ยอดคนสมองเพชร: 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016 อันดับที่ 3 “หลุยส์ เอ็นริเก้”

จงอย่าถูกบาร์เซโลนาชุดนี้หลอกเอาง่ายๆ เนื่องจากพวกเขาไม่ใช่ทีมเดียวกับยุค เป๊ป กวาร์ดิโอลา อีกแล้ว ซึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับกุนซือรายนี้… 

หลายๆ คนอาจจะคิดว่าการได้คุมทัพบาร์เซโลนาคือความฝันสูงสุดของการเป็นกุนซือ เพราะการที่มีลูกทีมเป็น ลิโอเนล เมสซี, เนย์มาร์, หลุยส์ ซัวเรซ และเซร์คิโอ บุสเก็ตส์ คงจะเป็นอะไรที่ “ฟิน” น่าดูสำหรับใครก็ตามที่นั่งเก้าอี้กุนซือตัวนี้

ทว่ามันก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป ไม่เชื่อลองถาม หลุยส์ เอ็นริเก้ ดูสิ

กุนซือจากแคว้นอัสตูเรียสถูกวิจารณ์อย่างหนักทั้งจากบรรดาสื่อต่างๆ รวมถึงแฟนบอลบาร์เซโลนาในตอนเข้ารับตำแหน่ง ทว่าเขาก็สามารถตอกกลับเสียงวิจารณ์เหล่านั้นได้ด้วยฟอร์มในสนามของลูกทีม รวมทั้งถ้วยรางวัลต่างๆ ที่อยู่ในตู้โชว์ของบาร์ซ่า

กุนซือจากแคว้นอัสตูเรียสผู้นี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักทั้งจากบรรดาสื่อต่างๆ รวมถึงแฟนบอลบาร์เซโลนาในตอนเข้ารับตำแหน่ง

กุนซือรายนี้สามารถนำทัพอาซูลกรานาคว้าแชมป์ได้ทั้งสิ้น 7 ถ้วย จากทั้งหมด 9 ใบ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าฝีไม้ลายมือของเขาไม่ใช่เล่นๆ เลยทีเดียว แต่ทว่าหลายๆ คนก็ยังประเมินฝีมือเขาต่ำอยู่ดี

เล่นได้หลายแบบ

ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะคิดว่าจริงๆ การมี 3 ประสานในแดนอย่างอย่าง “MSN” (เมสซี, ซัวเรส และเนย์มาร์) นั้นแทบจะไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่ปล่อยให้พวกเขาเล่นกันเต็มที่ แต่จริงๆ แล้วมันกลับไม่ใช่อย่างนั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เอ็นริเก้จะหาแผนที่ลงตัวสำหรับกองหน้าทั้ง 3 คน แถมยังต้องรีดเอาประสิทธิภาพของคนอื่นๆ ในทีมออกมาอีกด้วย

กุนซือรายนี้พยายามรักษาสมดุลให้กับทีมของเขาหลังจากที่ 2 แกนหลักอย่าง คาร์เลส ปูโยล และ ชาบี้ เอร์นานเดซ ทยอยโบกมืออำลาทีมไป เห็นได้ชัดว่าเขาทำสำเร็จ บาร์ซ่ายังคงเป็นทีมที่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้ 4-0 หรือ 5-0 ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ทว่าขณะเดียวกัน พวกเขาก็พร้อมจะเฉือนเอาชนะคู่แข่ง 1-0 ในยามที่เจอเกมเยือนโหดๆ

Luis Enrique

กุนซือวัย 46 ปีรายนี้ เข้ามาพัฒนาทีมที่ยอดเยี่ยมอยู่แล้วให้ดีขึ้นไปอีก

บาร์ซ่าไม่ใช่สโมสรเดิมอีกต่อไป ขุนพลอาซูลกรานาได้รับอิทธิพลมาจากบุคลิกของกุนซือรายนี้ และได้แปลงสภาพเป็นทีมที่เล่นได้หลายรูปแบบเหมือนดั่งสมัยที่เอ็นริเก้เป็นนักเตะ ซึ่งสิ่งนี้เองที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จกับทีมตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาคุมทัพ

คนเหล็กเอ็นริเก้

อะไรคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จได้เท่านี้? ชายคนนี้คือกุนซือที่นำเอาประสบการณ์สมัยเป็นนักเตะของตัวเองมาปรับใช้ ซึ่งเป็นหัวใจในรูปแบบการทำทีมของเขา โดยมักจะใช้ประสบการณ์ของตัวเองจัดการกับลูกทีมแต่ละคนเนื่องจากเขารู้ว่าแต่ละคนรู้สึกอย่างไร ซึ่งมันทำให้เขาสามารถให้คำแนะนำได้ตรงจุดในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

นอกจากนั้นกุนซือรายนี้ยังค่อนข้างพิถีพิถันในเรื่องของฟิตเนสและการจัดการในทีมด้วย โดยเอ็นริเก้ผ่านการแข่งขันสุดโหดมาแล้ว ทั้งการแข้งไตรกีฬาที่เมืองแฟร้งค์เฟิร์ต, วิ่งมาราธอนที่นิวยอร์ค และการปั่นจักรยานสุดโหดที่เรียกว่า “โบน ครัชเชอร์” ด้วยเหตุนี้เขาจึงทำสิ่งเหล่านี้มาผนวกเข้ากับวงการลูกหนัง ทำให้เราจะเห็นได้ว่าแข้งบาร์ซ่าแต่ละคนดูจะฟิตเป็นพิเศษกันหมด ซึ่งความฟิตนี้เองที่มันช่วยให้พวกเขายืนระยะและคุมเกมได้แม้ว่าจะเจอกับทีมที่เก่งที่สุดในโลกก็ตาม การที่พวกเขาต้องลงเล่นหลายๆ รายการใน 1 ฤดูกาลนั้น ทำให้นี่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับพวกเขามากๆ

Luis Enrique, Lionel Messi

อ็นริเก้และลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าตัวเก่งของเขา

นอกจากนั้น กุนซือรายนี้ยังขึ้นชื่อว่าเป็นจอมแทคติกอีกด้วย โดยสมัยที่เข้ามาทำทีมเซต้า บีโก้นั้น เจ้าตัวจัดการสั่งให้สโมสรต่อนั่งร้านขึ้นไปข้างๆ สนามซ้อม เพื่อที่เขาสามารถปีนขึ้นไปดูการเล่นของลูกทีมจากมุมสูงได้ เช่นเดียวกันกับที่บาร์ซ่า เจ้าตัวก็เอาใจใส่ในทุกๆ รายละเอียดการฝึกซ้อมเหมือนกัน เขาแสดงให้บรรดาคนที่ประเมินฝีมือเขาไว้ต่ำว่า การจะประสบความสำเร็จนั้นต้องทำอย่างไร

เอ็นริเก้ชี้ว่าจุดอ่อนของทัพเจ้าบุญทุ่มนั้นคือการเล่นลูกตั้งเตะและเกมรับ ทว่าเขาก็ได้พยายนามแก้ไขจุดอ่อนนี้ และเปลี่ยนให้มันเป็นจุดแข็งของพวกเขาได้สำเร็จ  โดยเฉพาะลูกตั้งเตะ ที่มันได้เปลี่ยนจากที่แย่ที่สุดในลาลีก้าเป็นดีที่สุดในลีก

ตลอด 2 ฤดูกาลหลังสุด บาร์เซโลนาสามารถจัดการกับลูกเซตพีซของแอตเลติโก มาดริดได้ทั้งหมด ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่า พวกเขาไม่ใช่เพียงแค่ทีมที่เน้นต่อบอลบนพื้นอีกต่อไป แต่ยังสามารถจัดการกับลูกกลางอากาศได้ดีอีกด้วย

คนละสไตล์

เอ็นริเก้แสดงให้บรรดาคนที่ประเมินฝีมือเขาไว้ต่ำว่า การจะประสบความสำเร็จนั้นต้องทำอย่างไร

การที่เอ็นริเก้เข้ามาเปลี่ยนแปลงทีมขนาดนี้ คงจะเป็นของขวัญที่มีค่าที่สุดของทัพอาซูลกรานา แล้วก็ว่าได้ เพราะมันช่วยให้พวกเขาเป็นทีมที่จับทางได้ยากขึ้น เหมือนกับว่านี่คือทีมชุดเดียวกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เพียงแต่มีอาวุธมากขึ้นอีกเพียบ

แน่นอนว่าเอ็นริเก้ยังคงตั้งหน้าตั้งตาคว้าชัยชนะและล่าถ้วยรางวัลต่อไป  เขาคงไม่มีเป็นทางเป็นคนมองระยะยาวแบบกวาร์ดิโอลาซึ่งเป็นผู้วางรากฐานให้กับบาร์เซโลนายุคใหม่อย่างแน่นอน

ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ ตอนนี้เจ้าตัวผ่านการคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลแรก และ 2 แชมป์ในฤดูกาลที่ 2 กับทีม ซึ่งเท่ากับที่เป๊ปทำเอาไว้สมัยคุมทีม ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงหมายความว่า เอ็นริเก้เองก็ได้เข้ามาเขียนประวัติศาสตร์อีกหน้าหนึ่งของยักษ์ใหญ่จากแคว้นคาตาลันเป็นที่เรียบร้อย

Luis Enrique

เป้าหมายต่อไป : ก้าวข้ามเป๊ป

สิ่งหนึ่งที่พอจะทำนายได้ในยุคของเอ็นริเก้ก็คือ เขาน่าจะเก็บชัยชนะได้ แถมท่าทางทัพบาร์ซ่าของเจ้าตัวจะยังคงเป็นแบบนี้ต่อไปอีกสักพัก โดยในตอนนี้ กุนซือชาวสแปนิชเก็บชัยชนะได้ถึง 77 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งนี่น่าจะเป็นตัวบ่งบอกความสำเร็จของกุนซือรายนี้ได้ดีที่สุดแล้ว

สโมสรแห่งนี้ไม่ได้เพียงแต่ต้องการให้เขาสร้างทีมเพื่ออนาคต ปั้นดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ เหมือนกับสมัย โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานของทีม แต่ทัพอาซูลกรานาต้องการเก็บชัยชนะและคว้าแชมป์ให้ได้มากที่สุด ซึ่งท่าทางพวกเขาจะเจอคนที่ใช่เสียแล้ว