เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก ตอนจบ

หลังจากที่ FFT นำเสนอซีรี่ย์ชุดใหม่ที่รวบรวมเอาเด็กเทพอายุต่ำกว่า 21 ปีจากทั่วโลกไปเป็น 5 ตอนแล้ว วันนี้ เราจะมาต่อกันกับตอนอวสานของ “เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก” ใคจะคว้าอันดับ 1 ไปครอง ติดตามได้ที่นี่

ติดตาม เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก(ตอนแรก) ได้ที่นี่

เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก (ตอน 2)

เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก (ตอน 3)

เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก (ตอน 4)

เด็กเทพรุ่นใหม่ : รู้จัก 59 วันเดอร์คิดลูกหนังโลก (ตอน 5)

10. อุตสาน เด็มเบเล่, 19 (โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)

Ousmane Dembele

จุดเด่นที่สุดของเดมเบเล่นั้นคือการดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่ง เขาเป็นนักเตะจอมลีลาขนาดที่ทำได้ทุกทริคที่มีในเกม ขณะที่ผลงานในฤดูกาลแรกของเจ้าตัวกับดอร์ทมุนด์(ที่ปาดหน้า เลสเตอร์ ซิตี้, แมนฯ ยู และลิเวอร์พูล คว้าลายเซ็นเขามาครองได้สำเร็จพร้อมค่าเสียหาย 15 ล้านยูโร) ในเวทีบุนเดสลีก้านั้นก็ถือว่าดีทีเดียว เพราะเมื่อไหร่ที่เขาได้บอล คู่แข่งจะต้องระมัดระวังเขาเป็นพิเศษ แถมยามที่เขาหลอกล่อคู่แข่งนั้น มันเหมือนกับว่าหลอกล่อเด็กอยู่ยังไงยังงั้น

เด็มเบเล่เป็นนักเตะที่มีสเต็ปเท้าดีมากๆ คนหนึ่ง แถมเขายังมักจะพยายามมองหาโอกาสทำประตูเสมอ ทว่าสำหรับโทมัส ทูเคิล นายใหญ่ของทีมเสือเหลืองนั้น ดูเหมือนว่าเขาจะชื่นชอบเดมเบเล่ที่สามารถเอาชนะการดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งมากกว่า ดังนั้นยามที่เดมเบเล่ลงสนามนั้น เขามักจะถูกคู่แข่งตามประกบ 2 ด่านก่อนจะมีช่องให้เขายิงหรือจ่ายเสมอ

ต่อจากนี้เด็มเบเล่คงจะต้องพยายามยกระดับของตัวเองให้ได้อีกขั้น โดยเฉพาะในเรื่องของการตัดสินใจและการผ่านบอลที่ควรจะทำให้ได้ดีเหมือนกับการลากเลื้อยของเจ้าตัว อย่างไรก็ตามสำหรับตอนนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเขาได้สามารถความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการลูกหนังไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

9. เลรอย ซาเน, 19 (แมนฯ ซิตี้)

Leroy Sane

แม้ว่าการเริ่มต้นในถิ่นเรือใบสีฟ้าของซาเนอาจจะไม่ได้เป็นไปตามที่เจ้าตัววางแผนไว้ แต่เชื่อได้เลยว่าเป๊ป กวาร์ดิโอลาคงไม่ยอมให้เงิน 37 ล้านปอนด์ที่ใช้จ่ายเป็นค่าตัวของปีกรายนี้สูญเปล่าอย่างแน่นอน แถมจริงๆ แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดของกุนซือรายนี้ด้วยที่ส่งซาเนออกสตาร์ทเป็นตัวจริงแค่นัดเดียว เนื่องจากปีกรายนี้ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตั้งแต่ย้ายมาเมื่อซัมเมอร์ทีผ่านมา

สำหรับซาเนนั้น เขามีชื่อติดทีมชาติเยอรมันชุดทำศึกยูโร 2016 ที่ผ่านมาด้วยส่วนกับต้นสังกัดเดิมอย่างชาลเก้ เขาก็ได้รับโอกาสลงเล่นในเวทีบุนเดสลีก้าไปแล้วกว่า 60 นัด ทำได้ทั้งสิ้น 13 ประตู ด้วยเหตุนี้ มันจึงทำให้เขากลายเป็น 1 ในดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดของวงการลูกหนังเมืองเบียร์

ซาเนต้องเร่งพัฒนาฝีเท้าตัวเองให้ได้อย่างรวดเร็วหลังจากที่ได้ประเดิมสนามในสีเสื้อชาลเก้ไปตั้งแต่อายุ 18 ปีเท่านั้น ซึ่งเจ้าตัวก็ปรับตัวและทำได้ดีเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ด้านครอบครัวของซาเนเองก็เป็นสายเลือดนักกีฬาเช่นกัน เมื่อคุณพ่อของเขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ส่วนคุณแม่ของเขานั้นเป็นนักยิมนาสติกเหรียญเงินในโอลิมปิกปี 1984

แม้ว่าในตอนนี้ ซาเนจะพบกับการแข่งขันที่สูงขึ้น แต่เขาก็ยังจัดการกับแรงกดดันเหล่านั้นได้ดีทีเดียว การที่เขาถูกลดขั้นลงไปเล่นกับทีมชาติเยอรมัน ยู-21 นั้น เจ้าตัวก็มองว่ามันเป็นโอกาสได้ลงสนามมากกว่าการถูกลดขั้น อีกทั้งเจ้าตัวน่าจะรู้ดีว่าสุดท้ายแล้วกวาร์ดิโอลาก็ต้องหันมาใช้บริการของเขาบ้าง เพราะด้วยความเร็ว การวิ่งทำทาง และความอันตรายจากการเข้าทำริมเส้นของเจ้าตัวนั้น สามารถเล่นงานคู่แข่งได้ไม่มากก็น้อย ดังนั้นขอให้แฟนบอลเรือใบสีฟ้าอดใจรออีกสักพัก แล้วทุกคนจะได้เห็นทีเด็ดจากปีกรายนี้แน่นอน

8. มาร์โก อเซนซิโอ, 20 (เรอัล มาดริด)

Marco Asensio

สำหรับดีลนี้ต้องขอยกเครดิตให้กับเรอัล มาดริด เพราะนอกจากที่พวกเขาสามารถตัดหน้าคู่อริชิงลายเซ็นของอเซนซิโอได้แล้ว พวกเขายังควักเงินเพียงแค่ 3.9 ล้านยูโรเท่านั้นเพื่อแลกกับกองกลาง(ว่าที่)ระดับโลกรายนี้

ในฤดูกาลที่ผ่านมา อเซนซิโอถูกส่งไปให้เอสปันญอลยืมตัวใช้งาน ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นกำลังหลักให้กับทัพ “นกแก้ว” และแล้วความพยายามของเจ้าตัวก็ได้ผลตอบแทน เมื่อเขามีโอกาสได้กลับมาเล่นทีมชุดใหญ่ของเรอัล มาดริดภายใต้การนำทีมของซิเนอดีน ซีดาน ดำนานแห่งถิ่นซานติอาโก เบอร์นาเบว

กองกลางวัย 20 ปีรายนี้แสดงใหเห็นว่าเขาไม่รู้สึกกดดันใดๆ ที่ต้องเล่นให้กับยอดทีมแห่งยุโรปนี้หรือแม้แต่นักเตะซูเปอร์สตาร์ที่ขวางทางเขาอยู่ก็ตาม ทำให้เขาสามารถแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเขาคืออนาคตของเรอัล มาดริด และแย่งตำแหน่งมาจากอิสโก้ และฮาเมส โรดิเกวซ 2 ซูเปอร์สตาร์ชื่อดังได้สำเร็จ

อเซนซิโอเป็นนักเตะที่มีทั้งความเร็วและสามารถเลี้ยงบอลได้ดี แถมเจ้าตัวยังมักจะมองหาช่องผ่านบอลเสมอ เวลาที่เจ้าตัวประจำการที่ตำแหน่งปีกซ้าย เขามักจะหาทางเลี้ยงเข้าหากองหลังคู่แข่ง ส่วนถ้าหากเจ้าตัวถูกส่งลงไปประจำการตรงกลางสนาม เขาก็จะคอยเป็นคนกำหนดจังหวะเข้าทำของทีม ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนมาจากความมั่นใจของเจ้าหนูรายนี้ เห็นได้ชัดว่าอเซนซิโอมั่นใจในความสามารถของตัวเองมาก ทำให้เขาสามารถเอาชนะแข้งรุ่นพี่คนอื่นๆ ได้ ดังนั้นอีกไม่นานเราคงเห็นเขากลายเป็นกำลังหลักให้กับทัพราชันชุดขาวแบบเต็มตัว รวมถึงในทีมชาติด้วย

 

Pages