เมซุต โอซิล : จอมทัพแห่งแคมป์ปืนใหญ่

ติดตามกันต่อสำหรับการจัดอันดับ 100 นักเตะของโลก โดย โฟร์โฟร์ทู ไปดูกันว่าทำไม เมซุต โอซิล ถึงเข้าป้ายมาในอันดับที่ 20

ไม่หรอก พรีเมียร์ ลีกไม่ได้เป็นเวทีสุดโหดในโลกฟุตบอล และเราก็ควรหยุดเน้นไปที่เรื่องทางด้านรูปร่างสรีระกันได้แล้ว อย่างไรก็ตาม มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมซุต โอซิลไม่ได้สัมผัสประสบการณ์การปรับตัวที่ยากลำบาก ในตอนที่เขาเพิ่งย้ายมายังประเทศแห่งนี้ และการปรับตัวของเขานั้นก็ไม่ได้ไหลลื่นสักเท่าไหร่นัก

เทียบกับการซื้อตัวครั้งใหญ่ๆ ก่อนหน้านั้น เพลย์เมคเกอร์ชาวเยอรมันถือว่าแตกต่างออกไปจากสิ่งที่ทุกคนคาดหวัง ด้วยสไตล์การเล่นของเขาที่ทำให้เป็นเรื่องง่ายในการวิจารณ์ ในช่วงหลายเดือนแรกมาจนถึงกระทั่งทุกวันนี้ เขายังคงถูกพูดถึงในแง่ลบเกี่ยวกับความมุ่งมั่นและทัศนคติของเขา

ที่จริงแล้ว จอมแอสซิสต์รายนี้ถือเป็นหนึ่งในนักเตะจอมสร้างสรรค์เกมที่ดีที่สุดในเกาะอังกฤษ (จากสถิติจ่ายให้เพื่อนทำประตู 19 ครั้ง ในฤดูกาล 2015/16 พิสูจน์ถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี) แทนที่จะตีค่าเขาต่ำเกินกว่าที่ควรจะเป็น เราควรใส่ใจถึงความฉลาดในการเคลื่อนที่ของเขา, การดึงความสนใจจากแนวรับฝั่งตรงข้าม และความสามารถในการส่งผลกระทบต่อเกมในขณะที่ไม่ได้บอล

พิสูจน์ด้วยตาตัวเอง

ที่น่าตลกก็คือทั่วโลกอาจไม่สังเกตเห็นว่าเขามีความเป็นดาวเด่นขนาดไหน บางทีโอซิลอาจไม่ใช่นักเตะที่น่าชมผ่านทางจอโทรทัศน์ก็เป็นได้ ว่ากันว่าเขาเป็นตัวอย่างสำหรับนักเตะประเภทที่ควรเข้าไปชมในสนามแข่ง หรือใครก็ตามที่สามารถชมเกมได้ทั่วทั้งสนาม นั่นแหละที่เราจะได้เห็นว่าการสร้างอิทธิพลต่อเกมของเขานั้นช่างสวยงามขนาดไหน นี่คือพื้นที่ในการโชว์ฟอร์มของเขา แทนที่จะเป็นผ่านทางสัญญาณดิจิตอล

ในช่วงปลายปี 2016 สำหรับอาร์เซน่อล อเล็กซิส ซานเชซถูกใช้งานเป็นศูนย์หน้าหมายเลข 9 ตัวหลอกอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนั่นช่วยขับให้เราเห็นความสามารถในการทำประตูของโอซิล แน่นอนว่าแอสซิสต์เขาก็ยังทำอยู่ แต่โดยรวมแล้วถือว่าเขาไปไกลมากขึ้น จังหวะวิ่งเข้ามาโหม่งในเกมกับวัตฟอร์ดมาจนถึงลูกวอลเล่ย์ของเขาในเกมกับเชลซี ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากคลาสของเขาทั้งสิ้น ในเดือนพฤศจิกายน ผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาในเกมกับลูโดโกเร็ตส์ ช่วยให้ทีมของเขาพลิกสถานการณ์กลับมาได้ ถือได้ว่าโอซิลมีบทบาทสำคัญยิ่งยวดที่ทำให้ทีมของเขามีลุ้นที่จะคว้าแชมป์กลุ่มในแชมเปี้ยนส์ ลีก

Mesut Ozil

ผลงานไม่ดีนักในยูโรที่ผ่านมา

แต่สำหรับปี 2016 นี้ในนามทีมชาติถือว่าเขาไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก เมื่อเยอรมันต้องตกรอบศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปอย่างน่าผิดหวัง ด้วยวัย 28 ปี ที่เรียกได้ว่าเป็นช่วงพีคของอาชีพค้าแข้งสำหรับเขา ดูเหมือนว่าโอซิลจะรู้สึกสบายๆ กับการเล่นฟุตบอลในอังกฤษมากกว่าที่เคย จนเหมือนกับเป็นบ้านของเขาไปแล้ว เขามีบทบาทสำคัญมากกว่าเดิม และเป็นนักเตะที่ครบเครื่องมากกว่าที่เคยเป็นมา

มีอีกมั้ย?

ด้วยปัจจัยรอบข้างที่ส่งเสริมเขาอย่างสมบูรณ์แบบในระดับสโมสร บางทีนี่อาจจะเป็นฤดูกาลที่อาร์เซน่อลยุติการรอคอยแชมป์อันยาวนานได้เลยก็เป็นได้ เป็นเรื่องดีสำหรับอาร์แซน เวนเกอร์, เป็นเรื่องดีสำหรับแฟนบอล แต่มันก็เป็นเรื่องดีสำหรับโอซิลด้วยเช่นกัน ที่ผ่านมาเขาถูกจดจำแบบเสียๆ หายๆ ด้วยภาพของความล้มเหลว ซึ่งนี่ก็จะเป็นโอกาสดีที่เขาจะเปลี่ยนทุกอย่างด้วยความหลักแหลมที่มากกว่าเดิมของเขา และคุณภาพฝีเท้า

ที่ผ่านมา โอซิลคว้าแชมป์ลีกในสเปน รวมถึงได้แชมป์โลกกับทีมชาติมาแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างก็รอตัดสินเขาอีกครั้งในการค้าแข้งที่องักฤษ อย่างไรก็ตาม จากผลงานเท่าที่ผ่านมาถือว่าเขาได้แสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ออกมาพอสมควรแล้ว ตอนนี้แทนที่จะมองว่าโอซิลสามารถทำอะไรให้กับอาร์เซน่อลได้บ้าง มันน่าจะกลายเป็นอาร์เซน่อลสามารถทำอะไรได้บ้างให้กับโอซิล เขามีพร้อมอยู่แล้วทั้งความสามารถอันเอกอุและพรสวรรค์เต็มเปี่ยม ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้คนรอบๆ ตัวเขาแล้วว่าจะแปรเปลี่ยนให้มันกลายเป็นบางสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้มากขึ้นหรือไม่