ยาซีน บราฮิมี : "นิวมาห์เรซ" ที่อาร์เซน่อลต้องการ

ปีกรายนี้กำลังตกเป็นเป้าหมายของทีมปืนใหญ่ อาร์เซนอล หลังจากที่ดาวเตะทีมชาติแอลจีเรียต้องการที่จะย้ายออกจากปอร์โต้ และนี่คือเรื่องราวเกี่ยวกับเจ้าตัว

บางทีคุณอาจจะเรียกมันว่า “มาห์เรซ เอฟเฟคต์” ก็ได้ เนื่องจากปีกซูเปอร์สตาร์รายนี้ เพิ่งจะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอไปครองได้สำเร็จ พร้อมกับพาทีมจิ้งจอกสยามคว้าแชมป์ลีกอย่างน่าเหลือเชื่ออีกด้วย ซึ่งมันจึงไม่แปลกทีมอาร์เซนอลและเอฟเวอร์ตันต่างต่อแถวกันมาล่าลายเซ็นของบราฮิมี ปีกเจ้าของฉายา “นิวมาห์เรซ” รายนี้

เช่นเดียวกับมาห์เรซ บราฮิมีเติบโตขึ้นมาจากหมู่บ้านเล็กๆ ในแถบชนบทของกรุงปรารีส ประเทศฝรั่งเศสก่อนที่จะตัดสินใจเลือกรับใช้ทีมชาติแอลจีเรีย ประเทศบ้านเกิดคุณพ่อคุณแม่ของเขา และนอกจากนั้น อิทธิพลของมาห์เรซยังส่งผลมาถึงสไตล์ในสนามของเจ้าตัวด้วย โดยบราฮิมีเป็นนักเตะที่มีลีลาพริ้วไหว รวดเร็ว และเปี่ยมไปด้วยทักษะที่แทบจะทำให้แฟนๆ นั่งไม่ติดกันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเราลองหาข้อมูลเกี่ยวกับแข้งรายนี้ดู จะพบว่า เขายังมีบางอย่างที่ไม่ได้  เหมือนมาห์เรซไปเสียทีเดียว

 

Riyad Mahrez

มาห์เรซ และ บราฮิมี ต่างเป็นปีกลีลาเหลือร้ายทั้งคู่ แถมยังเป็นคีย์แมนของทีมชาติอีกด้วย

ดาวรุ่ง

มาห์เรซนั้นไม่เคยได้รับการยกย่องให้เป็นดาวรุ่งฟอร์มแรงเลยแม้แต่ครั้งเดียวสมัยที่ยังเป็นเยาวชน แถมเลสเตอร์ ซิตี้ยังควักเงินเพียงแค่ 400,000 ปอนด์เท่านั้นเพื่อแลกกับลายเซ็นปีกรายนี้มาจากสโมสร เลอ อาฟร์ ทีมในลีกรองของฝรั่งเศส ทว่าในทางตรงกันข้าม บราฮิมีนั้นแตกต่างโดนสิ้นเชิง เนื่องจากเขาได้รับการยกย่องให้เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดคนหนึ่งของวงการตั้งแต่สมัยค้าแข้งอยู่กับทีมอะคาเดมี โดยปีกรายนี้เป็นนักเตะที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ซึ่งมันทำให้เขากล้าเล่น กล้าเลี้ยง กล้าเล่นงานคู่แข่งได้เสมอ ทว่าเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เจ้าตัวกลับไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ นักเนื่องจากงอแงและต้องการที่จะย้ายออกจากปอร์โต้ ยอดทีมของโปรตุเกส

ตรงกันข้ามกับมาห์เรซ บราฮิมีมีชื่อเป็น 1 ในขุนพลตราไก่รุ่นจิ๋วมาโดยตลอดตั้งแต่ชุด ยู-16  ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 บราฮิมีโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นในทัวร์นาเม้นต์ยูโร ยู-19 แถมยังเป็นผู้ยิงประตูชัยช่วยให้ฝรั่งเศสเอาชนะสเปน ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จอีกด้วย แม้ว่าเวลาต่อมาจะไปแพ้อังกฤษแบบเฉียดฉิวก็ตาม

ต้องยอมรับว่าบราฮิมีนั้นเป็นแข้งที่มีของอยู่แล้ว ยามใดที่เขาครองบอลนั้น การที่คู่แข่งจะมาแย่งบอลได้เรียกว่ายากมากๆ นอกจากนั้นเจ้าตัวยังเป็นนักเตะที่เล่นได้ทั้ง 2 เท้าอีกด้วย ซึ่งทำให้มันเปรียบเสมือนฝันร้ายสำหรับคู่แข่งที่ต้องตามประกบเจ้าตัว และแม้ว่าเขาจะมี ซีเนดีน ซีดาน เป็นไอดอล แต่บราฮิมีก็เรียนรู้วิธีการเล่นมาจากโรนัลดินโญมากพอสมควร จนเขาค่อยๆ พัฒนาเป็น 1 ในแข้งที่น่าจับตามองที่สุดของวงการ

ติดทีมชาติ

หลังจากที่ย้ายไปโชว์ฟอร์มหรูกับทีมแกลร์กมงต์ในลีกเดอซ์ด้วยสัญญายืมตัว 1 ฤดูกาล เจ้าตัวก็กลับมาเล่นให้กับต้นสังกัดที่แท้จริงอย่างแรนส์ ปีกรายนี้ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ แถมยังยิงประตูและลีลาลากเลื้อยสุดสวยให้เห็นอยู่เรื่อยๆ ซึ่งด้วยเหตุนี้มันทำให้เขาดูจะเหลิงไปสักเล็กน้อย จนกุนซือใหญ่ ณ เวลานั้น อย่าง เฟรเดริค อันโตเน็ตติ เสียศรัทธาในตัวเขาเนื่องจากฟอร์มของบราฮิมีนั้นค่อยๆ ดร็อปลง

บราฮิมีเริ่มถูกจับไปนั่งดูเพื่อนๆ เล่นมากขึ้นจนกระทั่งท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจโลกมืออำลาทีมออกไปในปี 2012 ทว่าก็ไม่มีใครต้องการซื้อตัวเขาแบบถาวรทำให้เป็นกรานาด้าที่ยืมตัวเขาไปใช้งาน 1 ฤดูกาลก่อนจะซื้อขาดในปี 2013

การย้ายทีมครั้งนี้เองที่ทำให้บราฮิมีเริ่มปรับเปลี่ยนเป้าหมายของตัวเอง เพราะเจ้าตัวเริ่มรู้แล้วว่าโอกาสของเขาในทีมชาติฝรั่งเศสนั้นอาจจะยากไปสักหน่อย ทำให้เขาตัดสินใจรับโอกาสจากทีมชาติแอลจีเรียที่ตามจีบเขาตั้งแต่ปี 2010 แทน ซึ่งการตัดสินใจครั้งนั้น นับเป็นก้าวที่สำคัญมากๆ เพราะมันเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความสามารถในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกจนติดทีมไปเล่นรอบสุดท้ายที่บราซิล



แม้ว่ากุนซือ วาฮิด ฮาลิลฮ็อดซิช จะขึ้นชื่อเรื่องการหมุนเวียนนักเตะ จนทำให้บราฮิมีได้ออกสตาร์ทแค่ 2 นัดในทัวร์นาเมนต์นั้น ทว่าเขาก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมในยามที่โอกาสมาถึง โดยเจ้าตัวยิงประตูได้ในเกมที่เอาชนะเกาหลีใต้ 4-2 แถมยังแอสซิสต์ให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูสำคัญในเกมที่พบกับรัสเซียจนทีมผ่านเข้าไปถึงรอบ 16 ทีมได้สำเร็จ

but de YACINE BRAHIMI VS Korea du sud world cup 2014 BRAZIL

บราฮิมียิงประตูเกาหลีเหนือ

เริ่มต้นได้ดี

ช่วงเวลา 2 ปีในแดนกระทิงดุของบราฮิมีนับว่าน่าพอใจทีเดียว เนื่องจากเขาสามารถช่วยให้กรานาด้าหนีตกชั้นได้สำเร็จ และด้วยทักษะการลากเลื้อยที่หาตัวจับยากของเขานั้นยอดเยี่ยมมากๆ จนบางทีมันดูดีกว่าคริสเตียโน โรนัลโด้ หรือลิโอเนล เมสซี เสียอีก สำหรับผลงานที่เจ้าตัวทิ้งไว้ให้กับแฟนๆ ได้จดจำก็คือ ลูกยิงประตูชัยใส่ทัพบาร์เซโลนา

ด้วยเหตุนี้ มันจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ปอร์โต้ตัดสินใจดึงตัวเขาไปร่วมทัพอย่างรวดเร็วหลังจากศึกฟุตบอลโลก

บราฮิมีรับเสื้อเบอร์ 8 ในถิ่นเอสตาดิโอ โด ดราเกา ตามรอยเท้าของ ราบาห์ มัดเจอร์ ดาวเตะรุ่นพี่ชาติเดียวกัน เจ้าของประตูตอกส้นที่ช่วยให้ปอร์โต้คว้าแชมป์เหนือบาเยิร์น มิวนิคได้เมื่อปี 1987 บราฮิมีใช้เวลาไม่นานนักก็เอาชนะใจแฟนบอลปอร์โต้ได้สำเร็จเพราะด้วยลีลากระชากลากเลื้อยสุดสะเด่าจนเป็นที่รู้จักกันในนาม “บราฮิมี โมเมนต์”

บราฮิมีเปิดตัวด้วยการยิงไปทั้งสิ้น 6 ประตูบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก 2014/15 จนสามารถพาปอร์โต้ผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ และด้วยความยอดเยี่ยมจนฉุดไม่อยู่นี้ ทำให้เขาได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปีจากบีบีซีอีกด้วย  อย่างไรก็ตามเจ้าตัวก็ดันเกิดปัญหาขึ้นหลังจากที่เบนฟิก้าจัดการแย่งแชมป์ลีกมาจากปอร์โต้ได้สำเร็จ

 

Yacine Brahimi

โรคช็อตฤดูกาลที่สองกำเริบ

หลังจากที่บราฮิมีโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ เจ้าตัวก็เริ่มคิดเรื่องการย้ายทีมอีกครั้งในช่วงตลอดหน้าร้อนปี 2015 ทว่าสุดท้ายแล้วพอเจ้าตัวไม่ได้ย้ายไปไหน เขาก็เริ่มออกอาการงอแง ส่งผลให้แฟนบอลยอดทีมแห่งโปรตุเกสเริ่มจะไม่ชอบขี้หน้าเขามากขึ้นเรื่อยๆ แถมฟอร์มการเล่นในสนามของเขาก็ดร็อปลง จนในที่สุดก็ไม่สามารถช่วยทีมได้เท่าที่ควร และโดนเบนฟิก้า คู่แข่งสำคัญ เข้าวินแชมป์ด้วยคะแนนทิ้งห่างถึง 15 คะแนน พร้อมทั้งยังตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลยุโรปด้วย

ในซัมเมอร์ที่ผ่านมานี้ ปอร์โต้ได้ตั้งกุนซือคนใหม่อย่าง นูโน่ ขึ้นมาแทนทีคนเก่า ทำให้มีโอกาสสูงที่บราฮิมีจะถูกขายออกไป “เราตัดสินใจแล้ว เราจะทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทีม” กุนซือคนใหม่ของทีมอธิบาย แน่นอนว่าการขายยราฮิมีออกไปนั้นคงไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน เพราะด้วยค่าตัวที่จะต้องสูงพอสมควร บวกกับสภาพตลาดซื้อขายปัจจุบันที่มีมือที่สามมาเกี่ยวข้องด้วย

เรียกได้ว่าช่วงนี้ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของปีกวัย 26 ปีรายนี้ เพราะหากบราฮิมีได้โอกาสย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก มันคงจะเป็นโอกาสที่ดีมากๆ สำหรับเจ้าตัวที่จะแจ้งเกิดอีกครั้ง ทว่าสิ่งหนึ่งที่หลายๆ ทีมควรจะรู้ก่อนจะได้ตัวปีกพรสวรรค์รายนี้ไปก็คือ เจ้าตัวอาจจะไม่ได้มีฟอร์มคงเส้นคงวาเท่ากับริยาด มาห์เรซ ผู้เป็นต้นแบบของเขา