Exclusive ซานติ กาซอร์ล่า : พรีเมียร์ลีกคือ 'ลีกที่ยากที่สุดในโลก'

Brandon Parry via ZUMA Wire

บางทีที่เป็นเพราะอาร์เซนอลชวดแชมป์ลีกอาจเป็นเพราะว่า ซานติ กาซอร์ล่า บาดเจ็บ ซึ่ง สก็อตต์ เฟร้นช์ พบว่าจอมทัพสแปนิชคือนักเตะคนสำคัญที่ช่วยให้ปืนใหญ่สิ้นสุดการรอคอยเสียที…

อาร์เซนอลไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกเกือบตลอดทั้งซีซั่น ก่อนจะฟอร์มแผ่วไป 2-3 เดือนแล้วก็เร่งเครื่องเข้าป้ายเป็นอันดับ 2 ซึ่งถือเป็นอันดับที่ดีที่สุดของสโมสรในรอบกว่าทศวรรษเลยทีเดียว แม้เดอะ กันเนอร์ส จะชนะถึง 20 นัดที่ก็ตามหลังเลสเตอร์ ซิตี้ 10 แต้ม ซึ่งผลลัพธ์อาจจะต่างออกไปถ้าหากพวกเขามี ซานติ กาซอร์ล่า อยู่ในสนามมากนัดกว่านี้

จอมทัพชาวสแปนิชวัย 31 ปีเป็นได้แค่ผู้ชมข้างสนามในฤดูกาล 2015-16 หลังจากเจ็บเข่าไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน และกว่าจะได้ลงสนามอีกครั้งก็นัดสุดท้ายของซีซั่น แม้กาซอร์ล่าได้ลงเล่นในลีกเพียงแค่ 15 นัดเมื่อซีซั่นก่อน แต่ก็ยังอุตส่าห์สร้างสรรค์โอกาสได้มากถึง 38 ครั้ง ซึ่งทั้งทีมเขาเป็นรองแค่ เมซุต โอซิล กับ อเล็กซิส ซานเชซ เท่านั้น นั่นทำให้เจ้าตัวถือเป็นหนึ่งในสุดยอดตัวปั้นเกมของเดอะ กันเนอร์ส นับตั้งแต่ย้ายมาจากมาลาก้าเมื่อปี 2012

ตอนนี้กาซอร์ล่ากลับมาแล้ว และพร้อมที่จะลุยสำหรับฤดูกาลใหม่ ซึ่งถ้า อาร์แซน เวงเกอร์ สามารถหาตำแหน่งให้ลงได้ นี่อาจจะเป็นปีที่อาร์เซนอลปลดล็อคได้สำเร็จ มันแค่ต้องใช้เวลานิดหน่อยเท่านั้นเอง

"เขาคือผู้รักษาความปลอดภัยทางเทคนิคในแผงมิดฟิลด์ และเราก็ชวดใช้งานเขาราว 5 หรือ 6 เดือนเมื่อฤดูกาลก่อน" เวงเกอร์กล่าวหลังจากที่กาซอร์ล่าลงเล่นนัดแรกในช่วงปรีซีซั่นของตัวเองที่ชนะกัวดาลาฮาร่า 3-1 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคมที่สตับฮับ เซ็นเตอร์ "เขายังไม่ฟิตสมบูรณ์ดีนัก แต่ก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมเขาน่าจะเข้าที่เข้าทาง"

ทำได้ทุกอย่างในแผงกองกลาง

แม้จะตัวสูงแค่ 5 ฟุต 4 นิ้ว แต่เทคนิคของเขาถือว่าเหนือกว่าแทบทุกคนในสนาม เขามีอิทธิพลต่อเกมการเล่นของปืนใหญ่อย่างมากนับตั้งแต่มาถึง และยังเล่นมาหลายตำแหน่งก่อนจะลงเอยที่เพลย์เมคเกอร์แนวลึก

เขาและ ฟรองซิส​โกเกอแล็ง วัย 25 ปีเล่นได้เข้าขากันเป็นอย่างดีตลอด 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ตอนนี้เวงเกอร์มีตัวเลือกในแนวลึกเพิ่มขึ้นทั้ง โมฮาเหม็ด เอลเนนี่, อารอน แรมซี่ย์,​ แจ็ค วิลเชียร์ รวมถึง กรานิต ชาก้า กองกลางทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ตัวใหม่ที่เข้ามา

และจากการที่โอซิลยังไม่พร้อมที่จะลงเล่นหลังจากได้พักเพิ่มเนื่องจากกรำศึกยูโร 2016 ทำให้กาซอร์ล่าได้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกแทนในช่วงปรีซีซั่น ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถเล่นได้แบบสบายๆ แต่ด้วยความสามารถในการคุมจังหวะเกมจึงน่าจะทำให้เขาเหมาะที่จะทำเกมในแนวลึกมากกว่า

"มันเป็นบทบาทที่ต่างกันหรือเปล่าน่ะหรอ ไม่นะ" กาซอร์ล่าอธิบายกับโฟร์โฟร์ทู "เพราะเมื่อคุณเล่นอยู่หลังศูนย์หน้า คุณจะต้องมีความรับผิดชอบในการยิงประตูเพิ่มขึ้นมั้ยหรอ ไม่เลย"

"มันต่างก็แค่ตำแหน่งการยืนเท่านั้นเอง บางทีผมอาจจะอยู่ไกลจากหน้าปากประตูมากไปหน่อย แต่ผมต้องการทำให้หลายๆอย่างดูไหลลื่นขึ้นเพื่อทีม"

ซึ่งการมีอยู่ของโอซิลและการเป็นมิดฟิลด์ตัวรับโดยธรรมชาติของโกเกอแล็งทำให้ช่วยขับความสามารถของเขาให้เด่นขึ้นไปอีก

"มันเป็นเรื่องง่ายนะที่เล่นเคียงข้างกับพวกเขา" กาซอร์ล่ากล่าว "เมซุตถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ส่วนโกเกอแล็งก็เป็นนักเตะหนุ่มที่มีอนาคตสดใสของอาร์เซนอลและทีมชาติฝรั่งเศส"

ชดเชยเวลาที่หายไป

Nigel French / EMPICS Sport

อาการบาดเจ็บในเกมกับนอริชทำให้เจ้าตัวชวดลงเล่นเกือบทั้งซีซั่น

ทุกอย่างๆไปได้สวยในช่วง 3 เดือนแรกของฤดูกาลก่อน เมื่อเดอะ กันเนอร์ส อยู่ในระหว่างที่ 2-4 บนตารางคะแนน และมีแต้มห่างจากจ่าฝูงไม่ถึง 2 แต้ม แต่พอกาซอร์ล่าหายไปเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน จากการที่เอ็นหัวเข่าซ้ายฉีกขาด ทำให้ความหวังของอาร์เซนอลที่จะคว้าแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004 ได้จางหายไปในทันที

และปัญหาที่เอ็นร้อยหวายในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ก็ทำให้การพักฟื้นของเขาล่าช้าลงไปอีก นั่นทำให้กาซอร์ล่ากว่าจะได้คัมแบ็คต้องรอถึงเดือนสุดท้ายของซีซั่น ซึ่งในเกมที่ชนะไวกิ้งของนอร์เวย์ 8-0 นั้น กาซอร์ล่าได้ลงสนามครบ 90 นาทีเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และเจ้าตัวก็รู้สึกกระตือรือร้นกับฤดูกาลใหม่ที่ได้เริ่มต้นขึ้น

"เราตื่นเต้นมากๆกับฤดูกาลใหม่ มันคือความจริง" กาซอร์ล่ากล่าว "มันจะเป็นเรื่องยากมากๆ เพราะมีทีมเจ๋งๆมากมายอย่างเชลซี, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่เราก็มีทีมที่ดี เรามีความมั่นใจมาก และเราก็ต้องการที่จะออกสตาร์ทในลีกด้วยฟอร์มที่ดีที่สุดเริ่มจากเกมกับลิเวอร์พูลวันอาทิตย์นี้เลย หวังว่าจะชนะนะ"

เมื่อซีซั่นก่อนอาร์เซนอลจบด้วยอันดับรองแชมป์ซึ่งถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ที่เป็นพระรองของเชลซีเมื่อ 11 ปีก่อน อย่างไรก็ตามกาซอร์ล่าก็ให้ความเห็นว่าเป็นฤดูกาลที่ "น่าผิดหวังเอามากๆ" มากกว่า "เพราะเรามีโอกาสที่ดีมากๆ" โดยอาร์เซนอลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 ครั้งใน 8 ซีซั่นแรกที่เวงเกอร์กุมบังเหียน แต่หลังจากนั้นก็ไม่เคยได้อีกเลย ถึงแม้ว่าทีมจะไม่เคยหล่นจากท็อป 4 ตลอดระยะเวลาที่เวงเกอร์คุมทีมปืนใหญ่มา 20 ฤดูกาลก็ตาม

"มันไม่มีวันพอหรอก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" เวงเกอร์กล่าว "ส่วนตัวผมเชื่อว่าไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม มันจะไม่เคยพอ และเราต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อนำสิ่งที่ดีที่สุดมาสู่ทีม เรารู้ว่าเราต้องทำอะไร เราจบอันดับ 2 เมื่อซีซั่นแล้ว เรามี 18 ทีมที่ตามหลังเรา แต่มันก็ยังมีความคาดหวังว่าจะต้องดีกว่านี้"

"เมื่อคุณมองไปที่พรีเมียร์ลีก ทุกๆสโมสรย่อมมีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ทั้งนั้น และเมื่อคุณดูที่จำนวนเงินที่ทุกทีมจ่ายไปเพื่อเซ็นสัญญากับแข้งระดับท็อป มันก็ค่อนข้างน่าขนลุกไม่น้อยเลยทีเดียว แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่พรีเมียร์ลีกกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้"

การแข่งขันที่สูสี

หลังจากที่มีนักเตะระดับโลกย้ายมาค้าแข้งที่อังกฤษเป็นเวลาหลายปี แต่ตอนนี้ก็ได้มีผู้จัดการทีมระดับโลกด้วยเช่นกัน เมื่ออดีตกุนซือบาร์เซโลน่าและบาเยิร์น มิวนิค อย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เช่นเดียวกับ อันโตนิโอ คอนเต้ นายใหญ่เชลซีที่ทำผลงานได้เกินความคาดหมายกับอิตาลี และยังมี โชเซ่ มูรินโญ่ ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีก

โดยเวงเกอร์ได้กล่าวหลังเกมที่ชนะกัวดาลาฮาร่าว่า "เป็นเป็นแข่งขันผู้จัดการทีมชิงแชมป์โลกกลายๆ" เลยทีเดียว

"นั่นทำให้มันเป็นที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะผู้จัดการทีมเหล่านี้มาพร้อมกับชื่อเสียงและเกียรติประวัติมากมาย" เขากล่าวกับ Yahoo! Sports "แต่สุดท้ายจะมีเพียงแค่คนเดียวที่คว้าแชมป์"

ซึ่งกาซอร์ล่าเองก็มองเห็นการมาถึงของกวาร์ดิโอล่าและคอนเต้ รวมถึง เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เข้ามากลางฤดูกาล ถือเป็นก้าวถัดไปของพรีเมียร์ลีกเลยทีเดียว

"ตอนนี้มันดีกว่าตอนที่ผมย้ายมาอยู่อาร์เซนอลใหม่ๆมาก" กาซอร์ล่าที่ค้าแข้งในลา ลีกา มา 9 ฤดูกาล โดยเป็นบียาร์เรอัลถึง 7 ฤดูกาลกล่าว "ตอนที่ผมมาถึงมันก็เป็นลีกที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว ถือเป็นหนึ่งในสุดยดลีกของโลกเลยล่ะ แต่ตอนนี้มันยังดีขึ้นได้อีก เพราะมีโค้ชชื่อดังอย่างมูรินโญ่และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ซึ่งถือเป็นเรื่องดีต่อลีก"

และมันก็ได้นำมาสู่การแข่งขันอันเข้มข้น แม้ฟุตบอลของลา ลีกา จะสวยงามกว่า, เซเรีย อา จะมีแทคติกมากกว่า และบุนเดสลีกาอาจจะดีกว่าในเรื่องของการปั้นดาวรุ่ง แต่การแข่งขันอันสูสีต้องยกให้กับพรีเมียร์ลีก

"สำหรับผม พรีเมียร์ลีกมันยากกว่า" กาซอร์ล่ากล่าว "ผมเคยเล่นที่สเปนมาก่อนหน้านี้หลายปี จริงอยู่ที่มันยาก แต่ผมคิดว่ามันต่างออกไป เพราะปกติแล้วจะเป็นบาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด ที่คว้าแชมป์ และตอนนี้ก็มีแอตเลติโก (มาดริด) ที่สอดแทรกเข้ามา แต่ในอังกฤษมันเป็นเรื่องยากยิ่งกว่า คุณคงได้เห็นตัวอย่างจากเมื่อซีซั่นก่อนแล้วใช่ไหมที่เลสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีก! ผมคิดว่ามันเป็นลีกที่ยากที่สุดในโลกเลยทีเดียว"

แม้อาร์เซนอลจะมีศักยภาพลุ้นแชมป์ทุกปี แต่เวงเกอร์ก็ยังอยากเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับรวมถึงการคว้าศูนย์หน้าระดับท็อปอีกราย ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าทีมยังคงมีปัญหาอยู่ และนักเตะของเขาเองก็รู้ดีว่าปัญหาเล็กๆน้อยๆก็สามารถทำให้เกิดผลกระทบอันใหญ่หลวงตามมาได้

"เราจำเป็นต้องพัฒนา, เราจำเป็นต้องปรับปรุง เพราะเราจำเป็นต้องเขี้ยวมากกว่านี้" กาซอร์ล่ากล่าว "ผมคิดว่ามันจะต้องแตกต่างจากฤดูกาลที่แล้ว เราเสียแต้มในบ้านมากเกินไป ถ้าเราต้องการชนะในลีก เราไม่สามารถเสียแต้มในเกมเหล่านี้ได้"

ชุดแข่งอาร์เซนอลทั้งเหย้า,​ เยือน และชุดที่ 3 จากพูม่า พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้วที่ puma.com/arsenal