Analysis

ช้างศึก ปะทะ พยัคฆ์เอเชีย : 7 แมตช์ดราม่าไทย-เกาหลีใต้

We are part of The Trust Project What is it?

5. ไทย 1-0 เกาหลีใต้, เอเอฟซี ยู-19 แชมเปี้ยนชิพ 2012 รอบคัดเลือก

เกมนี้นอกจากจะเป็นหนึ่งในชัยชนะไม่กี่ครั้งที่ได้จากการเจอทีม “โสมขาว” แล้ว ยังถือเป็นจุดเริ่มต้นของทีมชาติไทยสายเลือดใหม่ที่พาประเทศชาติเข้าถึงรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 12 ทีมสุดท้ายในอีก 4 ปีให้หลังอีกด้วย และจากเหุตผลนี้เองที่ทำให้เข้ามาอยู่อันดับ 4 ในลิสต์ของเรา

โดยแข้ง 11 ตัวจริงในวันนั้น ได้ติดทีมชาติชุดใหญ่นัดเจออิรัก 4 รายด้วยกัน นั่นก็คือ พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ ชนาธิป สรงกระสินธ์

ซึ่งในตอนจับสลากหลายคนคงไม่คิดว่าจะรอดเมื่อต้องอยู่สายเดียวกับเกาหลีใต้และญี่ป่นที่เป็นชาติมหาอำนาจลูกหนังด้วยทั้งคู่ แถมยังลงเตะกับเกาหลีเป็นนัดเปิดสนามอีก

ช่วงแรกดูเหมือนว่าจะเกร็งๆ เมื่อทีมเยือนเป็นฝ่ายครองเกมบุกได้มากกว่า ยังดีที่ขุนพล “โสมขาว” เองก็มีจังหวะหวาดเสียวไม่มากนัก จนกระทั่งครึ่งหลังดูผ่อนคลายมากขึ้น กล้าเล่น กล้าต่อบอลตามช่อง ได้ขึ้นเกมทางริมเส้นและลองยิงไกลมากขึ้น และนี่คือสัญญาณเตือนอาคันตุกะว่าต้องระวังตัวเอาไว้ให้ดี…

แล้วในนาทีที่ 57 แข้งพลังหนุ่มแดนขวานทองก็สำแดงเดช เมื่อ “เมสซี่เจ” จ่ายให้ ธิติพันธ์ พ่วงจันทร์ แต่งบอลขึ้นหน้า 2 จังหวะก่อนยิงเต็มข้อจากระยะ 35 หลา ลูกพุ่งวาบแสกหน้าผู้รักษาประตูเข้าไปแบบเฉียบขาดชนิดที่เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมในเทพหัสดินได้ทั้งสนามเลยทีเดียว

หลังจากนั้นเกาหลีใต้ก็พับสนามบุกอย่างต่อเนื่องหวังจะทำประตูตีเสมอแล้วก็เกือบจะทำสำเร็จจาก ซอง บอม แจ แต่พีระพัฒน์ก็อาสาเป็นหน่วยกล้าตายสกัดบอลออกจากเส้นได้หวุดหวิด

หมดเวลาทัพ “ช้างศึก” เก็บ 3 แต้มสำคัญได้จากประตูโทนของ “เจ้านิว” ซึ่งชัยชนะนัดดังกล่าวทำให้พวกเขามีความมั่นใจพร้อมกับเก็บชัยชนะได้อีก 2 และเสมอ 1 จบรอบคัดเลือกด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มเหนือเกาหลีใต้และญี่ปุ่นที่ตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ นับเป็นการประกาศศักดาของบรรดาเด็กระเบิด “โกลเด้น เจเนเรชั่น” รุ่นใหม่อย่างแท้จริง