Analysis

CM/FM 9 ภาคที่เจ๋งที่สุดตลอดกาล

ในซีรีย์ของเกมคุมทีมฟุตบอลเสมือนจริงยอดนิยมมีเวอร์ชั่นไหนที่ยอดเยี่ยมที่สุดน่ะหรอ?  เรามี ‘ตัวช่วย’ มาจัดลำดับให้แล้ว...

We are part of The Trust Project What is it?

นับตั้งแต่ 2 ศรีพี่น้องคอลล์เยอร์ปล่อย Championship Manager ตัวแรกออกมา จนกระทั่งตัวเกมได้พัฒนามาเป็น Football Manager จากวันนั้นถึงวันนี้ก็เป็นเวลา 23 ปี ซึ่ง เอียน แม็คอินทอช บรรณาธิการเว็บไซต์  The Set Pieces เคยผ่านมาหมดแล้ว และเขาก็จะมาเป็นคนเลือก 9 เวอร์ชั่นที่ยังอยู่ในใจเกมเมอร์ให้เราได้เสพย์กัน โดยจะไม่มีการรวมภาคใหม่ไว้ในลิสต์เแต่อย่างใดพราะคุณจะไม่มีทางบอกได้เลยว่ามันดีแค่ไหนถ้ายังไม่ได้เล่นถึง 3 เดือน

1. Championship Manager 2001/02

ถือเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างรายละเอียดกับความเร็วของเกม นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ CM01/02 ยังคงอยู่ในใจของคนที่เคยหมกมุ่นอยู่กับข้อมูลของมันมาก่อน แม้จะไม่เหมือนเวอร์ชั่นใหม่ที่ AI ยังเป็นแบบพื้นฐานและไม่สามารถลงรายละเอียดในการพัฒนานักเตะได้ แต่คุณสามารถคุมทีมได้ครึ่งฤดูกาลโดยใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงกับวอนเดอร์คิดอย่าง ไมค์ ดัฟฟ์,​มาร์ค เคอร์ และ เชอร์โน แซมบ้า ที่คุณดึงเข้ามาในทีม ซึ่งนั่นก็ดีโขแล้ว

2. Football Manager 2014

ความสมจริงถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญไม่ว่ากับเกมไหนก็ตาม และ FM14 ก็ได้ขยับเข้าใกล้จุดนั้นด้วยการมีการสัมภาษณ์งานเพิ่มเข้าไปด้วย ซึ่งในภาคนี้คุณสามารถได้ตำแหน่งงานที่ใหญ่เกินชื่อเสียงของตัวเองด้วยการชเลียร์ประธานสโมสร หรือจะใช้เวลาในการหาทีมที่เหมาะสมก็ได้โดยทำให้แน่ใจว่าการอุทิศตัวให้กับการพัฒนาเยาวชนของคุณได้รับการสนับสนุน อย่างไรก็ตามด้วย AI ที่พัฒนาขึ้นทำให้ผู้จัดการทีมฝั่งตรงข้ามสามารถแก้เกมตามแทคติกของคุณได้อย่างรวดเร็ว บีบให้ต้องแก้เกมตามหรือไม่ก็ยอมแพ้ไปเลย จึงต้องใช้ไหวพริบเพิ่มขึ้นอีกนิดนึงสำหรับภาคนี้

3. Football Manager 2007

เป็นภาคที่ยากกำลังดี, มีความสมดุล และเข้าถึงง่าย แต่มีความสมจริงมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดซึ่งตรงกันข้ามจากภาคก่อนอย่าง FM06 ที่ทีมงานดันตัดสินใจบ้าๆใส่นักเตะทีมฮาร์เชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลจากละครซีรีย์ของสหราชอาณาจักรเข้าไปด้วย และที่แย่กว่านั้นก็คือการใช้เวลาหลายชั่วโมงเสาะหานักเตะจริงที่มีค่าพลังเทพๆในเกมแต่กลับพบว่าจู่ๆนักเตะที่ชื่อ แคสเปอร์ โรส ที่ค้าแข้งกับฮาร์เชสเตอร์ ยูไนเต็ด นั่นแหละกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกอย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่จริงแล้วบรรดาคอเกมต้องการให้มันสมจริงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะเดียวกันการเพิ่มตัวรีพอร์ทจากแมวมองเข้ามาก็จัดว่ายอดเยี่ยมด้วยข้อมูลที่อ่านง่ายและแบ่งเป็นท่อนๆพอดีคำ

4. Championship Manager: Season 97/98

ถือเป็นภาคที่ปฏิวัติจากภาคก่อนๆที่มีมาเลยก็ว่าได้ เพราะมันเป็นภาคแรกที่มีมากกว่าประเทศเดียว แต่คุณต้องแน่ใจว่าตัวเองจะต้องโหลดฐานข้อมูลให้เหมาะสมกับความแรงของพีซีตัวเองในสมัยนั้นด้วย อย่างไรก็ดีในที่สุดแล้วคอเกมก็สามารถย้ายไปกุมบังเหียนลีกอื่นได้เสียที และถ้าคุณมี ทอม ยังส์ วอนเดอร์คิดของภาคนั้นคุณก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในการคุมทีมมากขึ้น ขณะเดียวกันตัวแก้ไขเกมที่ใช้งานง่ายก็ถือว่าเจ๋งสุดๆเช่นกัน มีใครไม่เคยสร้างตัวเองในเกมให้มีค่าพลังเทพๆบ้าง? ถ้าคุณบอกว่าไม่ก็คงโกหกแล้ว เพราะเราทุกคนต่างเคยทำทั้งนั้น

5. Football Manager 2012 

หลังจากพบกับช่วงเวลาอันยากลำบากเมื่อตัวเกมมีความหยุมหยิมและรายละเอียดเต็มไปหมด FM ก็กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้งในภาคนี้ ซึ่งข้อมูลต่างๆยังมีครบเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยการใช้งานที่ง่ายขึ้นและลดเมนูย่อยอันน่าปวดหัวลง ถึงบางครั้งจะเป็นการยากที่ชี้ชัดลงไปว่าตรงไหนบ้างที่ตัวเกมได้พัฒนาให้ดีขึ้น แต่กับภาคนี้สามารถบอกได้เลยว่ามันเล่นง่ายจริงๆและไม่ใช้เวลานานจนให้ความรู้สึกเหมือนกับทำงานอยู่อย่างภาคก่อน ซึ่งนี่คือช่วงเวลาที่ซีรีย์มีความกระชับขึ้นแต่ยังคงอัดแน่นด้วยข้อมูลอันเป็นเอกลักษณ์อยู่

6. Championship Manager

นี่คือ CM ตัวต้นตระกูล ถึงเวอร์ชั่นตัวพ่อนี้ยังไม่มีชื่อจริงและกราฟฟิค โดยมีเฉพาะลีกอังกฤษ 4 ดิวิชั่นที่ประกอบไปด้วย 80 สโมสร และเมื่อคุณเล่นกับเรอัล มาดริด ในเกมยุโรป ก็จะเจอกับ ‘Player 5’ กับ ‘Player 7’ อย่างไรก็ตามมันก็เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เกิดขึ้นในยุคนั้น แม้ว่าขอบเขตของข้อมูลรวมถึงรูปแบบของเกมจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อกฏเกณฑ์ของเกมลูกหนังสมัยใหม่ทำให้อยู่ยากกว่าเดิม ก็ทำให้ภาคออริจินัลให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายที่สุดแล้ว

7. Championship Manager 2

แม้จะได้รับสิทธิ์ให้ใช้ชื่อนักเตะจริงได้ตั้งแต่ปี 1993 แต่ CM2 ก็มีการเพิ่มรูปสนามจริงเข้าไปเพื่อสร้างบรรยากาศในการเป็นทีมเหย้า-เยือนมากขึ้น ถึงจะยังไม่มีกราฟฟิคและรายละเอียดต่างๆยังน้อยเมื่อเทียบกับปัจจุบัน แต่ความสนุกสนานที่ได้ดูจังหวะการเล่นของลูกทีมบนรูปสนามจริงที่ตัวเองกำลังเล่นอยู่ก็ถือว่าเจ๋งสุดๆ และที่เด็ดรองลงมาก็คือคำบรรยายเกมที่ถอดมาจากเสียงของ ไคลฟ์ ไทลด์สลีย์ นักพากษ์ฟุตบอลชื่อดังของอังกฤษในสมัยนั้นที่ทำให้คุณมีความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนอยู่ในสงครามเลยทีเดียว

8. Football Manager 2005

หลังแยกตัวจากค่าย Eidos ทำให้ Sports Interactive เสียสิทธิ์ในการใช้ชื่อ ‘Championship Manager’ และย้ายไปอยู่กับ Sega พร้อมกับมีการปั้นแบรนด์ขึ้นมาใหม่ แต่เกมไหนน่าจะดีที่สุดระหว่าง FM05 อันแปลกใหม่กับ CM5 ของ Eidos เองน่ะหรอ? มันเทียบกันไม่ได้ด้วยซ้ำ โดย CM5 ถือเป็นหายนะเพราะมีบั๊กเยอะจนน่าตกใจทำให้ไม่น่าเล่นเอาเสียเลย ขณะที่ FM05 ถึงแม้ว่าไม่สมบูรณ์แบบแต่ก็มีอนาคตที่สดใสรออยู่ มันเจ๋ง, มันน่าเล่น, มันสนุก และฐานข้อมูลใหญ่มากจนเวอร์ชั่นของ Eidos เทียบไม่ติดเลย

9. CM Italia

สมัยนั้นเซเรียอาโด่งดังสุดๆ ขณะที่พรีเมียร์ลีกเพิ่งกำลังตั้งไข่ ทำให้ 2 พี่น้องตระกูลคอลล์เยอร์สร้างเวอร์ชั่นนี้ออกมาโดยใช้เอนจิ้นเดียวกับ CM ตัวดั้งเดิม และมี 2 ดิวิชั่นให้เลือกเล่นนั่นก็คือเซเรียอากับบี อีกทั้งยังมีกฏนักเตะต่างชาติ 3 คนตามของจริงในขณะนั้น ซึ่งแน่นอนว่าต้องมี พอล แกสคอยน์ อยู่ด้วย นี่คือยุคทองของฟุตบอลที่สะท้อนให้เห็นถึงความศรัทธาและความสวยงามในเกมลูกหนัง ถ้าคุณเจอคอมพิวเตอร์ที่มีเกมนี้ในปัจจุบัน คุณก็ยังสามารถเล่นและรู้สึกสนุกสนานกับมันได้อยู่แม้จะนานมากแล้วก็ตาม