จากใจแฟนปืน: เป็นเรื่องดีถ้าอาร์เซนอลจะจบอันดับต่ำกว่าสเปอร์ส

Tottenham Hotspur

วันที่แฟนๆ ปืนใหญ่จะฉลองการจบอันดับเหนือคู่อริร่วมเมืองอย่างสเปอร์สดูท่าจะไม่เกิดขึ้นปีนี้ เพราะในตอนนี้คู่อริของพวกเขากำลังนำทีมปืนใหญ่อยู่ 6 คะแนน แล้วเชื่อหรือไม่? ว่าแฟนพันธุ์แท้ทีมปืนใหญ่อย่าง ชัส นิวคีย์ เบอร์เดน คิดว่านี่จะเป็นผลดีต่อสโมสร

โดยปกติแล้วมุขจบอันดับเหนือกว่ามักจะใช้เยาะเย้ยแฟนๆ ทีมสเปอร์สนะ แต่บางครั้งผมก็รู้สึกว่าความจริงแล้วมุกนี้น่าสมเพชสำหรับพวกเราแฟนอาร์เซนอลมากกว่า

ยิ่งพวกเราฉลองวัน “St Totteringham’s Day” ซึ่งเป็นวันที่แฟนๆ อาร์เซนอลจะฉลองเมื่อทีมไก่เดือยทองหมดโอกาสแซงหน้าพวกเขาในลีก มากเท่าไหร่ มันก็ดูเป็นเรื่องขายหน้ามากเท่านั้น เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความขี้แพ้การขาดความทะเยอทะยานของทีมในยุคที่ใช้สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม เพราะการเฉลิมฉลองวันพิเศษนี้มันเปรียบเสมือนการลดเกรดของตัวเองพอๆ กับที่สร้างความอับอายให้กับคู่อริอย่างสเปอร์ส

ช่วงปี 1998 - 2004 อาร์เซนอลคว้าแชมป์ลีกได้ 2 ครั้งและ 1 ในนั้นคือแชมป์ไร้พ่ายแห่งประวัติศาสตร์ ซึ่งทั้งหมดเป็นที่ชื่นชอบของแฟนๆ อย่างมาก นี่คือชัยชนะที่ยอดเยี่ยมและน่ายินดี

แต่ในขณะเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ก็ถูกลืมได้ง่ายๆ เช่นกัน เพราะการที่ทีมปืนใหญ่เพลี่ยงพล้ำบนเวทีใหญ่ของยุโรปช่วยให้พวกเขาตื่นจากฝันทันที แม้พวกเขามีโอกาสเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 2006 และรอบ 4 ทีมสุดท้าย อีก 3 ปีต่อมา แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ มันจึงเหมือนแฟนบอลและสโมสรอาร์เซนอลยังคงยึดติดอยู่กับความฝันลมๆแล้งๆ ขณะที่แฟนสเปอร์สอยู่กับความจริงมาตลอด

จากระดับโลกคืนสู่ท้องถิ่น

ตลอดช่วงหลายๆ ปีหลังมานี้ ผลงานของอาร์เซนอลทั้งในลีกและบอลยุโรปกลับตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยชื่อของพวกเขาค่อยๆ หายไปจากตัวเต็งลุ้นแชมป์ลีก ส่วนบอลยุโรปก็มักจะหยุดที่รอบ 16 ทีมหรือ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น ทำให้สาวกเดอะ กูนเนอร์สบางกลุ่มเริ่มปลอบใจตัวเองด้วยการนับว่าการจบอันดับในลีกเหนือคู่อริอย่างสเปอร์สคือความสำเร็จอย่างหนึ่ง และมีการเฉลิมฉลองกันอย่างสนุกสนาน

ทุกฤดูใบไม้ผลิ แฟนๆ จะเริ่มคาดหวังให้ฝ่ายบริหารของทีม รวมถึงอาเซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมเตรียมตัวสำหรับตลาดซื้อขายฤดูร้อนที่ค่อนข้างวุ่นวาย ส่วนแฟนบอลเองก็เริ่มตะโกนส่งเสียงเชียร์คู่อริแบบไม่จริงใจว่า “มันไม่ได้แย่นักหรอก เพราะอย่างน้อยพวกเราก็จบอันดับเหนือกว่าสเปอร์ส ระวังช่องว่างให้ดีนะ” พร้อมกับทำท่าหยักไหล่อย่างไม่แยแสหลังจากอีก 1 ฤดูกาลที่น่าผิดหวังกำลังจะสิ้นสุดลง

ซึ่งมันก็เป็นแค่การยกตนข่มท่านและปลอบใจตัวเองไปวันๆเท่านั้น

มันคงไม่มีอะไรจำเป็นมากกว่าการรักษาความมั่นใจกับแฟนๆ หลังจากคุณทำให้พวกเขาผิดหวัง แต่คุณยังต้องการจะเป็นทีมโปรดในใจของพวกเขา นี่คือเหตุผลที่ทำให้เกิดวัน St Totteringham ในปฏิทินของเหล่ากูนเนอร์สที่จะวนมาทุกๆ ปี

ถ้าหากผมเป็นสาวกสเปอร์ส ผมจะมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดมันน่าขบขันมากกว่านะ โดยในช่วงเปลี่ยนผ่านศตวรรษนี้ แฟนๆ อาร์เซนอลต่างอวดเบ่ง เสียเต็มประดาว่าตนข่มคู่อริร่วมเมืองอยู่หลายขุมไปตลอดกาล แต่นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไปเราได้บอกพวกเขาว่า สนามไวท์ ฮาร์ท เลน จะเป็นเหมือนสนามประจำของพวกเรา เพราะเราจะไปเฉพาะแต่สนามดังๆอย่างโอลด์ แทรฟฟอร์ด หรือเบร์นาเบวเท่านั้น

หมดยุคเสียแล้ว?

ในตอนนี้พวกเราทำเป็นมั่นใจกันสักแค่ไหน เพราะตอนนี้สถานะมันเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว จึงทำให้รู้สึกสมเพชมากกว่ากับเพลงเชียร์ที่ว่า “อีกแล้ว มันเกิดขึ้นอีกแล้ว ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ มันเกิดขึ้นอีกแล้ว”

หลังจากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำๆ มาตลอด 20 ปีหลัง ทว่าในปีนี้คงไม่ใช่แบบนั้นแล้ว โดยเฉพาะในตอนที่เขียนบทความชิ้นนี้ เดอะ กันเนอร์ส กำลังไล่ตามทีมไก่เดือยทองอยู่ 6 คะแนน แต่กระนั้นแม้ว่าลูกทีมของเวงเกอร์จะแข่งน้อยกว่า 1 นัด แต่เนื่องจากทั้งทีมต่างมั่นใจในศักยภาพตัวเอง ทำให้ต้องมีผู้ชนะได้เพียงแค่ 1 คนเท่านั้น

แม้บางครั้งพวกเขาจะโชว์ฟอร์มสุดยอดออกมาก็ตาม แต่อาร์เซนอลก็มีผู้เล่นชอบประหม่าอยู่ในทีม ที่นำโดยผู้จัดการทีมหน้าหงิกและมีแฟนบอลจอมโมโหและไม่ยกโทษให้ใครง่ายๆ สนับสนุน ในทางตรงกันข้าม สเปอร์สคือทีมที่มีความสามัคคีและเล่นได้น่าตื่นเต้น เห็นได้ชัดว่าพวกเขาค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ถ้วยแชมป์ได้ทีละก้าวๆ เพราะพวกเขาจะลงสนามพร้อมกับเก็บ 3 แต้มเต็มต่อหน้าแฟนๆ ที่มีความศรัทธา พร้อมกับผู้จัดการทีมที่ปลูกฝังความเชื่อให้กับบรรดาผุ้เล่นในทีม

Mauricio Pochettino

โปเชตติโน่คืนชีพสเปอร์สอีกครั้งทั้งในและนอกสนามหลังจากเข้ามาคุมทีมในปี 2014

ถึงสเปอร์สอาจจะไม่ได้เป็นแชมป์ลีกอังกฤษในเดือนพฤษภาคม แต่ดูแล้วพวกเขาน่าจะเป็นแชมป์แห่งกรุงลอนดอนได้ไม่ยาก ดังนั้นแฟนบอลอาร์เซนอลควรสงบเสงี่ยมเจียมตัวไว้ดีกว่า

ตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น

ครั้งล่าสุดที่อาร์เซนอลจบอันดับต่ำกว่าสเปอร์สก็คือปี 1995 ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของทีมในช่วงฤดูร้อนต่อมา ในฤดูกาลนั้น ทีมปืนใหญ่จบอันดับที่ 12 ส่วนทีมไก่เดือยทองจบอันดับที่ 7 ทำให้ขนาดแฟนๆ ที่มองโลกในแง่ดีของอาร์เซนอลต้องช่วยกันหาข้อดีของทีมหลังจากที่ฤดูกาลนั้นสิ้นสุดลงเลยทีเดียว

ด้วยฟอร์มอันย่ำแย่ทำให้ทีมต้องมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง และไม้กวาดแห่งการเปลี่ยนแปลงก็ถูกนำมาปัดฝุ่นที่เกาะอยู่ ไม่กี่เดือนจากนั้น เดนนิส เบิร์กแคมป์ และ เดวิด แพลตต์ ก็ได้ย้ายมาร่วมทัพปืนใหญ่ ซึ่งความสามารถที่ยอดเยี่ยมของทั่งคู่ที่นำมาสู่ทีมชุดเดิมจากฤดูกาลก่อนคือเครื่องมือที่ช่วยผลักดันให้เวนเกอร์ผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ในปีต่อมา

David Platt, Dennis Bergkamp

การเซ็นสัญญาแพลตต์และเบิร์กแคมป์มาร่วมทีมในปี 1995 คือการเตรียมความพร้อมเพื่อพาทีมเข้าสู่ยุคใหม่

นับแต่ไหนแต่ไร อาร์เซนอลคือสโมสรประเภทอนุรักษ์นิยม เพราะโดยปกติของทีมแบบนี้ปัญหาจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่รู้ถึงความผิดพลาดของตัวเองในภายหลัง นั่นทำให้สัญชาตญาณของแฟนๆ คิดเสมอว่าการที่สเปอร์สจบอันดับเหนือกว่าคือเรื่องที่พังย่อยยับ จนทำให้เกิดความต้องการที่จะให้ทีมเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

และสิ่งที่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงก็ได้ถูกยกขึ้นมาเป็นหัวข้อให้ถกเถียงกัน ซึ่งบ่อยครั้งก็ถือเป็นกลายหักหาญน้ำใจกุนซือที่อยู่มานานอย่าง อาร์แซน เวงกอร์ เนื่องจากมีกระแสไม่เอาขงเบ้งชาวฝรั่งเศศมากขึ้น แต่ก็มีบางคนที่คิดมาอย่างดีแล้วก็อยากให้กุนซือชาวฝรั่งเศสอยู่กับทีมต่อไป ซึ่งผมเองก้เป็น 1 ในนั้นแม้ว่าทีมจะต้องการการยกเครื่องครั้งใหญ่ก็ตาม

พัฒนาการซื้อขาย

พวกเขาก็ไม่ใช่ว่าไม่ซื้อใครเลย เพราะช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เทรนเนอร์รายนี้ทุ่มเงินคว้าตัว  เมซุต โอซิล กับ อเล็กซิส ซานเชส และล่าสุด ปีเตอร์ เช็ก ได้สำเร็จ แต่ทว่าการที่พวกเขาขาดแคลนกองหลังตัวกลาง, กองกลางตัวรับ และกองหน้าตัวใหม่ก็ยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่

บางทีถ้าพวกเขาจบอันดับต่ำกว่าสเปอร์ส มันอาจจะเป็นการผลักดันให้เวนเกอร์ตัดสินใจเสริมทัพมากขึ้นก็ได้ เพราะในตอนที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจบในอันดับที่ 7 เมื่อฤดูกาล 2013/14 ผลงานอันย่ำแย่นี้คือนาฬิกาปลุกที่ปลุกให้แมนฯ ยูตื่นจากฝัน และเสริมทัพแบบจริงๆ จังๆ เสียที ด้วยจำนวนเงินถึง 169 ล้านปอนด์ ถึอเป็นการสิ้นสุดของยุคประหยัดก็ว่าได้

เรื่องราวของทีมปืนใหญ่ที่เสมือนว่ายังติดอยู่ในภาพที่แต่ละฤดูกาลดูเต็มไปด้วยปัญหา ซึ่งยังไม่มีที่ท่าว่าจะสิ้นสุดลง อาร์เซนอลไม่ได้ซื้อนักเตะซุเปอร์สตาร์ระดับเดียวกับโอซิล, อเล็กซิสหรือเช็กเลยตั้งแต่ปี 2006-2013 อีกทั้งในช่วงนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถผ่านเข้าถึงรอบชิงเอฟเอคัพได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว มาทำได้อีกทีในปี 2014 และ 2015

แต่สำหรับในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ การเสริมทัพควรจะทำให้รู้สึกว่าเป็นระดับปรากฏการณ์ไปเลย แทนที่จะเป็นการยึดติดกับนโยบายเดิมๆ ของทีม เม็ดเงินจำนวนมากต้องถูกอัดฉีดเข้ามาสำหรับการซื้อขาย เพราะทั้งเลสเตอร์ สเปอร์สและเวสต์แฮมคงจะเล่นได้ดีขึ้นอีกในปีหน้า ส่วน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เจอร์เก้น คลอปป์ก็คงจะโชว์ผลงานได้ดีมากขึ้นกว่าเดิม

ดังนั้นอาร์เซนอลจำเป็นจะต้องผัดตัดทีมครั้งใหญ่ ซึ่งสำหรับแฟนๆ ของทีมดังจากกรุงลอนดอนนี้ การยอมเจ็บปวดในช่วงแรกๆ ที่ผ่าตัดทีมนี้ อาจจะเป็นหนทางให้ประสบความสำเร็จในอนาคตก็ได้

Arsene Wenger

การจบอันดับต่ำกว่าสเปอร์สอาจทำให้เวงเกอร์ทุ่มไม่อั้น

More features every day on FFT.com • More Arsenal