รออีกนิด: เมื่อมาร์กซิยาลทำงานฉลองแชมป์ของจิ้งจอกต้องดีเลย์

พอล ไวล์คส์ คอลัมนิสต์โฟร์โฟร์ทูได้อยู่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด เพื่อชมเกมที่เลสเตอร์ไล่ตีเสมอแมนฯยูไนเต็ด จนการฉลองแชมป์ต้องล่าช้าออกไปอีกหน่อย...

1. แชมเปญยังไม่ถูกหยิบมาฉลองตอนนี้

ถือว่าเป็นฤดูกาลอันน่าเหลือเชื่อสำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ แต่พวกเขาก็ต้องอดทนรออย่างน้อยๆ วันจันทร์จึงจะคอนเฟิร์มได้ว่าถ้วยพรีเมียร์ลีกมาอยู่ในมือพวกเขาแล้วจริงๆ

เห็นได้ชัดว่าทุกแต้มถือว่าสำคัญสำหรับการสร้างตำนานเทพนิยายของพวกเขา ถึงแม้ว่าชัยชนะนัดเหย้ากับเชลซีและการบุกไปเก็บ 3 แต้มถึงถิ่นท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ รวมถึงชัยชนะ 2 เกมติดต่อลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญก็ตามที

แน่นอนว่าแต้มนี้กว่าจะได้มาถือว่ายากเย็นเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วมันจะเป็นความผิดหวังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ไม่สามารถปิดจ๊อบของตัวเองที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็ตามที

โดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทได้ดีกว่ามาก ขณะที่เลสเตอร์ดูประหม่าเล็กน้อยในครึ่งแรก และก่อความผิดพลาดให้เห็นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

แล้วเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูในนาทีที่ 8 เมื่อ อันโตนิโอ วาเลนเซีย พาบอลผ่าน คริสเตียน ฟุคส์ ก่อนจะครอสมาให้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่รออยู่เสาไกลจบสกอร์เพียงแค่โอกาสครั้งแรก โชคดีที่เลสเตอร์มาเอาคืนได้หลังจากนั้นไม่ถึง 10 นาที จากจังหวะที่ แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ เปิดฟรีคิกให้ เวส มอร์แกน โขกเป็นประตูตีเสมอ

ซึ่งเลสเตอร์ก็กล้าเล่นมากขึ้นในครึ่งหลัง และมีโอกาสที่จะทำประตูชัยหลายครั้ง

ทำให้ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ชนะเพียงแค่ 2 นัดจาก 10 เกมในการเจอกับยูไนเต็ด แต่นั่นก็ไม่น่าจะสำคัญเท่ากับการคว้าแชมป์ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมหรอก

2. เลสเตอร์คิดถึงการวิ่งหาช่องของวาร์ดี้

ในการเจอกันครั้งก่อนหน้าที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม หลุยส์ ฟาน กัล ได้ใช้กองหลัง 3 คนเพื่อจะหยุด เจมี่ วาร์ดี้ ไม่ให้วิ่งตัดหลังระหว่างเซ็นเตอร์ฮาล์ฟกับฟูลแบ็คได้

แต่จากการที่วาร์ดี้ติดโทษแบน 2 นัด ทำให้เป็นเรื่องยากที่เลสเตอร์จะใช้ความเร็วของศูนย์หน้าวิ่งขึ้นมาตามช่อง เพราะถึงแม้ เลโอนาร์โด้ อูญัว จะแข็งแกร่งและเก็บบอลได้ดี แต่แนวรับยูไนเต็ดก็สามารถประกบเขาได้อย่างรวดเร็วและเอาชนะลูกกลางอากาศได้บ่อยครั้ง

ซึ่งลูกทีมของฟาน กัล ครองบอลได้อยู่บ่อยครั้ง ขณะที่เลสเตอร์คอยตั้งรับแล้วรอสวนกลับโดยใช้ความเร็ว โดย ริยาด มาห์เรซ และ เจฟฟรี่ย์​ ชลุปป์ ได้ทำให้ทีมของรานิเอรี่มีความอันตรายในการโต้กลับ แต่ด้วยเกมรับที่แน่นหนาทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาที่จะใช้ความได้เปรียบจากช่องว่างตรงฟูลแบ็คเจ้าถิ่น

“พวกเขาเพรสซิ่งกันสูงมาก เพราะการไม่มีวาร์ดี้ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะถ่างแผงหลังออกไป” รานิเอรี่กล่าวหลังจบเกม โดยกุนซือชาวอิตาเลียนได้ลองใช้ เดมาไร เกรย์ ในช่วง 20 นาทีสุดท้ายเพื่อค้ำแผงหลังยูไนเต็ดไม่ให้ขึ้นมา แต่การจับบอลจังหวะแรกและจังหวะจบสกอร์ยังขาดไป 

3. รูนี่ย์กับเฟลไลนี่ป่วนแผงมิดฟิลด์จิ้งจอก

ยูไนเต็ดใช้ระบบ 4-1-4-1 โดยใช้ เวย์น รูนี่ย์ กับ มารูยาน เฟลไลนี่ ยืนอยู่ข้างหลัง มาร์คัส แรชฟอร์ด ถึงตัวรุก 2 คนนี้จะมีสไตล์ที่แตกต่างกันทำให้มีรูปแบบการเล่นที่หลากหลาย แต่ทั้งคู่ก็มีความแข็งแกร่งทางร่างกายเหมือนกันทำให้กองกลางตัวรับต้องทำงานหนักที่จะหยุดพวกเขา

ถึงดริ๊งค์วอเตอร์กับ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จะทำหน้าที่ในเกมรับได้อย่างยอดเยี่ยมบริเวณแดนตัวเอง แต่ฟอร์มของพวกเขาในครึ่งแรกนั้นดูจะฟอร์มหล่นไปก่อนจะเล่นดีขึ้นในครึ่งหลัง เมื่อทั้งคู่เริ่มจะจับทางได้ขณะที่รูนี่ย์และเฟลไลนี่เริ่มจะอ่อนแรงลงเล็กน้อย

โดยเกมนี้ดริ๊งค์วอเตอร์อดีตเด็กปั้นแมนฯยูฯดูจะใช้โอกาสเปลืองไปหน่อย เมื่อจ่ายบอลสำเร็จเพียง 11 จาก 23 ครั้งในครึ่งแรก ก่อนจะเล่นได้ดีขึ้นในครึ่งหลังเมื่อจ่ายบอลพลาดแค่ 5 ครั้ง แต่ก็มาโดนใบเหลืองที่ 2 ไล่ออกในตอนท้ายเกม

 “พวกเขาคือผู้เชียวชาญในการเล่นแดนตัวเองและเล่นเกมสวนกลับจากจุดนั้น” ฟาน กัล กล่าวหลังเกม “แต่ความอันตรายอย่างเดียวของพวกเขาคือลูกเซ็ตเพลย์ ซึ่งเราก็รับมือกันได้ดีมากๆ”

4. ชไมเคิลใกล้เดินตามรอยพ่อของเขา

ถึง ดาบิด เด เคอา จะมีชื่ออยู่ในทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ แต่เขาก็ต้องเจอกับคู่ต่อกรที่สูสีอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิล กว่าจะได้รับเกียรติดังกล่าว โดยช็อต สต็อปเปอร์ แห่ง “จิ้งจอกสยาม” ถือเป็นหนึ่งในผู้ปิดทองหลังพระของทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังที่ต้องเล่นแบบเน้นปลอดภัยมากขึ้น

มันเป็นเวลา 17 ปีเข้าไปแล้วที่พ่อของเขาคว้าแชมป์ลีกครั้งสุดท้ายที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งโชคไม่ดีที่มือกาวชาวเดนส์ไม่สามารถทำตามตรงจุดนี้ได้ แต่อย่างน้อยชไมเคิลก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เลสเตอร์คว้า 1 แต้มกลับจากถิ่นที่พ่อของเขาเคยได้รับความเคารพรักอย่างสูง

ซึ่งการเซฟลูกยิงของ เจสซี่ ลินการ์ด หลังจากโดนยิงลูกแรกแค่ 6 นาทีถือเป็นจุดสำคัญอย่างมาก และเป็นสิ่งที่พ่อแม่ของเขาที่ชมเกมอยู่จะต้องภาคภูมิใจอย่างแน่นอน 

5. ฟาน กัล สู้ขาดใจแม้เก้าอี้จะสั่นคลอน

การที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ทำให้อย่างน้อยแรงกดดันที่มีต่อฟาน กัล ลดลง แต่ต่อให้พวกเขาเอาชนะคริสตัล พาเลซ และคว้าโทรฟี่ได้ ก็คงยังไม่เพียงพอสำหรับเจ้าตัวที่จะอยู่ถึงปีสุดท้ายของสัญญา เพราะเป็นเวลา 3 ปีแล้วที่แฟนบอลต้องทนกับความล้มเหลวทั้งในประเทศและในยุโรปหลังจากที่ เซอร์ อเล็กซ์​เฟอร์กูสัน วางมือไป

ขณะเดียวกันการพุ่งขึ้นมาลุ้นแชมป์ของเลสเตอร์ทั้งที่ปีก่อนยังดิ้นรนหนีการตกชั้น ยิ่งทำให้เห็นได้ชัดว่ายูไนเต็ดตกต่ำขนาดไหนนับตั้งที่เฟอร์กูสันเกษียณตัวเองไป ถึงแม้ว่าซีซั่นนี้สโมสรยักษ์ใหญ่รายอื่นๆจะพลอยฟอร์มตกด้วยก็ตามที

ซึ่งการที่บรรดานักเตะที่นั่งอยู่บนม้านั่งสำรองของฟาน กัล แพงกว่านักเตะเลสเตอร์ทั้งทีม ก็ยิ่งเป็นตัวตอกย้ำถึงการทุ่มทุนสร้างตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเข้าไปอีก อย่างไรก็ตามฟอร์มที่บรรดาขุนพล “ปีศาจแดง” อย่างมาร์กซิยาลและแรชฟอร์ดแสดงออกมานั้นก็ยังทำให้เห็นว่ายังมีแง่ดีอยู่บ้าง

“ผมได้เห็นหนึ่งในแมตช์ที่ดีที่สุดของซีซั่นจากลูกทีมของผมแล้ง แต่มันก็ไม่เพียงพอหรอก เพราะคุณต้องทำประตูด้วย” ฟาน กัลยอมรับ

เกร็ดหลังเกม

- เลสเตอร์แพ้เพียงแค่หนเดียวจาก 10 นัดหลังสุดในลีกที่พวกเขาเสียประตูก่อน (ที่เหลือชนะ 3 เสมอ 6) โดยเป็นเกมกับลิเวอร์พูลเมื่อเดือนธันวาคม

- อองโตนี่ มาร์กซิยาล ยิงไป 15 ประตูรวมทุกรายการในซีซั่นนี้ มากที่สุดในบรรดาแข้ง “ปีศาจแดง” ด้วยกัน

- ประตูของมาร์กซิยาลถือเป็นประตูแรกที่เลสเตอร์เสียในช่วง 10 นาทีแรกของพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้

- “จิ้งจอกสยาม” แพ้แค่เกมเดียวจาก 5 นัดหลังสุดในลีกที่มีนักเตะของพวกเขาโดนไล่ออก

- แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 7 ครั้งในซีซั่นนี้ ซึ่งในบรรดานักเตะอังกฤษด้วยกัน เขาเป็นรองเพียงแค่ เจมส์ มิลเนอร์ (11), เดเล่ อัลลี่ (9) และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ​(8)

- ฆวน มาต้า ลงเล่นเป็นนัดที่ 100 รวมทุกรายการให้กับ “เร้ด เดวิลส์” ซึ่งถือว่ามากกว่านักเตะเอาท์ฟิลด์ทุกคน นับตั้งแต่ที่เขาประเดิมสนามให้กับแมนฯยูไนเต็ดเมื่อเดือนมกราคม 2014

- เลสเตอร์เป็น 1 ใน 3 ทีมที่ยังไม่โดน เวย์น รูนี่ย์ ยิงในเกมพรีเมียร์ลีกร่วมกับแบล็คพูลและดาร์บี้ (นับเฉพาะตอนเล่นให้แมนฯยูฯ)

- เคลาดิโอ รานิเอรี่ ชนะเพียงแค่ 5 นัดจากการเจอกับ “ปีศาจแดง” ในลีก 10 หนหลังสุด (ที่เหลือเสมอ 6 แพ้ 2)

Analyse Man United 1-1 Leicester yourself using Stats Zone

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android