ขันน็อตแนวรับ : สาเหตุที่มาติปช่วยเสริมแกร่งแนวรับ “หงส์แดง”

หลังจากที่คอลัมนิสต์ของเราได้เดินทางไปชมเกมที่สนามเซนต์ แมรี สเตเดี้ยมในเกมที่ ลิเวอร์พูลบุกไปแบ่งแต้มกับเซาแธมป์ตันแบบไร้สกอร์ เราก็พบว่า โจเอล มาติป กองหลังชาวแคเมอรูนคือคีย์แมนสำคัญในเกมรับของทัพหงส์แดง และนี่คือสาเหตุว่าทำไม...

“จริงๆ แล้วลูกทีมของผมมักจะพลาดแพ้ในเกมแบบนี้แหละ” เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของลิเวอร์พูลกล่าวหลังเกมบุกไปเสมอกับเซาแธมป์ตัน 0-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา “เรามักจะเสียสมาธิและพลาดในที่สุด มันคือเรื่องสำคัญมากๆ ซึ่ง ทั้ง โจเอล (มาติป) และ เดยัน (ลอฟเรน) ต่างทำได้ดีมากๆ”

หากวัดตามคุณภาพและฟอร์มโดยรวมของทีมแล้ว จริงๆ แล้วทัพหงส์แดงน่าจะเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ แต่ก็อย่างที่คล็อปป์เคยพูดเอาไว้ว่าแต่ละฤดูกาล ทีมต้องมองเป็นเกมๆ ไป เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

ย้อนกลับไปในอดีต หากใครได้ดูลิเวอร์พูลบ่อยๆ จะเห็นว่าพวกเขามักจะสะดุดขาตัวเองล้มเป็นประจำ ยิ่งถ้าวันไหนเกมรุกของพวกเขาไม่ทำงาน เกมรับก็พร้อมจะพังได้ทุกเมื่อเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นเกมกับเวสต์แฮมเมื่อฤดูกาลก่อน ลอฟเรนส่งบอลพลาดจนทำให้คู่แข่งฉกไปยิงได้สำเร็จ รวมถึง อัลเบร์โต้ โมเรโน่ ก็มักจะเสียสมาธิบ่อยๆ จนเป็นเรื่องคุ้นตาไปแล้ว

ในฤดูกาล 2013/14 ลิเวอร์พูลที่กำลังได้ลุ้นแชมป์จริงๆ จังๆ ในรอบหลายๆ ปี กลับพลาดเองง่ายๆ จนทำให้แชมป์หลุดลอยไปทันที โดยในฤดูกาลนั้น พวกเขายิงได้ถึง 101 ประตู และเสียถึง 50 ประตู มากกว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ถึง 13 ลูก และกลับมาในฤดูกาลนี้ ด้วยความลงตัวระหว่าง ฟิลิปเป้ คูตินโญ, โรเบร์โต้ เฟร์มิโน และ ซาดิโอ มาเน่ ทัพหงส์แดงจะต้องยิงได้เป็นกอบเป็นกำอีกครั้งอย่างแน่นอน ทำให้เกมรับของพวกเขาจะมีส่วนสำคัยอย่างมากสำหรับโอกาสลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

มาติปตามประกบ ชาร์ลี ออสติน อย่างแน่นหนา

ตรงส่วนนี้เองที่ทำให้ โจเอล มาติป ปราการหลังคนใหม่ในถิ่นแอนฟิล์ดจะมีบทบาทสำคัญในฤดูกาลนี้ โดยแผงแบ็คโฟร์ของทีมหงส์แดงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมากมายขนาดนั้นจากฤดูกาลที่แล้ว มีเพียงเจมส์ มิลเนอร์ ที่ถูกขยับไปเล่นเป็นแบ็คซ้ายเท่านั้น ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นแค่การใช้งานเพื่อแก้ขัดไปก่อนเท่านั้น เพราะเจ้าของตำแหน่งคนเดิมอย่างโมเรโน่ก็ทำผลงานได้ไม่เข้าตาคล็อปป์เท่าไหร่นัก

ในทางตรงกันข้าม มาติปที่ย้ายมาสวมเสื้อลิเวอร์พูลแบบฟรีๆ กลับกลายเป็นหัวใจในเกมรับของทีมทันที โดยเฉพาะในเกมล่าสุดกับเซาแธมป์ตันนี้ ที่เขาจัดการตามประกับ ชาร์ลี ออสติน หัวหอกของทีมนักบุญจนทีมเข้าบ้านไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียวเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2004

มาติปผ่านการลงเล่นให้ทีมหงส์แดงไปแล้วทั้งหมด 10 นัด ซึ่งทีมพวกเขาเสียประตูแค่ 9 ลูกเท่านั้น และส่วนในเกมแรกที่ทีมเอาชนะอาร์เซนอลไป 4-3 รวมถึงเกมต่อมาที่แพ้เบิร์นลีย์ 2-0 เจ้าตัวก็ไม่ได้ลงด้วย นั่นจึงหมายความว่า ลิเวอร์พูลยังไม่เคยแพ้เลยถ้าหากกองหลังรายนี้ลงปรนะจำการให้ทีม

ตำแหน่งดี

สถิติหลังเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาบ่งบอกว่า จริงๆ แล้วมาติปไม่ได้เข้าปะทะแม้แต่ครั้งเดียวด้วยซ้ำ

แต่สาเหตุที่กองหลังวัย 25 กะรัตรายนี้ไม่ต้องเข้าสะกัดเลยก็เพราะว่าเขาเป็นนักเตะที่อ่านเกมได้ดี แถมยังมีควาเร็ว ทำให้เจ้าตัวสามารถพาตัวเองไปอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าได้เสมอ จนทำให้สมัยที่ยังค้าแข้งอยู่ในเยอรมัน เจ้าตัวแทบจะไม่ได้ใบเหลืองเลยด้วย

สำหรับในฤดูกาลนี้ มาติปเพิ่งจะโดนใบเหลืองไปใบเดียวเท่านั้น แถมกับสโมสรก่อนหน้านี้ เจ้าตัวโดนไปแค่ 32 ใบ จากการลงสนามทั้งหมด 274 นัด ขณะที่ เดยัน ลอฟเรน กองหลังอีกรายของทีม โดยไปแล้ว 67 ใบจากการลงสนาม 304 เกม และในเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ลอฟเรนมีจังหวะปะทะทั้งหมด 3 ครั้ง ดังนั้นสไตล์ของมาติปทำให้แฟนๆ นึกถึง เลดลีย์ คิง อดีตกองหลังของสเปอร์ที่ตลอดอาชีพค้าแข้ง เจ้าตัวโดนใบเหลืองไปแค่ 9 ใบเท่านั้น

 

เห็นได้ชัดว่ามาติปเป็นนักเตะที่ยืนตำแหน่งได้ดีมากๆ โดยเจ้าตัวมีจังหวะตัดบอลสวยๆ ถึง 2 ครั้ง แถมด้วยความสูง 6 ฟุต 5 นิ้ว ทำให้มาติปเล่นลูกกลางอากาศได้ดีอีกด้วย โดยเจ้าตัวชนะการดวลลูกกลางอากาศทั้งหมด 8 ครั้ง และแพ้แค่ 2 ครั้งเท่านั้นในกรอบเขตโทษ

ปราการหลังชาวแคเมอรูรายนี้แสดงให้เห็นถึงความนิ่งสุขุมได้เป็นอย่างดี ซึ่งนอกจากมันจะทำให้เขาฟอร์มดีแล้ว มันยังทำให้ลอฟเรนเล่นได้ดีขึ้นอีกด้วย แถมมันยังช่วยให้ ลอริส คารุอุส นายทวารของทีม เล่นง่ายขึ้นเช่นกัน

 

ตัวเลือกแรก

มาติปคือนักเตะคนแรกที่คล็อปป์ตัดสินใจดึงตัวมาร่วมทีม โดยทัพหงส์แดงบรรลุสัญญาส่วนตัวกับกองหลังรายนี้ได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์แล้ว ซึ่งในขณะนั้น คล็อปป์เพิ่งได้ตัว มาร์โก กรูยิช ดาวรุ่งชาวเซอร์เบียมาคนเดียวเท่านั้น

จริงๆ แล้วดุเหมือนว่าคล้อปป์จะชื่นชอบกองหลังรายนี้มานานแล้ว เพียงแต่ปัญหาหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่ไม่เคยได้ร่วมงานกันก็คือ การที่คล็อปป์เป็นกุนซือของดอร์ทมุนด์ซึ่งเป็นคู่อริตลอดกาลของชาลเก้ ต้นสังกัดของมาติป ดังนั้นมันจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเห็นกองหลังรายนี้ย้ายมาสวมเสื้อเสือเหลือง อย่างไรก็ตามพอมีโอกาสดึงตัวเขามาร่วมทีมในสมัยคุมลิเวอร์พูล คล็อปป์ก็ไม่รอช้าและดำเนินการอย่างรวดเร็วทันที

ผมจะไม่ยอมให้พวกเขาทำประตุง่ายๆ ตราบใดที่ยังอยู่ในสนาม

“คล็อปป์บอกกับผมว่า ตอนที่เขาคุมดอร์ทมุนด์อยู่ เขาจะพูดเสมอว่าถ้าเขาย้ายไปคุมทีมอื่น เขาจะซื้อตัวมาติปมาร่วมทีมให้ได้” เอ็มเร่ ชาน กองกลางของทัพหงส์แดงเผย อย่างไรก็ตาม คล็อปป์ก็ไม่ได้ซื้อตัวกองหลังรายนี้ ทว่าเขาต้องรอจนหมดสัญญากับทัพราชันสีน้ำเงินก่อน จึงจะเซ็นสัญญามาได้แบบฟรีๆ

ประสานงานกับเพื่อนได้ดี

ความจริงแล้ว มาติปนั้นไม่ได้เล่นในตำแหน่งกองหลังตัวกลางมาก่อน เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยรับบทเป็นกองกลางตัวรับ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้โชว์ฟอร์มได้อย่างที่ใครๆ เห็นในเกมกับทัพนักบุญ

เห็นได้ชัดว่ากองหลังรายนี้เป็นนักเตะที่เล่นกับบอลได้ดี เขาสามารถพาบอลขึ้นหน้าได้อย่างใจเย็นและรอโอกาสผ่านบอลที่เหมาะสมที่สุด โดยเขามักจะส่งบอลให้กับผู้เล่นที่ว่างที่สุด และไม่ดันทุรังเล่นยาก อย่างในเกมกับเซาแธมป์ตัน เจ้าตัวก็ประสานงานกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางของทีมได้เป็นอย่างดี จนทำให้ผ่านบอลให้ถึง 14 ครั้ง และรับบอลจากกองกลางชาวอังกฤษรายนี้ 18 ครั้ง นอกจากนั้นยังผ่านบอลให้กับลอฟเรน และ นาธาเนียล ไคลน์อีกคนละ 10 ครั้งด้วย

 

รวมแล้ว มาติปผ่านบอลถึง 84 ครั้ง สำเร็จ 69 ครั้ง และแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ ฟรานซ์ เบคเค่นบาวเออร์ หรือ โรนัลด์ คูมัน ที่เป็นเหมือนจอมทัพของทีม แต่เขาก็เป็นคนเริ่มเกมรุกของทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว

อยู่ช่วยทีม

ข่าวดีสำหรับลิเวอร์พูลคือ พวกเขาน่าจะได้มาติปอยู่ช่วยทีมในระหว่างศึกแอฟริกัน เนชั่น คัพ ที่กำลังจะฟาดแข้งกันในเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่พวกเขาจะต้องเสียตัว มาเน่ ไปแน่ๆ แล้วคนหนึ่ง

สำหรับมาติปนั้น เขาเลือกรับใช้ทีมชาติแคเมอรูนแทนที่จะเป็นเยอรมันที่เป็นบ้านเกิดของเขา โดยเจ้าตัวได้โอกาสติดธงไปแล้วทั้งสิ้น 27 ครั้ง แถมยังมีพี่น้องอีกหลายๆ คนที่ติดทีมชาติเช่นเดียวกับเขาด้วย ทั้ง โจเซป จ็อบ อดีตกองหน้ามิดเดิ้ลสโบรห์ และ มาร์วิน มาติป ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ อิงโกสตั๊ดท์ ที่ทั้ง 2 คนนี้ก็ผ่านการติดทัพหมอผีมาแล้วด้วย

มาติปพังประตูบราซิลได้ในฟุตบอลโลก 2014

อย่างไรก็ตาม ทั้งโจเอลและมาร์วินดูเหมือนว่าไม่ต้องการช่วยทีมในทัวร์นาเมนต์นี้ “ผมโทรหาโจเอล 15 ครั้ง แถมยังส่งข้อความไปหาเขาด้วย แต่เขาไม่เคยตอบกลับผมเลย” ฮูโก้ บรูส กุนซือทีมชาติแคเมอรูนเผย ซึ่งถ้าหากเขาต้องการตัวกองหลังรายนี้จริงๆ บางทีเขาอาจจะต้องแต่งชุดแบทแมนแล้วโรยตัวลงบนหลังคาของแอนฟิลด์พร้อมป้ายขนาดใหญ่ว่า “ผมรักคุณโจเอล ได้โปรดกลับมาเถอะ” แบบนี้ บางทีมาติปอาจจะให้ความสนใจบ้างก็ได้(ฮา)

ความเสียหายของทัพหมอผีครั้งนี้คือควา,โชคดีของลิเวอร์พูลเลย เพราะถ้าหากไม่มีกองหลังรายนี้ บางทีทัพหงส์แดงอาจจะต้องประสบกับปัญหาหลังรั่วอีกครั้ง โดยเฉพาะถ้าหากต้องการแย่งแชมป์กับเชลซีและแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดังนั้นการอยู่ของมาติปน่าจะทำให้ทีมได้ลุ้นมากขึ้นอย่างแน่นอน

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android

New features every day on FourFourTwo.com • More analysis