คิม ดอง จิน : โก ซุล กิ คือ เด็กน้อยของผม

แม้ทำตัวโลว์โปรไฟล์ และ อาจไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือน ปาร์ค จี ซอง, อี ยอง เปียว, หรือกระทั่ง ซง ฮึง มิน แต่ นี่ คือ นักเตะในไทยพรีเมียร์ลีกเพียงคนเดียวที่เคยคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก ร่วมฟุตบอลโลก 2 สมัย และ ฟุตบอลโอลิมปิก เกมส์ อีก 2 สมัย ที่นักเตะจากแดนโสมขาวทุกคนในเมืองไทยต้องซูฮก

FFT TH ได้มีโอกาสนั่งคุยแบบสุดพิเศษครั้งแรกกับ คิม ดอง จิน อดีตกองหลังทีมชาติเกาหลีใต้ของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด เรื่องราวในวัยเด็กสไตล์เกาหลีตบหัวมีจริงหรือไม่? เรื่องราวสมัยคว้าแชมป์ยูโรปาลีกเป็นอย่างไร? สมัยเล่นเคียงข้างกับ มาร์ติน สเคอร์เทล ในแนวรับเป็นอย่างไร? การสัมผัสฟุตบอลโอลิมปิก เกมส์ และฟุตบอลโลกครั้งแรกเป็นอย่างไร, ทำไมเสื้อของเขาจึงไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ของ ปาร์ค จี ซอง, ความสัมพันธ์ของเขากับ โก ซุล กิ กองกลางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในฐานะนักเตะรุ่นน้องความจริงแล้วเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่!

FFT TH : สวัสดีครับ มิสเตอร์ คิม (จับมือ)

คิม ดอง จิน : สวัสดีครับ

FFT TH : เป็นอย่างไรบ้างกับชีวิตที่เมืองทองฯ 2 ปีมานี้...

คิม ดอง จิน : มันยอดเยี่ยมนะ… โดยทั่วๆไปผมชอบชีวิตที่เมืองไทย ทั้งอากาศและอาหาร รวมถึงวัฒนธรรมที่นี่ ที่สำคัญคือวิธีการที่สโมสรเมืองทองฯ ดูแลช่วยเหลือผมในการปรับตัว

FFT TH : ความจริง… แฟนบอลไทยไม่ค่อยรู้เรื่องชีวิตของคุณตอนเด็กๆ นัก พอจะเล่าให้ฟังคร่าวๆได้ไหม?

คิม ดอง จิน : อืม...ชีวิตผมเหรอ พ่อผมเป็นทหาร ส่วนแม่ก็เป็นแม่บ้าน ไม่ได้มีอะไรโลดโผนเท่าไหร่ ผมเริ่มเล่นฟุตบอลจริงๆจังๆค่อนข้างช้านะ ตอนอายุได้ 12 ปีโน่น แต่จริงๆ ผมอยากเล่นฟุตบอลมากๆ ตอนผมประถม คือ มันเป็นงี้ สมัยนั้นถ้าใครติดทีมโรงเรียนมันจะมีโอกาสได้ไปแข่งฟุตบอลที่ต่างประเทศ เช่นที่ญี่ปุ่น และผมก็อยากจะไปต่างประเทศบ้าง

FFT TH : นี่ คือ แรงบันดาลใจในการมุ่งมั่นเล่นฟุตบอลของคุณงั้นเหรอ?

คิม ดอง จิน : ไม่เชิงหรอก คือ มันเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ยิ่งอยากเล่นมากกว่า ต้องเข้าใจน่ะว่าเด็กๆ ส่วนใหญ่ก็อยากจะไปต่างประเทศ ซึ่งก็อย่างที่บอกแหละผมมามุ่งมั่นกับฟุตบอลจริงๆ ตอน 12 ปี

FFT TH : ผมได้ยินว่าฟุตบอลเกาหลีใต้ ซ้อมโหดมาก… แล้วคุณยังอยากจะเล่นอีกเหรอ?

คิม ดอง จิน : คือ จริงๆ ตอนที่เริ่มเล่นบอลจริงๆ ตอน 12 ปี มันยังรู้สึกสนุกๆ อยู่น่ะ มันเหมือนเป็นงานอดิเรกของผม แต่พอต้องเข้าไปอยู่กับทีมโรงเรียน (Tongjin High School) จริงๆแล้ว มันสุดยอดจะกดดันและโหดเลย สมัยเด็กๆผมร้องไห้บ่อยมากกับการเล่นฟุตบอล ถ้าเล่นไม่ดีละก็ เรามักโดนว้ากเสมอ เช่นเดียวกันกับถ้าแพ้ขึ้นมา...คือสมัยก่อนเรื่องแบบนี้ที่เกาหลีใต้ เป็นอะไรที่ปกติมาก แต่ผมคิดว่าปัจจุบันเปลี่ยนไปเยอะแล้วละ อย่างไรก็ตามตอนนั้นผมยังอยากเล่น ฟุตบอลต่อไป และพ่อ-แม่ ผมก็ช่วยเหลือสนับสนุนเป็นอย่างดีในทุกๆอย่าง

FFT TH : เพื่อนรุ่นเดียวกับคุณในโรงเรียนนั้นยังมีใครเป็นนักฟุตบอลอาชีพมากไหม?  

คิม ดอง จิน : ก็มี คิม โด ฮอน (อดีตกองกลางทีมชาติเกาหลีใต้ และเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เจ้าของฉายาพอลสโคลส์แห่งเอเชีย และกัปตันทีมซองนัม อิลวา ปัจจุบัน) เราเล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็กสมัยอยู่ประถมนั่นแหละ

FFT TH : คุณเริ่มอยากเป็นนักฟุตบอลจริงๆจังๆ  

คิม ดอง จิน : ผมก็เล่นไปโดยที่ยังไม่ได้ถึงกับคิดว่าจะต้องเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้หรอก จนกระทั่งเรียนจบมัธยมศึกษา ผมก็ได้เข้าทีม อันยาง (เอฟซี โซล ในปัจจุบัน) ชุดเยาวชน 19 ปี และก็ได้ติดทีมชาติชุดเยาวชนด้วย ก็เลยมุ่งมั่นมาทางนี้

นับเป็นแข้งเกาหลีใต้ที่ติดทีมชาติยาวนานที่สุด

FFT TH : แล้วจริงๆ ตัวคุณไม่ได้มีความฝันอย่างอื่นเลยงั้นเหรอ?  

คิม ดอง จิน : ผมอยากเป็นหมอ

FFT TH : หมองั้นเหรอ? งั้นคุณก็ต้องเรียนเก่งมากๆ

คิม ดอง จิน : ก็ถ้าผมเรียนเก่งผมจะมาชอบเตะฟุตบอลงั้นเรอะ? (ฮา) คือ จริงๆ ตอนนั้นเหมือนพ่อ-แม่ ผมก็คาดหวังอยากจะให้ผมเป็นมากกว่า แต่ด้วยความที่พวกเขาก็ชื่นชอบฟุตบอลเหมือนกันเลยสนุบสนุนผมให้มาทางนี้

FFT TH : กับอันยาง ตอนเข้าไปอยู่ใหม่ๆ รู้อะไรเกี่ยวกับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน บ้างรึเปล่า?

คิม ดอง จิน : ผมได้ยินเรื่องราวของเขาเยอะมาก สมัยเข้าไปเป็นผู้เล่นที่นั่น (อันยาง) ใหม่ๆ ว่าเขายอดเยี่ยมแค่ไหน จากทั้งประธานสโมสรฯ และอดีตผู้จัดการทีม แต่ส่วนตัวผมไม่เคยได้ดูเขาลงเล่นตัวเป็นๆ หรอกนะ (สมัยที่ ปิยะพงษ์ ไปค้าแข้งที่เกาหลีใต้กับ ลัคกี้ โกลด์ สตาร์ หรือ เอฟซี โซล ในปัจจุบัน คิม ดอง จิน เพิ่งมีอายุได้ 4 ขวบ) ความจริงสมัยเด็กๆ ผมก็เคยเป็นกองหน้าเหมือนกัน แต่ไม่เก่งเท่าไหร่นัก เลยต้องมาเล่นกองหลังนี่ไง (ฮา) ซึ่งสาเหตุที่ผมเปลี่ยนมาเล่นกองหลังก็เพราะตอนนั้น ฮอง เมียง โบ (อดีตตำนานกองหลังทีมชาติเกาหลีใต้ และกุนซือทีมชาติ) เก่งสุดๆไปเลย เขาเหมือนกับเป็นคนที่ผมยึดถือเป็นต้นแบบและเป็นไอดอลของผม

FFT TH : ชีวิตกับสโมสรแรก...ปีแรกเป็นอย่างไร?

คิม ดอง จิน : จริงๆ ปีแรกผมไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าไหร่หรอกนะ ผมเพิ่งอายุไม่ถึง 20 ปี แต่ผมก็โชคดีที่ผู้จัดการทีมสมัยนั้น (โช กวาง เร อดีตผู้จัดการทีมชาติเกาหลีใต้ ระหว่างปี 2010-2011) ให้โอกาสผมลงเล่นบ้างตามสมควร เรามีทีมที่แข็งแกร่งและคว้าแชมป์ลีกได้ มันไม่ใช่ เรื่องง่ายที่ผู้เล่นอายุน้อย อย่างผมจะได้ลงเล่นบ่อยๆนัก ผู้เล่นที่โด่งดังที่สุดตอนนั้นก็คือ เช ยอง ซู (อดีตตำนานกองหน้าทีมชาตเกาหลีใต้ และโค้ช เอฟซี โซล ชุดปัจจุบัน) รวมถึง อี ยอง เปียว ด้วย และเพราะ อี ยอง เปียว ที่เล่นในตำแหน่งเดียวกับผมนั่นแหละ ทำให้ผมไม่ค่อยได้ลงเท่าไหร่ (ฮา)

FFT TH : คุณอยู่กับ เอฟซี โซล (อันยาง) ค่อนข้างจะนานอยู่ ปีไหนที่มีความสุขที่สุด?

คิม ดอง จิน : ปี 2004 ปีนั้น อี ยอง เปียว ย้ายไปค้าแข้งในยุโรปกับ พีเอสวี ไอด์โฮเฟ่น แล้ว และผมมีรายชื่อติด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเคลีกฤดูกาลนั้น แม้เราจะจบด้วยอันดับ 5 ของ แต่มันก็ทำให้ผมได้ติดทีมชาติเกาหลีใต้ ไป โอลิมปิก เกมส์ ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ มัน คือ ฤดูกาลที่ดีที่สุด ของผมกับ เอฟซี โซล ตลอด 6 ปีที่นั่น

คิม ดอง จิน สมัยทำประตูแรกในมหกรรมการแข่งขันฟุตบอลโอลิมปิก เกมส์ 2004 ที่เอเธนส์ ประเทศกรีซ

FFT TH : ที่เอเธนส์ เป็นยังไง?

คิม ดอง จิน : ที่เอเธนส์ เป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆ ผมเป็นคนทำประตูแรกของทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลในโอลิมปิก ครั้งนั้น ในเกมนัดเปิดสนามกับกรีซ วินาทีนั้นผมทำอะไรไม่ถูกเลย วิ่งไปดีใจและก็ขอบคุณพระเจ้า (ดอง จิน เป็นคริสเตียน)

FFT TH : ยิ่งใหญ่กว่าโอลิมปิก ก็คงเป็นฟุตบอลโลก...ครั้งแรก เมื่อปี 2006 ที่เยอรมัน สุดยอดมากไหม?

คิม ดอง จิน : ความจำผมไม่ค่อยดีนัก ผมจำเหตุการณ์ได้ไม่หมด แต่ที่รู้ๆ คือ ผมกดดันและตื่นเต้นมาก มันเป็นหนึ่งในความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ที่เราเสมอกับฝรั่งเศส ที่เต็มไปด้วยผู้เล่นระดับโลกอย่าง ซีเนอดีน ซีดาน, เธียร์รี่ย์ อองรี, ปาทริค วิเอร่า และ ฟร้องค์ ริเบรี่ (เกมนั้น อองรี ยิงให้ฝรั่งเศสขึ้นนำก่อนที่ ปาร์ค จี ซอง จะตีเสมอช่วงท้ายเกม)

เกมที่ คิม ดอง จิน ได้รับโอกาสลงเล่นในแมตช์สุดประทับที่เกาหลีใต้พบกับฝรั่งเศส และเสมอกันไป 1 - 1

FFT TH : คุณลงเล่น 2 ในทัวร์นาเม้นต์นั้น พอกลับมาก็เนื้อหอม มีทีมอยากได้คุณมากมาย?  

คิม ดอง จิน : ตอนนั้นมีหลายทีมติดต่อเข้ามานะ… แต่ปัญหา คือ ด้วยความกฎหมายของเกาหลีใต้ เราต้องเข้าเกณฑ์ทหาร 2 ปี มันทำให้หลายๆทีมพอรู้ถึงข้อจำกัดนี้ พวกเขาจึงไม่เซ็นสัญญากับผม เพราะรู้ว่าผมต้องกลับไปเกณฑ์ทหารที่เกาหลีใต้ภายใน 3 ปี ที่ยุโรปเขาต้องการสัญญาระยะยาว แต่ที่ เซนิต เซนส์ ปีเตอร์เบิร์กส ที่รัสเซีย พวกเขาตกลงเซ็นกับผม 3 ปี

FFT TH : ทำไมถึงเลือก เซนิตฯ…ทำไมถึงเป็นทีมนี้?

คิม ดอง จิน : มันเป็นเพราะ ดิ๊ก อั๊ดโวคาท เขาคือโค้ชทีมชาติเกาหลีใต้ ในฟุตบอลโลกปี 2006 และหลังจากนั้นเขาไปรับงานกับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก และก็เอ่ยปากชวนผมไปที่นั่น เขาใช้คำพูดง่ายๆ บอก    “คุณจะตามผมมารึเปล่า” ผมใช้เวลาคิดอยู่หลายวัน แต่สุดท้ายผมก็ตกลงเลือกที่นั่น เขาเป็นโค้ชที่ดีที่สุดเท่าผมเคยร่วมงาน… ที่เซนิตฯ เรามีนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์มากมาย สิ่งที่ทำให้ผมชื่นชอบ อั๊ตโวคาท เพราะแคแรกเตอร์ความเป็นโค้ชของเขา ผมจำได้ว่ามีครั้งหนึ่ง อังเดร อาร์ชาวิน และ อีกอร์ เดนิซอฟ พวกเขาคือ 2 ซูเปอร์สตาร์ดัง แต่กลับทำผิดพลาดเล็กๆน้อยๆ ซึ่ง อั๊ตโวคาท ดร็อปพวกเขาทั้งคู่ลงไปอยู่ในทีมสำรองทันที ในชีวิตผมเห็นไม่บ่อยนักที่โค้ชจะจัดการลงโทษนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ของทีม เขาต้องกาทำให้ทั้งทีมอยู่ในโอวาทเดียวกัน และเชื่อไหมว่า…..หลังจาก อาร์ชาวิน และ เดนิซอฟ กลับมาสู่ทีมชุดใหญ่อีกครั้ง เซนิตฯ ก็ชนะ 10 นัดรวดเลยทีเดียว ผมไม่เคยเจอโค้ชที่มีบุคลิกที่แข็งแกร่งแบบเขาเลย

อังเดร อาร์ชาวิน หนึ่งในตัวรุกที่ดีที่สุดที่ คิม ดอง จิน เคยร่วมงานด้วย

FFT TH : ชีวิตที่รัสเซีย มันเป็นอย่างไรบ้าง โดยทั่วๆไป

คิม ดอง จิน : ช่วงแรกมันเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย ผมมีปัญหาเกี่ยวกับภาษา,วัฒนธรรม และสภาพอากาศ แต่ยังดที่ตอนนั้น อี โฮ (อดีตนักเตะทีมชาติเกาหลีใต้) ตามไปร่วมทีมเซนิตฯ กับผม เราต่างฝ่ายต่างช่วยเหลือกัน แต่ผมก็มีช่วงเวลาที่น่าจดจำที่นั่นหลายๆอย่าง… เซนิตฯ ไม่ได้แชมป์ลีกมาร่วมครึ่งศตวรรษ เป็นเวลาเกือบ 50 ปีที่พวกเขาห่างหายถ้วยแชมป์ลีกในประเทศ แต่แค่ปีแรกของผม เราก็คว้าแชมป์ อีกอย่างคือ... อย่างที่บอกว่าตอนเด็กๆที่ผมอยากเล่นฟุตบอลเพราะคิดว่าจะได้ไปต่างประเทศ พอไปอยู่กับ เซนิตฯ ผมก็ได้เดินทางไปหลายที่ในยุโรป จากการได้สิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันยูโรปา ลีก การได้ดวลกับทีมจากสเปน อย่าง บียาร์เรอัล ที่มี โรแบร์ ปิแรส, มาร์กเซย ที่มี มาติเยอ วัลบูเอน่า และ ฌิบริล ซิสเซ่ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆ

FFT TH : ช่วงเวลาไหนที่คุณรู้สึกดีที่สุดระหว่างอยู่กับ เซนิตฯ?

คิม ดอง จิน : ก็ตอนที่เราคว้าแชมป์ยูโรปาลีก เหนือเรนเจอร์ นั่นแหละ เกมนั้นผมได้ลงแค่ 5 นาทีสุดท้ายแต่มันก็เป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่ ผมเป็นตัวหลักของทีมตลอด 2 ปีแรก แต่ปีที่ 3 มีอาการบาดเจ็บ ไม่ค่อยได้ลงเท่าไหร่ และพอจบปีที่ 3 ก็ต้องกลับมาอยู่เกาหลีใต้อีกครั้ง

สมัยที่ คิม ดอง จิน คว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ หรือ ยูโรป้าลีก ในปัจจุบัน

FFT TH : อุลซาน ฮุนได คือทีมที่ 2 ของคุณในบ้านเกิด...จริงๆแล้วคุณซี้กับ โก ซุล กิ ของบุรีรัมย์ รึเปล่า?

-ติดตามเรื่องความสัมพันธ์ที่แท้จริงของ คิม ดอง จิน กับ โก ซุล กิ ได้ในหน้าถัดไป-