แกเร็ธ เบล : ปีกตัวจี๊ดผู้เขย่าบัลลังก์โรนัลโด้

ติดตามกันต่อสำหรับการจัดอันดับ 100 นักเตะของโลก โดย โฟร์โฟร์ทู ไปดูกันว่าทำไม แกเร็ธ เบล ถึงเข้าป้ายมาในอันดับที่ 6 

ก่อนหน้านี้ชีวิตการค้าแข้งของ แกเร็ธ เบล ในสีเสื้อเรอัล มาดริด ดูเหมือนจะกำลังเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดลงแล้วก็ได้ เมื่อมีข่าวลือออกมามากมาย ทั้งเรื่องความไม่พอใจจากเพื่อนร่วมทีมที่ยืนอยู่เหนือคนอื่นของเขา, การไม่สามารถปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมสเปน รวมถึงฟอร์มการเล่นในสนามที่ธรรมดาเกินคาด แต่สิ่งเหล่านั้นมันช่างเป็นความทรงจำที่ห่างไกลจากตอนนี้ทีเดียว เนื่องจากเบลกำลังพาตัวเองเข้าไปใกล้จุดที่ใครก็คิดไม่ถึง อย่างการเขย่าบัลลังก์ในสโมสรของ คริสเตียนโน่ โรนัลโด้

โรนัลโด้ยังคงพังประตูได้มากมายเหมือนเดิม แต่การเลี้ยงวกไปวนมาอย่างน่าตื่นตะลึงตรงริมเส้นแบบเมื่อก่อนกลับไม่ค่อยมีให้เห็นแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีเมื่อเรอัล มาดริด มีเบล

ตัวรุกทีมชาติเวลส์เติบโตขึ้นมากกว่าเมื่อปีที่แล้ว และจุดเริ่มต้นของทุกอย่างก็เกิดขึ้นในยุคที่ไม่น่าจดจำของราฟาเอล เบนิเตซ ภายใต้การทำทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ เบลมีทีท่าว่าอาจจะย้ายออกจากสโมสร ก่อนกุนซือชาวอิตาลีจะตัดสินใจรั้งเขาเอาไว้ เบลเล่นในตำแหน่งปีให้กับเบนิเตซ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจว่านั่นคือเส้นทางที่ถูกต้องที่ทำให้เขาเป็นโกลเด้นบอย ในยุคของกุนซือชาวสเปนเบลกลับมาสุดยอดอีกครั้งเหมือนเล่นให้ทีมที่ลอนดอน อาลาวาดที่ริมเส้น และพิสูจน์พลังในแนวรุก ตัดเข้ากลาง และโจมตีอย่างไม่มีจุดหมาย 

ตัวรุกทีมชาติเวลส์รายนี้เติบโตและพัฒนาฝีเท้าขึ้นมากในยุคของ ราฟาเอล เบนิเตซ เมื่อซีซั่นก่อน เพราะภายใต้การทำทีมของ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือคนก่อนหน้าเบนิเตซ เบลไม่ได้รับความไว้วางใจจากกุนซือชาวอิตาลีรายนี้เลย จนกระทั่งการมาของเบนิเตซ เบลก็ได้รับหน้าที่ให้ยืนคุมเกมริมเส้น ซึ่งเป็นตำแหน่งประจำที่ทำให้เขากลับมาระเบิดฟอร์มสุดยอด กลายเป็นนักเตะโกลเด้นบอยแห่งเรอัล มาดริด เหมือนสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่ในลอนดอนเหนือได้อีกครั้งหนึ่ง      

เบลเริ่มขยับเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในสนาม เพื่อเพิ่มพลังการทำลายล้างให้มากที่สุด ทั้งๆ ที่เบนิเตซจากทีมไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้มีผลกระทบต่อฟอร์มของเขาในสโมสรเลย ภายใต้การคุมทีมของซีเนอดีน ซีดาน และการฟอร์มตกของคริสเตียนโน่ โรนัลโด้ ได้ทำให้นักเตะวัย 26 ได้กลายมาเป็นผู้นำในทีมของกุนซือชาวฝรั่งเศส ซึ่งมีผลให้เขาโชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยมในนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ด้วยการจ่ายหนึ่งประตู และยิงเข้าในช่วงดวลจุดโทษ ทำให้เบลได้แชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรปได้ 2 ครั้งในรอบ 3 ปี 

อดีตเด็กปั้นเซาธ์แฮมตันสามารถสร้างสรค์โอกาสได้ด้วยตัวเขาเอง สมรรถภาพร่างกายของเขาช่างมหัศจรรย์มาก เพราะเขามีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งอยู่ตัวคนๆ เดียว เมื่อเขาต้องการคุมเกมหรือตัดสินใจทำอะไรสักอย่าง เขาก็สามารถทำแบบนั้นได้เลย เขาเคยทำให้เห็นมาแล้วในทีมชาติเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้ทีมชาติเวลส์โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าจดจำในยูโร 2016

การนำทีมชาติลุยยูโร 2016 ของเบล ได้ทำให้เขากลายเป็นนักเตะซูเปอร์สตาร์เพียงไม่กี่คน ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์ เขาเป็นเหมือนตัวกระตุ้นให้ทีมชาติเวลส์พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละการแข่งขัน เขาไม่เห็นแก่ตัวและมักจะสร้างสรรค์โอกาสการทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งมันทำให้เขาจบทัวร์นาเมนต์ยูโร 2016 ด้วยตำแหน่งรองดาวซัลโวของรายการ

เมื่อเร็วๆ นี้ เบลเพิ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับสโมสร ที่เหมือนกับเป็นการการันตีสถานะนักเตะคนสำคัญ และกลายเป็นผู้เล่นที่คุ้มค่าเหนื่อยที่สุดของสโมสร ซึ่งมันเป็นโลกที่ห่างไกลจากเรื่องราวของนักเตะเวลส์ขี้อาย ผู้ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในสเปนได้ มาดริดเป็นมากกว่าความตราเหรียญแห่งความสำเร็จในมือของเขา และมันก็เป็นเรื่องของเวลาเท่านั้นก่อนโรนัลโด้จะสละบัลลังก์ที่เบอร์นาเบว