อาเรียล โรดริเกซ : เด็กอบขนมปังรายได้ 50 บาทสู่ยอดดาวยิงคอสตาริก้า

“พ่อ-แม่ ของผมยื่นคำขาดให้กับผม… พวกเขาบอกว่าจะช่วยเลี้ยงลูกทั้ง 2 คนให้ แต่ผมต้องหาทางเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ภายใน 6 เดือน”

นั่นคือคำพูดเชิงท้าทายและข่มขู่ครั้งหนึ่งจาก พ่อ-แม่ ของ อาเรียล โรดริเกซ กองหน้าทีมชาติคอสตาริก้าของบางกอกกล๊าส เอฟซี เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน...ปัจจุบันเขาคือนักเตะทีมชาติคอสตาริก้า ที่เกือบได้ร่วมลงแข่งขัน โกปา อเมริกา ศึกฟุตบอลระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปอเมริกา หากไม่โชคร้ายบาดเจ็บ 2 วันก่อนทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มขึ้น... 

บางทีคำพูดดังกล่าวมันอาจช่วยเปลี่ยนชีวิตเด็กน้อยจาก ซาน โฮเซ่ ไปตลอดกาล  

เอลนินโญ่...จากซาน โฮเซ่

ซาน โฮเซ่ เมืองหลวงของคอสตาริกา ดินแดนเล็กๆแห่งหนึ่งในอเมริกากลาง ที่ถูกขนาบข้างด้วยมหาสมุทรแปซิฟิคและทะเลแคริบเบียน นับเป็นดินแดนที่มีอาชญากรรมต่ำมาก ผู้คนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเป็นมิตร…ที่นั่น คือ บ้านเกิดของ ‘อาเรียล โรดริเกซ’

เด็กน้อยหูกางตาโตผิวสีน้ำผึ้ง ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1989 เขาเกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง… เอริค โรดริเกซ พ่อบังเกิดเกล้าของเขา เคยเป็นนักฟุตบอลดังในอดีตของประเทศ และแม่ของเขาเป็นเพียงแม่บ้าน ที่เปิดร้านเสริมสวย ชีวิตของเขา ไม่ได้เกิดบนโชคชะตาที่แร้นแค้น แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยนัก… “ผมเกิดในครอบครัวฐานะปานกลาง ไม่จน แต่ไม่ได้ร่ำรวย” อาเรียล โรดริเกซ เริ่มเล่าเรื่องในวัยเยาว์ให้กับ FFT TH

“คุณพ่อของผม (เอริค โรดริเกซ) เขาเคยเป็นนักฟุตบอลเก่า มีชื่อเสียงพอตัว และเคยติดทีมชาติคอสตาริกามาบ้าง เขาเคยพาทีมคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลคอนคาเคฟ โกลด์ คัพ เมื่อปี 1993 ที่สหรัฐอเมริกา เป็นเจ้าภาพร่วมกับเม็กซิโก ตอนนั้นผมยังเด็กมาก...ส่วนแม่ของผมก็ทำธุรกิจร้ายเสริมสวย ทำผม ทำเล็บ อยู่ที่บ้าน”

“ผมเหมือนกับเด็กทั่วไป ที่ชอบเตะฟุตบอล แต่คุณพ่อก็ไม่ได้สอนอะไรผมมากมายหรอก ผมเข้าไปอยู่อะคาเดมี่ มูนิซิปัล ติบาส ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึง 12 ปี จากนั้นก็ไม่ได้เล่นในทีมเยาวชนที่ไหนอีก”

เด็กชาย อาเรียล เติบโตขึ้น ภายใต้สภาวะที่อาจไม่ได้ถูกกดดันอะไรมากมาย...พอได้อายุ 15 ปี เขาได้กลับมาสู่ระบบฟุตบอลเยาวชนอีกครั้งกับฟูซิออน ติบาส กระทั่งเขาได้มาพบรักกับ ‘มาเรีย’ ชีวิตเขาต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล

เอริค โรดริเกซ อดีตนักเตะทีมชาติคอสตาริกา พ่อแท้ๆของอาเรียล Photo: Ariel Rodŕiguez Araya

อาเรียล เดอะ เบเกอรี่บอย

หลังจาก อาเรียล และ มาเรีย พบรักกันได้ไม่นาน... มาเรียก็ตั้งครรภ์ในขณะที่ชีวิตของเขายังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน…สถานะของชีวิตที่เปลี่ยนไป ทำให้ อาเรียล โรดริเกซ ต้องดิ้นรน ปากกัดตีนถีบต่อสู้กับชีวิตในวันข้างหน้า เพื่อคนรักและลูกน้อยที่ยังไม่ลืมตาดูโลก

“เขาต้องตื่นตี 3 ตี 4 ทุกวัน เพื่อไปทำงานแลกกับเงินที่น้อยนิด เพื่อลูกของเรา” มาเรีย ภรรยาสาวของ อาเรียล กล่าวกับ FFT TH

อาเรียล โรดริเกซ เริ่มต้นหางานทำด้วยการไปเป็นเด็กของร้านเบเกอรี่แห่งหนึ่ง คอยอบขนมปังเพื่อแลกกับเงินเพียง 10 เหรียญสหรัฐ หรือ 350 บาทต่อสัปดาห์ และยังคงต้องไปซ้อมฟุตบอลในตอนเย็น แต่มันไม่พอปากท้องนักหรอก

“ตอนนั้นผมต้องตื่นเช้าทุกวัน ทำงานวันละประมาณ 3-4 ชั่วโมง และตอนเย็นก็ไปซ้อมฟุตบอล กับ ฟูซิออน ติบาส ตอนนั้นผมไม่ได้เรียนหนังสือจนจบประถมศึกษาด้วยซ้ำ...ผมได้ค่าแรงแค่สัปดาห์ละ 10 ยูเอสดอลลาร์ (ประมาณ 350 บาท) มันน้อยมากๆ แต่ผมทำได้แค่ 3-4 เดือนก็ไม่ไหว ผมหางานใหม่ และก็มาได้งานฟูลไทม์ที่ร้านขายอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ผมเริ่มมีรายได้ดีขึ้น”

ชีวิตของ อาเรียล ต้องต่อสู้ดินรนมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อสถานะชีวิตเปลี่ยนไป…. 1 ปีต่อมา เขาได้โอกาสไปอยู่กับทีมเยาวชนของ ซานโต๊ส เด กัวปิเลส ทีมในลีกสูงสุดของคอสตาริก้า แต่ขณะเดียวกันดูเหมือนว่าชีวิตของเขาจะเจอภาระที่หนักขึ้นอีก เมื่อ มาเรีย ตั้งครรภ์ลูกน้อยคนที่สอง

“ตอนผมอยู่กับทีมเยาวชนของ ซานโต๊ส เด กัวปิเลส ผมยังไม่มีรายได้ พวกเขาให้แค่ค่ารถเดินทางไป-กลับ เวลาฝึกซ้อมเท่านั้น และผมมีลูกสาวเพิ่มขึ้นมาอีกคน” อาเรียล เล่าให้ฟังถึงจุดเปลี่ยนของชีวิตเมื่อตอนอายุ 17 ปี “พ่อ-แม่ ของผมยื่นคำขาดให้กับผม… พวกเขาบอกว่าจะช่วยเลี้ยงลูกทั้ง 2 คนให้ ทั้งบาเลนติน่า (ลูกสาวคนโต) และ ฟาเบียน่า (ลูกสาวคนเล็ก) แต่ผมต้องหาทางเป็นนักฟุตบอลอาชีพให้ได้ภายใน 6 เดือน”

“และหลังจากนั้นน่ะเหรอ? แค่ 3-4 เดือน ทางสโมสรก็เรียกผมไปเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรก พร้อมกับเงินเดือน 600 เหรียญสหรัฐ” อาเรียล เล่าเรื่องชีวิตสมัยเป็นวัยรุ่นพร้อมกับรอยยิ้ม

อาเรียล ในสีเสื้อของ ซานโต๊ส เด กัวปิเลส สโมสรแรกของเส้นทางอาชีพค้าแข้ง Photo: Ariel Rodŕiguez Araya

ดาวโรจน์...ผู้ล้ม ลุก คลุก คลาน

ปี 2009 อาเรียล โรดริเกซ เริ่มต้นสร้างชื่อด้วยการลงเล่นให้กับ ซานโต๊ส เด กัวปิเลส ทันทีที่ได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวสำรองเกมที่ 2 ในชีวิตแทนที่ โรนัลด์ โกเมซ ในนาทีที่ 80… เพียงแค่ 3 นาทีถัดมา เขายิงประตูชัยให้ต้นสังกัดชนะ การ์ธากิเนียน 1-0 ที่ เอสตาดิโอ อีเบล โรดริเกซ รังเหย้าของ “ลา โรโฮส” ภายใต้การจุผู้ชมร่วม 5,000 คน จากนั้นเขาถูกส่งลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆ จนจบปีดังกล่าว เขาเล่นไปทั้งหมด 14 นัด ยิง 3 ประตู แถมพา ซานโต๊ส เด กัวปิเลส เข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ศึกกัมเปโอนาโต้ เด เบราโน (ศึกชิงแชมป์ภาคฤดูร้อนของคอสตาริก้า) ก่อนแพ้ ซาปริสซ่าสุดยอดทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศ แต่มัน คือ การออกสตาร์ทที่ยอดเยี่ยม “ซานโต๊ส เด กัวปิเลส คือ ทีมแรกของผม และผมก็มีความสุขมากๆกับปีแรกที่นั่น” อาเรียล เริ่มพูดถึงสโมสรแรกในชีวิต

อย่างไรก็ตามทุกอย่างไม่ได้ดูสวยหรู...ฤดูกาลที่ 2 เขาเริ่มไม่มีโอกาสลงเล่นเท่าไหร่นัก แถมต้นสังกัดก็ผลงานไม่ดี จนกระทั่งฤดูกาล 2011 เขาคงเหลือบทบาทในทีมน้อยเหลือเกิน และมันเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจย้ายออกจากทีมไป…

ปี 2012 อาเรียล โรดริเกซ ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับปุนตาเรนาส อีกหนึ่งสโมสรบนลีกสูงสุดของคอสตาริก้า ภายใต้การคุมทีมของ โรนัลด์ โมร่า… หลังจากใช้ชีวิตบนม้านั่งสำรองเสียส่วนใหญ่ในช่วงขวบปีก่อนหน้านี้ เขาระบายความอัดอั้นทันทีที่ลงสนามนัดแรกให้กับปุนตาเรนาส ในศึกกัมเปโอนาโต้ เด เบราโน (ศึกชิงแชมป์ภาคฤดูร้อนของคอสตาริก้า) ด้วยการยิงประตูใส่ ซาปริสซ่า สุดยอดสโมสรชั้นนำของประเทศ... แม้สุดท้ายโดนยิงแซงจนแพ้ 1-3 แต่มันเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง

ปุนตาเนราส สโมสรที่สองของอาเรียลโชว์ฟอร์มอย่างร้อนแรง จนถูกทีมยักษ์ดึงตัวไปร่วมทีม Photo: Ariel Rodŕiguez Araya

“ผมเริ่มไม่ค่อยได้รับโอกาส จึงต้องย้ายทีมไปอยู่ที่นั่น” อาเรียล พูดถึงการย้ายไปเล่นให้กับปุนตาเรนาส “ผมลงเล่นสม่ำเสมอมากขึ้น และยังยิงทีมเก่า (ซานโต๊ส เด กัวปิเลส) ได้ด้วย”

ผ่านไป 15 นัด อาเรียล ลงเล่น 15 เกม ยิงไป 6 ประตู ความร้อนแรงนี้ ทำให้ เบเลน คว้าตัวเขาไปร่วมทีม เขายิงได้อีก 3 ประตูจาก 8 นัด ในศึก กัมเปโอนาโต อินบิเอร์โน่ 2012 หรือ (ศึกชิงแชมป์ภาคฤดูหนาวของคอสตาริก้า) ทำให้ ดาเนี่ยล กาซาส กุนซือชาวอุรุกวัยของซาปริสซ่า อดรนทนไม่ไหว…

มาสเตอร์พีซกับยักษ์แห่งอเมริกากลาง

“ซาปริสซ่า คือ ทีมยักษ์ใหญ่ที่สุดทีมหนึ่งแห่งอเมริกากลาง” อาเรียล เริ่มพูดถึงซาปริสซ่า ยักษ์ใหญ่แห่งคอสตาริกา ที่ตกลงซื้อตัวเขาไปร่วมทีมในครึ่งหลังของฤดูกาล 2012/2013 ขณะที่มีอายุได้เพียง 22 ปี… ดาเนียล กาซาส กุนซือจากแดน “จอมโหด” คือผู้ที่ให้โอกาสอันล้ำค่ากับเขา

“ผมไม่สามารถปฏิเสธข้อเสนอจากพวกเขาได้แน่ๆ มันเป็นโอกาสที่ดีของผม ผมไปที่นั่นด้วยความกระตือรือล้นอย่างที่สุด กับโอกาสที่ได้รับ มันทำให้ผมมีความสุขจริงๆ”  

อย่างไรก็ตาม ดาเนียล กาซาส ที่ดึงเขามากลับไม่ได้ให้โอกาสเขาลงสนามนัก อีกทั้งผลงานทีมก็ไม่ดีเท่าไหร่ จนเขาถูกปลดออกจากตำแหน่ง และภายใต้การคุมทีมของ โรนัลด์ กอนซาเลซ อดีตกองหลังระดับตำนานทีมชาติคอสตาริกา ที่อายุรุ่นราคราเดียวกับ เอริค กอนซาเลซ พ่อของเขา...อาเรียล ก็เริ่มได้รับโอกาสมากขึ้น

วันที่ 13 มกราคม เขายิงประตูแรกให้กับทีมได้สำเร็จ ก่อนจะบวกเพิ่มอีก 4 ประตู ในฤดูกาล 2012/2013 จากนั้น เขาเริ่มสร้างความยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เพราะปีถัดมาเขายิงอีก 11 ประตูจาก 37 นัดในลีก พร้อมพา ซาปริสซ่า คว้าแชมป์ลีกทั้งภาคฤดูร้อนและฤดูหนาว และยิ่งกว่านั้นอีกหนึ่งฤดูกาลถัดมาเขายังยอดเยี่ยมเช่นเคย ลงเล่น 38 นัด ยิง 15 ประตู แถมยังบันทึกประวัติศาสตร์ให้กับตัวเองด้วยการยิงแฮตทริกเป็นครั้งแรกในชีวิตจากเกมที่พบกับ ซานโต๊ส เด กัวปิเลส สโมสรแรกของชีวิตค้าแข้งอาชีพที่เขาเคยมีทั้งความสุขและความขมขื่น

ระเบิดฟอร์มซัลโวตาข่ายจนพาซาปริสซ่าคว้าแชมป์ลีกทั้งภาคฤดูร้อนและฤดูหนาว Photo: Ariel Rodŕiguez Araya

ความร้อนแรงไม่หยุดแค่นั้น เพราะปี 2015 ในศึกกัมเปโอนาโต อินบิเอร์โน่ หรือชิงแชมป์ภาคฤดูหนาว เขาถล่มตาข่าย ไปถึง 20 ประตูจาก 23 นัด พาทีมคว้าแชมป์ พร้อมคว้าดาวซัลโว แถมถูกเรียกตัวติดทีมชาติคอสตาริก้า ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2015 รอบคัดเลือก กับทีมชาติ เฮติ และ ปานามา ภายใต้การคุมทีมของ ออสการ์ รามิเรซ

“มันน่าตื่นเต้นมากๆ ที่ผมได้ไปลงสนามซ้อมร่วมกับผู้เล่นดังอย่าง เคย์เลอร์ นาบาส, โจเอล แคมป์เบลล์, คริสเตียน กัมเบา หรือกระทั่ง ไบรอัน รุยซ์”

“สำหรับ เคย์เลอร์ นาบาส เขาเป็นผู้รักษาประตูที่เก่งจริงๆเลยล่ะ ขนาดตอนซ้อม มันเป็นเรื่องยากที่จะยิงผ่านมือเขาได้ ขณะที่ ไบรอัน รุยซ์ คือ คนที่ผมตื่นตาตื่นใจกับเทคนิคมากที่สุด”

“ผมเป็นนักเตะที่พยายามอย่างสุดความสามารถเสมอ ทั้งตอนซ้อม และตอนแข่ง นี่อาจเป็นกุญแจที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จและติดทีมชาติ”

แม้ว่า อาเรียล โรดริเกซ ได้เพียงนั่งชมวิวอยู่บนม้านั่งสำรองและไม่ได้ลงสนามแม้แต่เกมเดียวให้กับทีมชาติคอสตาริกา แต่อนาคตของเขาช่างดูสดใส...มีสโมสรจากตุรกีให้ความสนใจในตัวเขา เช่นเดียวกับสโมสรจากเมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ ของสหรัฐ อเมริกา… ทั้งสองลีกดูดีมีภาษีกว่าไทยลีก แต่แล้ว อาเรียล โรดรีเกซ ก็ตัดสินใจในสิ่งที่ผู้คนไม่คาดคิด

แม้จะถูกเรียกติดธงทีมชาติคอสตาริกา แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยสักครั้ง Photo: Ariel Rodŕiguez Araya

-ติดตามเรื่องราวการตัดสินใจที่ไม่มีใครคาดคิดของ อาเรียล โรดริเกซ รวมถึงสิ่งที่เขาดีใจที่สุดในชีวิต ในหน้าถัดไป-