เปิดตำนาน จอร์จ เมนเดส : เอเย่นต์นักฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

หลายคนรู้ว่า เขาคือนายหน้าของซุปเปอร์สตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือยอดกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ทั้งยังมีดาวดังอีกเพียบในสังกัด แต่จะมีสักกี่คนที่รู้จัก จอร์จ เมนเดส จริงๆ…

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เคยกล่าวว่า “จอร์จ เมนเดส เป็นคนดี เป็นเพื่อนแท้ และเป็นมนุษย์ที่มหัศจรรย์” นอกจากนี้ ดาวเตะเรอัล มาดริด ยังรัก เมนเดส เสมือนหนึ่งเป็นพี่น้องแท้ๆ หลังจากที่ทั้งคู่ร่วมฝ่าฟันทุกอุปสรรคมาตั้งแต่สมัยที่ ซีอาร์7 เซ็นสัญญาฉบับแรกกับ แมนฯยูไนเต็ด ในวัยแค่ 18 ปี

“นายจะเซ็นสัญญา และจากนั้นเราจะไปดื่มกัน” เมนเดส บอกกับ โรนัลโด้ ในปี 2003 อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายที่การเฉลิมฉลองไม่เกิดขึ้น เนื่องจาก ซุปเปอร์นายหน้าชาวโปรตุเกส ต้องรีบไปจัดการกับดีลอื่นต่อ

ออกุสโต้ เซซาร์ เลนโดอิโร่ ถึงกับเคยบอกว่า เขาไม่แน่ใจว่า เมนเดส เป็นคนติดโทรศัพท์ หรือเป็นโทรศัพท์ที่ติด เมนเดส กันแน่

ใน 1 วันของ เมนเดส หมดไปกับการโทรศัพท์ติดต่อคนอื่นเป็นส่วนใหญ่ อย่างเช่นตอนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ยังกุมบังเหียน เรอัล มาดริด และนักเตะในถิ่น ซานติเอโก้ เบอร์นาบิว อย่าง โรนัลโด้, เปเป้, อังเคล ดิ มาเรีย, ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ และ ฟาบิโอ โคเอนเทรา ก็ล้วนต่างเป็นเด็กในคาถาของเขานั้น เมนเดส ต้องโทรศัพท์หาประธานสโมสรอย่าง ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประมาณ 25 ครั้งต่อวัน โดย นายหน้าวัย 50 ปี หัวเราะและบอกว่า “ทุกครั้งเราก็มีเรื่องที่คุยต่างออกไปครับ”

อดีตประธานสโมสร เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า นาม ออกุสโต้ เซซาร์ เลนโดอิโร่ ถึงกับเคยบอกว่า เขาไม่แน่ใจว่า เมนเดส เป็นคนติดโทรศัพท์ หรือเป็นโทรศัพท์ที่ติด เมนเดส กันแน่

หรือจะเป็นครั้งหนึ่งที่ นายหน้าเลือดโปรตุกีส โทรหา ปีเตอร์ เคนย่อน ตอนตีสอง เพื่อบอกว่า จะโทรไปหา เคนย่อน ตอนบ่ายสามโมง

“แล้วทำไมเอ็งไม่โทรหาข้าตอนสามโมงเลยละ?” อดีตซีอีโอ แมนฯยูไนเต็ด และ เชลซี สงสัย

Peter Kenyon on the phone as Mourinho sits in the back of the car

เคนย่อน : มูรินโญ่หรอ นั่งอยู่ข้างหลังผมเนี่ยแหละ

สรุปแล้ว คือ เมนเดส มีโทรศัพท์มือถือถึง 4 เครื่อง และ ซีอาร์7 เคยเล่าว่า เพื่อนสนิทรุ่นพี่ของเขาหมดเวลาไปกับการใช้มือถือถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน ทั้งๆที่ทุกวันนี้นักเตะในสังกัดของเขามีค่าตัวรวมกันกว่า 700 ล้านปอนด์ และยังถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลสูงสุดในวงการลูกหนัง

ด้วยความขยันและเอาใจใส่เช่นนี้ อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไม เมนเดส ถึงเป็นซุปเปอร์เอเย่นต์มาได้จนถึงทุกวันนี้…

ชีวิตวัยเยาว์

เมนเดส ก็เหมือนหนูน้อยหลายคนที่มีใจฝักใฝ่เกมลูกหนังตั้งแต่เด็ก โดยเขาเริ่มต้นด้วยการเป็นนักฟุตบอลให้ทีมเล็กๆ

จอร์จ เปาโล อกอสตินโญ่ เมนเดส เกิดเมื่อเดือน มกราคม ปี 1966 ที่ กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส โดยพ่อของเขาเป็นพนักงานบริษัทเปโตรกัล ซึ่งเป็นบริษัทผลิตก๊าซยักษ์ใหญ่ของโปรตุเกส ส่วนแม่อยู่บ้านและทำงานฝีมือขายของเพื่อช่วยเหลือครอบครัว โดย เมนเดสจูเนียร์ จะขึ้นรถบัสหมายเลข 28 เพื่อไปขายงานฝีมือเหล่านี้ชายหาดชื่อ ฟอนเต้ ดา เพื่อเงิน 500 เอสคูโด อันมีค่าที่จะซื้ออาหารกลางวัน, ตั๋วรถไฟ และ ขนมสำหรับการเดินทาง

อันที่จริง เมนเดส ก็เหมือนหนูน้อยหลายคนที่มีใจฝักใฝ่เกมลูกหนังตั้งแต่เด็ก โดยเขาเริ่มต้นด้วยการเป็นนักฟุตบอลให้ทีมเล็กๆ แถวบ้านพักของครอบครัว พร้อมกับเล่นฟุตบอลกับเพื่อนแถวบ้านเป็นประจำ

โดยตอนนั้น ไม่มีใครเรียก เมนเดส ว่า จอร์จ แต่ทุกคนจะเรียกชื่อเล่นของเขาอย่าง คาบานาส แทน และดูเหมือนว่า โคตรนายหน้าคนดัง จะชื่นชอบชื่อนั้นตั้งแต่เด็ก เพราะ ในปี 2012 เมนเดส กลับไปที่ละแวกบ้านเกิดแถวเปโตรเกา เพื่อทำการถ่ายทำหนังสารคดีชื่อ Jorge Mendes: The Super Agent ที่ออกอากาศผ่านช่องโทรทัศน์ชื่อดังของ โปรตุเกส อย่าง SIC โดย เมนเดส แนะนำตัวกับเหล่าเพื่อนบ้านด้วยชื่อเก่าอย่าง คาบานาส

ทว่า ดูเหมือนจะไม่มีใครจำเขาได้เลย..

Jorge Mendes at the premiere for Ronaldo's film

โฉมหน้าหล่อๆของ เมนเดส

มีอยู่ฉากหนึ่งในสารคดีที่ เมนเดส กำลังนั่งดูหนังสือพิมพ์เก่าที่ถูกตัดแปะไว้ในสมุดในบ้านเก่าของพ่อแม่ของเขา หลังจากนั้น เพื่อนบ้านคนแก่กลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามา พร้อมกับมอง เมนเดส ประมาณว่า “นี่ใคร?”

“ผม คาบานาส ไง” เมนเดส บอกเพื่อนบ้านทั้งหลาย

“อ่อ คาบานาส” เพื่อนบ้านมองหน้ากันเหมือนรู้จัก แต่ลึกๆแล้ว หน้าตาบอกได้เลยว่า นึกไม่ออก

จากนั้นอีกฉากหนึ่ง ณ ห้องอาหารที่ เมนเดส ตั้งใจจะเลี้ยงเพื่อนสมัยเด็กทุกคน โดยมีกลุ่มคนวัย 40 – 50 ปีหลายคนที่มาร่วมงาน พร้อมกับหัวเราะถึงวันคืนเก่าๆที่เคยผ่านกันมา ขณะที่บางคนอาจจะมองที่ชายหนุ่มรูปร่างดี แต่งตัวดี และดูเท่อย่าง เจ้าของงาน แล้วตัดพ้อกับโชคชะตาถึง ความแตกต่างระหว่างพวกเขากับเขาในวันนี้

ทว่า สำหรับ เมนเดส เขาอาจจะไม่คิดเช่นนั้น เพราะทุกอย่างที่เขามี ก็ล้วนแลกมากับความเหนื่อยยากและความปวดหัวเช่นกัน โดยแม้จะเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยง แต่ เอเย่นต์คนดัง กลับแทบจะไม่ได้อยู่ในงานด้วยซ้ำ

“คืนนั้น เขาคุยโทรศัพท์มากกว่าคุยกับเพื่อนๆในงานอีก เขาคงจำหน้าของพวกเราไม่ได้หรอก” เพื่อนบ้านคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร So Foot

ออกเดินทาง

กลับมาชีวิตสมัยวัยรุ่นของ เมนเดส

โดย นายหน้าชาวโปรตุกีส ลาจาก ลิสบอน ตั้งแต่วัยเพียง 20 ปี หลังจากที่ครอบครัวของเขาต้องเจอกับเหตุการณ์เศร้าโศก เมื่อภรรยาของพี่ชายเขาเสียชีวิต

เมนเดส หันมาเล่นฟุตบอลเพื่อประทังชีพกับทีมในลีกล่าง โดยเล่นในตำแหน่งปีกซ้าย แต่ไม่ประสบความสำเร็จเลย ก่อนที่ เด็กหนุ่มในขณะนั้นจะตัดใจ พร้อมกับหันมาเปิดร้านเช่าวิดีโอชื่อ “ซามุย วิดีโอ” ในช็อปปิ้งมอลล์แห่งหนึ่งที่แทบจะไม่มีคนเดินสักคน แต่ เมนเดส กลับมองเห็นโอกาส

“ผมรู้ว่ามันคือห้างร้างมาก่อน แต่มันสิ่งหนึ่งที่ผมต้องการ นั่นคือที่จอดรถจำนวนมาก” เมนเดส กล่าวกับ SIC “ผมทำกำไรจากการขายวิดีโอได้มากกว่าลงเล่นฟุตบอลทั้งชีวิต และนั่นอาจจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตผม”

อารมณ์ที่เขาทุ่มเทกับงานส่งผ่านมาให้เราทุกคนได้สำเร็จ ผมไม่สามารถบอกปัดข้อเสนอเขาได้ลงหรอก

- ออกุสโต้ เซซาร์ เลนโดอิโร่

จากนั้น เมนเดส ไปทำงานเป็นดีเจในไนต์คลับแห่งหนึ่งย่านกามินญ่า ทางตะวันตกเฉียงเหนือของดินแดนฝอยทอง อันใกล้กับประเทศสเปน ซึ่งที่นั่นทำให้เขารู้จักนักเตะดังๆจาก ปอร์โต้, บราก้า และ วิตอเรีย กิมาไรส์

และคืนหนึ่งในปี 1995 จุดเริ่มต้นของ ซุปเปอร์เอเย่นต์แห่งจักรวาล ก็อุบัติขึ้น…

เมื่อ เมนเดส ได้พบกับ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ผู้รักษาประตูของ และ วิตอเรีย กิมาไรส์ ที่ผับดังกล่าว ก็ที่ทั้งคู่จะคุยกันถึงเรื่องความฝันในการย้ายไปเล่น ลาลีก้า ของ นูโน่ ซึ่งสุดท้าย เมนเดส บอกกับเพื่อนที่เพิ่งพบว่า เขาจะพาไปสเปนเอง

เมนเดส เห็นว่า การส่ง นูโน่ ไป เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญ่า ดูจะมีโอกาสมากที่สุด ทำให้ นายหน้าฝึกหัด ลงทุนขับรถกว่า 300 กิโลเมตร เพื่อไปหาประธานสโมสร ในขณะนั้นอย่าง ออกุสโต้ เซซาร์ เลนโดอิโร่ หลายวัน พร้อมกับหาโอกาสที่จะเข้าไปเจรจากับ เลนโดอิโร่

สุดท้าย อดีตประธานคนดัง ยอมตกลงพบกับเขา และยอมเซ็นสัญญาคว้าตัว นูโน่ เป็นนายทวารคนใหม่ของทีม

“อารมณ์ที่เขาทุ่มเทกับงานส่งผ่านมาให้เราทุกคนได้สำเร็จ ผมไม่สามารถบอกปัดข้อเสนอเขาได้ลงหรอก” เลนโดอิโร่ เปิดใจ

Nuno Espirito Santo whilst manager of Valencia

นูโน่ ในเวลาต่อมาได้ดิบได้ดีถึงขั้นเป็นกุนซือบาเลนเซีย

ก่อนที่ เมนเดส จะช่วยให้ นูโน่ ได้ทำตามความฝันวัยเยาว์อีกครั้งด้วยการกลับไปเล่นในโปรตุเกสทีมรักอย่าง ปอร์โต้ ในปี 2002

และเมื่อเลิกเล่น เมนเดส ก็พา อดีตนายทวารเยาวชนทีมชาติโปรตุเกส ไปเป็นโค้ชที่ ริโอ อาฟ ก่อนที่จะประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการพา นูโน่ ได้คุมทีมยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุอย่าง บาเลนเซีย

ที่น่าทึ่งคือ ทุกดีลซื้อขายของ นูโน่ นั้น เมนเดส จะไม่ขอเงินสักสตางค์จากฝ่ายใดเลย และจนถึงทุกวันนี้ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักกันเสมอมา

“ผมอยู่ที่นี่เพื่อกราบขอบคุณ จอร์จ เมนเดส” นูโน่ กล่าวในวันเปิดตัวกับ “ค้างคาว” ในช่วงพรีซีซั่น “เขาคือเอเย่นต์ของผม และทำงานวิเศษได้เสมอมา”

ติดตามที่มาของการเป็นเอเย่นต์ให้กับบุคคลชื่อดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้ในหน้าถัดไป