอันตรายเมื่อมีบอลอยู่ที่เท้าของเขา และแม้ว่าจะอายุมากขึ้น เขาก็ยังสามารถเลี้ยงบอลเปลี่ยนทิศทาง หลอกคู่แข่งจนหลังหักได้เหมือนอย่างที่เคย ด้วยการที่ชาบีจากไป ทำให้แข้งชาวสเปนผู้นี้จำเป็นต้องแบกรับความรับผิดชอบมากขึ้น ได้รับภาระคอยควบคุมเกมให้กับทีม อิเนียสต้าไม่เคยมีปัญหากับบทบาทใหม่นี้ของเขาเลย ซ้ำยังแสดงให้เห็นมากขึ้นด้วยว่าทำไมเขาถึงเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดเท่าที่บาร์ซ่าเคยสร้างขึ้นมา มุมมองในเกมการเล่นของเขายังคงเดิม รวมถึงความสามารถในการขับเคลื่อนทีม ขณะที่บอลเคลื่อนที่ไปพร้อมกับเท้าของเขาราวกับติดกาวไว้ โปรดปรานที่จะคอยเล่นงานเหล่าแผงหลัง แม้ว่า MSN จะขโมยพื้นที่พาดหัวข่าวอยู่เสมอ แต่เบื้องหลังผลงานของพวกเขาก็คืออิเนียสต้าผู้นี้ที่ทำให้ประตูไหลมาเทมามากมาย

คนเดิม

แม้ว่าจะทำประตูไปได้แค่ลูกเดียว แต่เกมการเล่นของอิเนียสต้าก็มีคุณค่ามากเกินกว่าจะไปสนใจเรื่องสถิติ ที่ผ่านมาเขาต้องเจ็บนานถึง 2 เดือน แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลต่อฤดูกาลของเขาเลย อิเนียสต้ายังคงสร้างผลงานอันน่าจดจำออกมาอีกมากมายอีกครั้ง บางทีอาจไม่มีอะไรที่โดดเด่นไปกว่าเดิมที่เบร์นาเบว เมื่อบาร์ซ่าถล่มเรอัล มาดริดด้วยชัยชนะ 4-0 อิเนียสต้าได้รับเสียงปรบมือเมื่อเดินออกจากสนามจากกองเชียร์คู่แข่ง ถือเป็นเกียรติที่เคยเกิดขึ้นแค่กับโรนัลดินโญ่เท่านั้นเมื่อหลายฤดูกาลก่อน เขาช่วยให้บาร์ซ่าจบอันดับที่ต้องการได้ในลา ลีกา เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง จากนั้นในช่วงซัมเมอร์ กับภารกิจรับใช้ทีมชาติสเปนก็ยังเป็นอิเนียสต้าที่คอยสานต่อความหวังให้กับพวกเขาในยูโร 2016 ความสม่ำเสมอ รวมถึงระดับการเล่นที่สูงของเขาในเวทีที่ฝรั่งเศส อาจถูกมองข้ามไปบ้างเนื่องจากผลงานโดยรวมของสเปน

ยังไว้ใจได้

แม้ว่าพวกเขาจะทำผลงานได้ตกต่ำกว่าที่เคย แต่มิดฟิลด์ร่างเล็กผู้นี้ก็ยังคอยพยายามเชื่อมเกมให้กับสเปนอยู่ตลอด ดูเหมือนว่าบิเซนเต้ เดล บอสเก้จำเป็นต้องพึ่งดาวเตะจากบาร์ซ่ามากกว่าที่เคย และเขาก็แทบไม่เคยจะทำให้ผิดหวังเลย เขามีความสามารถในการเร่งจังหวะเกม คอยกระตุ้นสเปนที่ดูเฉื่อยลงไป และในยามที่แทบไม่มีอะไรให้ได้ลุ้นก็จะเป็นอิเนียสต้าที่มาเปลี่ยนชะตาของทีมอีกครั้ง

แม้ว่าจะอายุถึง 32 ปีแล้ว แต่สำหรับนักเตะผู้นี้ อายุนั้นหมายถึงว่าเขาโตขึ้นมากกว่าเดิม มีอิทธิพลต่อทีมมากขึ้น และแทนที่เขาจะฟอร์มหลุดเหมือนอย่างที่เขาเคยเป็นมาบ้าง เขาก็กลายมาเป็นตัวสำคัญที่สามารถพลิกชะตาของเกมได้ บาร์ซ่าและสเปนอาจมีความแตกต่างอย่างมากในยามที่มีและไม่มีอิเนียสต้า ทั้ง 2 ทีมคงต้องกังวลถึงในอนาคตที่จะไม่มีนักเตะรายนี้ อาการบาดเจ็บไม่ได้เป็นปัจจัยสำคัญในอาชีพค้าแข้งของเขา และก็หวังว่าเขาจะยังเล่นต่อไปได้อีกสักพักใหญ่ บางทีเมสซี่อาจให้คำนิยามถึงเขาเอาไว้ได้ดีที่สุด "สิ่งที่ยากที่สุดที่จะทำในการเล่นฟุตบอล ก็คือการทำให้ทุกอย่างดูเหมือนง่าย ไม่ต้องพยายามอะไรมาก และนั่นแหละคืออันเดรส"