ชัปปุยส์คุยกับฝรั่ง : การปรากฏตัวอีกครั้งในซูซูกิ คัพ หลังสร้างชื่อเมื่อ 2 ปีก่อน

สองปีก่อนหน้านี้ ชาริล ชัปปุยส์ ได้ประกาศตัวตนว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุดของทีมชาติไทยด้วยการยิง 4 ประตูในรายการ ซูซูกิ คัพ 2014 ก่อนจะพาทีมช้างศึกคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ 

ณ ปัจจุบันหรือ 24 เดือนต่อมา ชัปปุยส์ ในวัย 24 ดูจะห่างไกลจากสิ่งที่เขาทำไว้ในอดีตมากขึ้นเรื่อยๆ เขาพลาดการลงสนามมากว่า 18 เดือนเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าตามเล่นงานเขาเป็นคำรบที่สอง

ชัปปุยส์ ได้เข้าเเคมป์เก็บตัวกับทีมชาติไทย จากการถูกเรียกตัวเพิ่มเข้ามาเป็น 4 นักเตะที่รอสแตนด์บายสำหรับแมตช์วันนี้ที่จะพบกับ ออสเตรเลีย ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก และเขาจะถูกเพิ่มชื่อในภายหลังในช่วงส่งชื่อนักเตะ 23 คนในสุดสัปดาห์นี้

นอกจากนี้เขายังมีชื่ออยู่ใน 27 นักเตะสำหรับการคัดตัวลุย ซูซูกิ คัพ ที่กำลังจะเริ่มเเข่งขันในวันเสาร์นี้ โดย ไทย จะพบกับ อินโดนีเซีย ที่สนาม ฟิลิปปินส์ สปอร์ต สเตเดี้ยม

"ผมพยายามจะทำให้ดีที่สุดเพื่อให้อยู่ในรายชื่อทีมชุดซูซูกิคัพ" เขาให้สัมภาษณ์กับ FourFourTwo เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

หลังจากหายไปทั้งฤดูกาล 2015 เนื่องจากปัญหาบาดเจ็บที่หัวเขา ชัปปุยส์ เพิ่งมีโอกาสกลับมาคืนสนามให้กับ สุพรรณบุรี เอฟซี ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ และทางเจ้าตัวเองก็ยังยอมรับว่าเขายังไม่สามารถกลับมาสู้จุดที่เคยทำไว้เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้ได้ 

"ผมไม่ได้เจ็บปวดสำหรับทุกเรื่องหรอกนะ...แน่อนว่านี่มันอาจจะเป็นช่วงเวลาแย่ๆที่ผมจะต้องเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 เดือนหลังสุดที่ผ่านไปได้อย่างยากเย็น การไม่ได้ลงเล่นในเกมปรีซีซั่นและห่างจากเกมการเเข่งขันมานานทำให้ผมค่อนข้างเหนื่อยอยู่บ้างเหมือนกัน แต่ตอนนี้เรากำลังอยู่ในช่วงเก็บตัวและสิ่งที่ผมต้องทำคือทุ่มเททุกสิ่งที่มีและทำมันให้ดีที่สุด"

"ผมรู้สึกว่าผมกำลังใกล้จะกลับมาอยู่ในความฟิตระดับ 100% แล้ว และผมมั่นใจว่าผมสามารถเป็นส่วนหนึ่งและช่วยให้ทีมชาติไทยประสบความสำเร็จในรายการ ซูซูกิ คัพ"

หลังจากที่เขาช่วยให้ทีมชาติไทยคว้าแชมป์ ซูซูกิ คัพ 2014 ในตอนนั้นเขามุ่งหวังอย่างยิ่งที่จะทำตัวให้พร้อมและเข้าสู่การเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกในปี 2015 จนกระทั่งอาการบาดเจ็บเข้ามาพรากเขาจากสังเวียนหญ้า

"มันชัดเจนมาก คงไม่มีใครมีความสุขหรอกสำหรับการได้รับบาดเจ็บ มันคือช่วงเวลาที่เลวร้ายขนานแท้เลยล่ะ" มิดฟิลด์ตัวเก่งให้สัมภาษณ์ต่อ "ผมคิดว่าทางที่ดีที่พอใจะช่วยได้คือการได้ลงเล่นเยอะๆและกลับมามีความมั่นใจมากขึ้น แต่ส่วนตัวเเล้วผมก็โอเคสำหรับเรื่องนี้นะ ผมสามารถยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้"

ชัปปุยส์ ผู้เป็นอดีตนักเตะทีมชาติ สวิตเซอร์แลนด์ ในระดับเยาวชนผู้คว้าแชมป์โลก ยู17 รุ่นเดียวกับ กรานิต ชากา ยังได้เปิดเผยกับเราอีกว่าเขามีวิธีก้าวผ่านความเจ็บปวดตลอด 18 เดือนที่ยากลำบากได้อย่างไร

"ผมคิดว่าทุกคนที่เล่นกีฬาคงเข้าใจดีกว่าการบาดเจ็บมันเลวร้ายแค่ไหน และต้องใช้เวลามากเท่าไรจึงจะยอมรับกับสิ่งเหล่านี้ได้"

"โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผมเอง มันช่างเป็นอาการบาดเจ็บที่กินระยะเวลายาวนานเหลือเกิน ผมยอมรับว่ามันคือชวงเวลาแห่งความยากลำบาก แต่ผมเองก็มีความสุขอยู่บ้างตรงที่ครอบครัว , แฟนของผม และเพื่อนๆอีกหลายๆคนพยายามอย่างมากที่จะช่วยให้ผมก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้" 

การกลับคืนสู่สนามในเดือน พฤษภาคม มีความหมายต่อเขามาก เพรานั่นหมายความว่าเขาจะมีโอกาสเป็นตัวเลือกสำหรับเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก และในขณะที่ผลการเเข่งขันไม่เป็นไปอย่างที่ทีมชาติไทยหวัง แต่ชัปปุยส์ยังเชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะโชคไม่เข้าข้างทีมช้างศึกเท่าไรนัก

"สำคัญที่สุดเลย ผมคิดว่าเกมกับ ซาอุดิอาระเบีย เราเล่นกันได้ดีจริงๆ และเราเองก็สมควรที่จะมีแต้มอย่างน้อย 1 เเต้ม" มิดฟิลด์ผู้เกิดในสวิสกล่าว

"แต่ในที่สุดสิ่งที่มันเกิดขึ้นคือวิธีการตัดสินบางอย่างที่เราต้องเจอ แต่นี่คือฟุตบอล เราเองต้องยอมรับมันไว้ให้ได้"

"สำหรับเราเเล้วมันเป็นสิ่งสำคัญนะที่พยายามรักษาสไตล์การเล่นในแบบของเราเอาไว้ นั่นคือการทุ่มเท่เต็มที่เกิน 100% ในฐานะตัวแทนของชาติ ซึ่งแน่นอนว่าเรายังมีเรื่องต้องปรับปรุงกันต่อไป"

"ตอนนี้เรากำลังเจอกับการเเข่งขันในระดับสูง ณ จุดนี้ทำให้เรามองเห็นบางสิ่งที่แตกต่างออกไปจากที่เคยเจอ ผมคิดว่ามันคือเรื่องที่สำคัญสำหรับพวกเราทุกคน โดยเฉพาะเหล่าผู้เล่นที่อายุยังน้อยการได้ทำงานหนักและเก็บเกี่ยวเอาสิ่งที่ต้องปรับปรุงกลับมาแก้ไขในอนาคต"

และตามที่ ชัปปุยส์ ได้ยืนยันการได้เล่นในเกมระดับสูงมาเเล้วสิ่งนี้จะช่วยให้พวกเขามีโอกาสที่จะป้องกันแชมป์ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ อีกครั้ง

"ผมคิดว่าเราคือทีมที่ดี แต่มันก็ชัดเจน ณ ตอนนี้เราเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก แต่การได้เล่นกับทีมที่เเข็งแกร่งกว่าเราจะทำให้เรามีความพร้อมที่มากขึ้นสำหรับการเเข่งขัน ซูซูกิ คัพ"

การได้จับฉลากอยู่กลุ่มเดียวกับชาติเจ้าภาพอย่าง ฟิลิปปินส์ , สิงคโปร์ และ อินโดนีเซีย ชัปปุยว์ มองว่าไม่ใช่งานง่ายเพราะแต่ละชาติต่างมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน คือต้องล้มที่ชาติไทยที่เป็นทีมที่ดีที่สุดในภูมิภาคให้ได้

"ผมไม่ง่ายเลยที่จะบอกว่าในกลุ่มนี้ใครดูเหนือกว่าอย่างขาดลอยมากที่สุด ... ผมคิดว่าทุกๆทีมล้วนมีความแข็งแกร่งตามแบบฉบับของตัวเองกันทุกทีม" เขาอธิบาย

"ทุกๆทีมต่างคาดหวังที่จะเอาชนะเราให้ได้เพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาทุกๆทีมมีสิทธื์ที่จะล้มทีมชาติไทยได้"

"ผมคิดว่ากลุ่มนี้คืองานที่หินและตึงมือแบบสุดๆ อินโดนีเซีย กลับมาแล้วและพวกเขาก็เป็นคู่ต่อสู้ที่รับมือยาก และเราก็ได้เห็นมาเเล้วโดยเฉพาะใน ซีเกมส์ และ เอเชี่ยนเกมส์"

"ส่วนทีมที่แข็งแกร่งที่สุดผมคิดว่าเป็น ฟิลิปปินส์ เขาพวกมีความพร้อมสูงมากและมีกำลังนักเตะที่ยอดเยี่ยม อีกทั้งยังได้ลงเล่นในรังเหย้อีกต่างหาก แต่เราจะพยายามอย่างที่สุดเหมือนที่เราเคยทำมาในทุกๆครั้ง เราจะเล่นตามเกมของเรา เราจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อชัยชนะด้วยสไตล์ของเราเอง"