จำฝังใจ เดอะ ซีรี่ส์ : เปรมวุฒิ วงศ์ดี... โรนัลดินโญ่เมืองไทยที่หายไป

“ตอนนั้นเป็นช่วงที่ผมวัยรุ่น ผมชอบตามเพื่อน ตามรุ่นพี่ไปเรื่อย แล้วที่พัทยา มีแสงสีเยอะ อีกอย่างผมเป็นเด็กถิ่นที่นั่นด้วย ผมรู้จักหมด ใครอยากเที่ยว อยากไปไหนก็เรียกผม ผมไม่มีปฏิเสธ ไปก็ไป ไปไหนไปกัน” “แล้วดูตอนนี้สิ เพื่อนร่วมรุ่นมันไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ผมยังไม่ไปถึงไหนเลย”

นี่ คือ นักเตะที่ครั้งหนึ่ง คาร์ลอส อัลแบร์โต แปร์ไรร่า อดีตกุนซือทีมชาติบราซิล ชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 1994 ขนานนามให้เป็น “โรนัลดินโญ่เมืองไทย” แต่ตอนนี้ อัจฉริยะฟ้าประทานคนนั้น หายไปไหน? เขาทำอะไรอยู่? อะไรที่ทำให้เขาหายไป? เขาคิดอย่างไรบ้าง เมื่อเพื่อนรุ่นเดียวกัน ต่างได้ดิบได้ดีกันหมด?

มีวันนึง ก็ลงซ้อมธรรมดาตามปกติ ตามฐานที่เค้าให้ทำ แล้วทีนี้ ก็มี โอเล กุนน่า โซลชาร์ มาดูด้วย.. ผมก็ไม่ได้สนใจหรอก แล้วตอนประชุมหลังกินข้าว เค้าก็บอกว่าผมได้รางวัลนะ เพราะโซลชาร์ชอบผม

… บ่ายแก่ๆ ของวันครึ้มฟ้าครึ้มฝน ทีมงานโฟร์โฟร์ทู นัดแนะกับ “เจ้าฮาร์ท” เปรมวุฒิ วงศ์ดี อดีตนักเตะขาสั้นพรสวรรค์สูง ใจกลางเมือง ย่านเอกมัย เพื่อพูดคุยกระเทาะเปลือกชีวิตลูกหนังของเขา

“ผมเป็นคนจังหวัดสระแก้วครับ แต่พ่อแม่ย้ายถิ่นฐานมาเปิดห้องเช่า อพาร์ทเมนต์ในจังหวัดชลบุรี ตอนนี้ก็มีขยายกิจการมาอยู่แถวพัทยาด้วย” เปรมวุฒิ เริ่มเปิดเผยเรื่องราวชีวิตที่บ่งบอกว่า เขาเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ได้เดือดร้อน หรือต้องดิ้นรนแต่อย่างใด

“ตอนเด็ก ผมเรียนที่โรงเรียนสำเร็จวิทยา ในอรัญประเทศ (จ.สระแก้ว) ผมก็เล่นบอลตั้งแต่เด็กแล้วแหละ แล้วลองไปคัดโครงการของเป๊ปซี่ ของแมนฯ ยูไนเต็ด ตอนประมาณ 12 ขวบ .. ตอนนั้นไปคัดรุ่นเดียวกับ ก้อง-เกริกฤทธิ์ แล้วคะแนนของผมต้องชิงกับก้อง เค้าบอกว่าต้องเปิดเทปของผมกับก้องมาเทียบกันเลยนะ เพราะคะแนนสูสีกัน แล้วมีโค้ชจากแมนฯ ยูฯ มาช่วยกันคัด ซึ่งผมก็ชนะคะแนน แล้วได้ไปฝึกซ้อมที่อังกฤษ”

“ผมไปอยู่อะคาเดมี่ที่แมนฯ ยูฯ ระยะหนึ่ง แล้วมีวันนึง ก็ลงซ้อมธรรมดาตามปกติ ตามฐานที่เค้าให้ทำ แล้วทีนี้ ก็มี โอเล กุนน่า โซลชาร์ มาดูด้วย.. ผมก็ไม่ได้สนใจหรอก แล้วตอนประชุมหลังกินข้าว เค้าก็บอกว่าผมได้รางวัลนะ เพราะโซลชาร์ชอบผม แล้วเค้าก็มามอบเสื้อให้ผมเองกับมือ”

การไปอังกฤษครั้งนั้น ทำให้หัวใจของ “เจ้าฮาร์ท” ในวัยเยาว์ พองโต เพราะเขาได้สัมผัส แข้งระดับเวิลด์คลาสอย่าง เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลส์, รุด ฟาน นิสเตอรอย, ไรอัน กิ๊กส์, แกรี่ เนวิลล์ ฯลฯ

จากนั้น เปรมวุฒิ กลับมาเมืองไทย และคัดเยาวชนทีมชาติชุดอายุ 12 ปี รุ่นเดียวกับ ธีราทร บุญมาทัน, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์, ประวีณวัช บุญยงค์ และ สุรเชษฐ์ งามทิพย์ ซึ่งการติดทีมชาติไทยชุดดังกล่าว ก็ทำให้เขาได้เข้าไปอยู่ในโรงเรียน อัสสัมชัญ ศรีราชา ในช่วง ม.ต้น พร้อมกับ ซีเกต หมาดปูเต๊ะ อีกหนึ่งแข้งเด็กที่กำลังดัง

“ตอนนั้นผมก็ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรกับชีวิตมากนัก เพราะฟุตบอลอาชีพยังไม่มี แต่เราก็คิดนะว่า เราก้าวมาแล้วนะ ก็อยากจะไปต่อให้ไกลที่สุด... แล้วตอนอายุประมาณ 14-15 ปี มันมีไทยลีกสัญจร มาแข่งที่ชลบุรี ผมได้เป็นเด็กเก็บบอล เริ่มเห็นอะไรที่เป็นรูปเป็นร่าง ผมได้เห็นรุ่นพี่ของโรงเรียนในทีมชลบุรีมาแข่ง ได้เห็นทีมโค้ก-บางพระ, ธนาคารกรุงไทย ผมก็เริ่มคิดแล้วว่า เห้ย ฟุตบอลมันเลี้ยงดูเราได้นะ มันสร้างเงินได้เหมือนกัน เราก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีฝีมือ”

เปรมวุฒิ ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม ก็ตั้งใจเต็มที่ในวิถีฟุตบอลที่ตนเลือก โดยมี พิภพ อ่อนโม้ และ อิทธิพล พูลทรัพย์ เป็นไอดอลที่อยากก้าวไปให้ถึง.. “เจ้าฮาร์ท” ในช่วงเรียนมัธยม เป็นสุดยอดนักเตะพรสวรรค์ เขาคว้าแชมป์เยอะแยะมากมาย รวมถึง ดาวซัลโว, นักเตะยอดเยี่ยม, นักเตะทรงคุณค่า อีกหลายทัวร์นาเมนต์ อาทิเช่น ไนกี้ พรีเมียร์ คัพ และที่โด่งดังที่สุด คือการพา ชลบุรี เอฟซี คว้าแชมป์ โค้กคัพ ครั้งที่ 14 พร้อมกับ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ  ซีเกต หมาดปูเต๊ะ ที่ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโค้กคัพครั้งนั้น และการคว้าแชมป์ครั้งนั้น ได้ทำให้ “ฉลามชลจูเนียร์” ชุดดังกล่าว ได้ไปร่วมศึก “โคคา โคล่า อินเตอร์เนชั่นแนล ฟุตบอลแคมป์” ที่ประเทศบราซิล กันแบบยกท