พรีวิว : เมืองทอง ยูไนเต็ด – ชลบุรี เอฟซี

โตโยต้า ไทยลีก | สนาม เอสซีจี สเตเดียม | วันที่ 1 พฤษภาคม 2016 | เวลา 19.00 น.

ก่อนเกม

ศึกไทยแลนด์กลาซิโกยกแรกของฤดูกาล 2016 เมืองทอง ยูไนเต็ด จะสานต่อความร้อนแรงในเดือนนี้ หรือ จะเป็นชลบุรี เอฟซี ที่คืนฟอร์มแล้วกลับเข้าสู่เส้นทางของตัวเองอีกครั้ง

ให้หลังการบุกไปคว้าชัยเหนือคู่ปรับอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี ขุนพลกิเลนผยองต้องกลับมาทำศึกบิ๊กแมตช์ต่อเนื่องกับฉลามชลในบ้านของตัวเองแต่ด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยมน่าจะทดแทนการอ่อนล้าได้

ธชตวัน ศรีปาน ค่อยๆปรับ 11 ตัวจริงจากต้นฤดูกาลจนทำให้เมืองทอง ยูไนเต็ดกลายเป็นทีมที่ลงตัวที่สุดทั้งเกมรุก และ รับในเวลานี้ เมื่อตลอดเดือนเมษายนพวกเขายิงประตูคู่แข่งไปถึง 11 ประตูและยังไม่เสียแม้แต่ลูกเดียวในไทยลีก

แนวรับการได้ มาริโอ อบรานเต ที่มีประสบการณ์ในระดับลาลีกามาร่วม 10 ปี แม้จะอยู่ในวัย 34 แล้วแต่ยังมีทั้งความแข็งแกร่งและความเร็วมาผนึกกับ นาโออากิ อาโอยามะ ทำให้แนวรับของทีมแข็งแกร่งมากขึ้นทั้งยังช่วยให้ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ขึ้นไปเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่ถนัดได้อีกด้วย

ส่วนเกมรุก 3 ประสาน “CAT” เคลตัน ,อดิศักดิ์ และ ธีรศิลป์ เริ่มเล่นเข้ากันได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการช่วยกันทำ 3 ประตูจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น่าจะเพิ่มความมั่นใจก่อนเกมนี้ได้มาก

ด้าน ชลบุรี เอฟซี กลับมีฟอร์มที่ค่อนข้างจะสวนทางกับ เมืองทอง พวกเขามีช่วงที่ดีใน 5-6 เกมก่อนหน้านี้แต่มาเริ่มสะดุดนับตั้งแต่บุกไปแพ้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 3-2 และหลังจากนั้นก็ทำได้แค่เสมอกับ นครราชสีมา 0-0 และ เสมอกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด 1-1

ปัญหาใหญ่ของ ฉลามชล ก็คืออาการบาดเจ็บของผู้เล่นตัวหลักที่สลับกันเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นไล่ตั้งแต่ สุทธินันท์ พุกหอม ที่เข้าผ่าตัดหัวเข่าตั้งแต่ต้นเดือน ก่อนมาถึง คิม จอง พิว เซนเตอร์ฮาล์ฟชาวเกาหลีใต้ที่กำลังทำผลงานได้ดีแต่ก็ต้องมาเจ็บก่อนเกมกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และล่าสุดก็เป็น ปกเกล้า อนันต์ ที่เจ็บจากเกมเสมอ สวาทแคท

เทิดศักดิ์ ใจมั่น ต้องทดลองปรับระบบมาเล่น 4-4-2 ในเกมพบกับอาร์มี่เมื่อกลางสัปดาห์แต่ก็ดูเหมือนจะไม่เวิร์คเท่าไร จนถูกนำไปก่อนในช่วงท้ายครึ่งแรก ยังดีที่ไหวตัวทันและปรับแก้เกมส่ง ประกิต ดีพร้อม กับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ลงมาก่อนจะตีเสมอได้สำเร็จ

อย่างไรก็ตามการพบกันของคู่นี้ได้ชื่อว่าเป็น "ไทยแลนด์กลาซิโก" ไม่ว่าจะฟอร์มแตกต่างกันขนาดไหนแต่ใน 90 นาทีทั้งคู่ไม่มีใครยอมใครแน่นอนอีกทั้งสถิติ 18 นัดที่ผ่านมายังบ่งบอกว่าแทบจะกินกันไม่ลง เมื่อชนะ เสมอ แพ้ ทีมละ 6 นัดเท่ากันเป๊ะ

ข่าวข้างสนาม

เจ้าถิ่นสภาพทีมถือว่าสมบูรณ์ไร้ปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหรือติดโทษแบน ขาดก็เพียง อาทิตย์ ดาวสว่าง แนวรับดาวรุ่งทีมชาติไทยที่สภาพจิตใจน่าจะยังไม่พร้อมลงสนามแต่แผงแบ็กโฟร์ถือว่าลงตัวอยู่แล้วทั้งแบ็กซ้าย-ขวา พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา ,ทริสตอง โด และ คู่เซนเตอร์ นาโออากิ อาโอยามะ กับ มาริโอ อบรานเต

กองกลาง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ จะประจำการในตำแหน่งถนัดโดยมี สารัช อยู่เย็น คอยเชื่อมเกมขณะที่เพลเมกเกอร์คือ ชนาธิป สรงกระสินธิ์ ที่จะคอยช่วย 3 ประสาน CAT ในแดนหน้า

ส่วนทีมเยือนมีรายงานว่า คิม จอง พิล จะหายเจ็บทันลงสนามซึ่งเป็นเป็นข่าวดีไม่น้อยเมื่อจะได้จับคู่กับ แอนเดอร์สัน ดอส ซานโต้ส ทำให้ ชลทิตย์ จันทคาม อาจได้ไปประจำแบ็กขวาเพื่อดวลกับริมเส้นของเมืองทอง ส่วน แบ็กซ้ายมี กรกช วิริยอุดมศิริ ยึดอยู่แล้ว

กองกลางเป็นตำแหน่งที่ เทิดศักดิ์ ต้องปวดหัวไม่น้อยว่าจะหาใครมายืนคู่กับ คิม ชอล โฮ เมื่อ ปกเกล้า อนันต์ ไม่สามารถลงสนามได้ขณะที่ ณรงค์ จันทรเสวก ยังไม่ตอบโจทย์ ซึ่งตัวเลือกที่อยู่ในข่ายคือ ประกิต ดีพร้อม กับ วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ ที่เป็นตัวรุกอิสระทั้งคู่ แต่คาดว่าคนใดคนหนึ่งอาจจะต้องลงต่ำมาเชื่อมเกม

เกมรุก โรดริโก แวร์จิลิโอ จะยืนปักหลักเป็นหน้าเป้าขนาบข้างด้วย นูรูล ศรียานเก็ม ที่มักจะทำประตูเมืองทอง ยูไนเต็ด ได้อยู่บ่อยๆและ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ซึ่งเป็นเพียงสำรองในเกมเจออาร์มี่

คีย์แมน : เคลตัน ซิลวา VS ประกิต ดีพร้อม

จากกองหน้าโนเนมในไทยลีก สู่แข้งต่างชาติคนแรกที่กำลังจะซัด 100 ประตูบนลีกสูงสุด เขาผ่านประสบการณ์ค้าแข้งในเมืองไทยมาพอสมควร จึงเข้าใจวิถีและสไตล์การเล่นของบอลไทยได้เป็นอย่างดี แม้จะไม่ได้มีโปร์ไฟล์สูงส่ง แต่เขาก็สามารถรักษาระดับฝีเท้าและพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้อย่างมาก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

การประสานงานร่วมกับ อดิศักดิ์ ไกรษร และ ธีรศิลป์ แดงดา ยิ่งช่วยให้เกมรุกของเมืองทองดุดันมากขึ้น และรวมถึงยังเอื้อประโยชน์ต่อ เคลตัน เพราะเขาจะมีพาร์ทเนอร์ถึง 2 คนจากเดิมที่เขาเล่นหน้าเป้าและ ธีรศิลป์ ถอยเป็นหน้าต่ำ ดูได้จากจำนวนประตูที่เขาซัดได้ในฤดูกาลนี้ถึง 6 ลูกจาก 8 เกม

ขณะที่แมตช์ในบ้านเมื่อฤดูกาลก่อน เขามีส่วนช่วยยิงประตูให้ เมืองทอง เอาชนะ ชลบุรี 4-2 รวมถึงสมัยค้าแข้งให้เทโร ก็เคยยิงชลบุรีมาแล้วเช่นกัน

ประกิต ดีพร้อม ขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาชีพกับทีมชาติเมื่อปี 2014 แต่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในปีต่อมา การย้ายจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มายัง ชลบุรี เอฟซี นอกจากจะช่วยลดความกดดันและเพิ่มโอกาสในการลงสนาม เขายังก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นตัวหลักในแดนกลางของทัพฉลามชลที่คอยสร้างสรรค์เกมรุกให้ทีมอีกด้วย

ความมั่นใจที่ได้เล่นบ่อยขึ้น ย่อมส่งผลให้เขาทำผลงานให้ดีกว่าเดิม ทั้งการจ่ายบอล วางบอล หรือยิงประตู (4ประตูจาก6เกมที่ลงสนาม) หากจะบอกว่าได้ว่า ประกิตคนเดิม กลับมาแล้วก็คงไม่ผิด...

ยิ่งยามที่ทีมขาดปกเกล้า อนันต์ เขาจึงเป็นมิดฟิลด์ตัวหลักในพาเพื่อนร่วมทีม บุกมาการทะลวงตะข่ายเมืองทอง ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ใส้รู้พุงผู้เล่นทีมชาติของกิเลนผยองเป็นอย่างดี และหวังจะสร้างเซอร์ไพรส์ในศึกไทยแลนด์คลาสสิคหนนี้

สองกุนซือ

ไทยแลนด์กลาซิโกครั้งแรกของสองกุนซือที่ถือเป็นอดีตมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดของทีมชาติไทยทั้งคู่

เรื่องประสบการณ์คุมทีม ธชตวัน ศรีปาน ถือว่ามีภาษีดีกว่า เทิดศักดิ์ ใจมั่น อยู่ไม่น้อยแม้จะมีอายุมากกว่าเพียง 2 ปี แต่ด้วยการที่เริ่มต้นงานโค้ชเร็วทำให้เขามีช่วงโมงบินมาถึง 7 ปีแล้ว ขณะที่กองกลางรุ่นน้องนั้นยังไม่แขวนสตั๊ดอย่างเป็นทางการด้วยซ้ำแต่ต้องขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมในปีนี้

ธชตวัน เป็นกุนซือที่ค่อนข้างแตกต่างจาก ดราแกน ทาลายิช เฮดโค้ชคนก่อนของเมืองทอง ด้วยความที่มีบุคลิกสุขุม ทำให้เรื่องการกระตุ้นลูกทีมข้างสนามอาจไม่ค่อยได้เห็นบ่อยๆ แต่สิ่งที่เขามีก็คือมันสมองในการวางแท็คติคและแก้เกม

ขณะที่ เทิดศักดิ์ ใจมั่น ต้องพบกับแรงกดดันไม่น้อยในการมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ เมื่อต้องแบกรับความคาดหวังของแฟนๆที่หวังจะเห็นทีมกลับขึ้นมาลุ้นแชมป์กับเมืองทอง และ บุรีรัมย์ ได้อย่างเต็มตัวแต่ แต่ผลงานในช่วงแรกก็ไม่ดีมากนัก อย่างไรก็ตามหากนัดนี้ได้ผลการแข่งขันที่ดีกลับออกไปก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนเลยก็เป็นได้

สถิติ

  • เมืองทอง และ ชลบุรี เจอกันมารวมทุกรายการ 18 นัด ชนะ เสมอ แพ้ เท่ากันทีมละ 6 นัด แต่เมืองทองฯ ยิงได้ 29 ประตู ส่วน ชลบุรี เอฟซี 23 ประตู -
  • นับเฉพาะในโตโยต้า ไทยลีก เจอกันมา 14 นัด เมืองทอง ยูไนเต็ด ทำได้ดีกว่า ชนะ 6 เสมอ 6 ส่วนชลบุรีชนะ 3 นัด โดย เมืองทอง ยิงได้ถึง 25 ประตู ชลบุรี เอฟซี 16 ประตู
  • นับเฉพาะเจอกันที่ เอสซีจี สเตเดี้ยม รวมทุกรายการ 8 นัด เมืองทอง ยูไนเต็ด ผลงานดีกว่า ชนะ 4 เสมอ 3 และแพ้ให้ ชลบุรี เอฟซี แค่ 1 นัด ซึ่ง เมืองทอง ยิงได้ 14 ประตู ชลบุรี เอฟซี ยิงได้ 7 ประตู
  • ชัยชนะครั้งเดียวในโตโยต้า ไทยลีก ที่ ชลบุรี เอฟซี เคยบุกมาล้ม เมืองทอง ยูไนเต็ด ถึง เอสซีจี สเตเดียม คือในเลกสองของฤดูกาล 2011 ซึ่งฉลามชลเฉือนชนะไปได้ 1-2
  • มาริโอ ยูรอฟสกี้ กองกลางคนปัจจุบันของแบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นผู้เล่นที่ทำประตูในศึกไทยแลนด์กลาซิโกมากที่สุด 9 ลูก และยังเป็นคนเดียวที่ทำแฮตทริคได้เมื่อฤดูกาลที่แล้วสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่เมืองทอง
  • โคเน่ โมฮาเหม็ด เป็นผู้เล่นเพียงรายเดียวที่ทำประตูในศึกไทยแลนด์กลาซิโกได้ทั้งในฐานะผู้เล่นเมืองทอง และ ชลบุรี