ฟุตบอลไทย

พวกเขาอยู่ไหนกัน? : ตามหาแข้ง “ปราสาทสายฟ้า” ชุดแชมป์ไทยลีกสมัยแรกในประวัติศาสตร์

โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย จะพาไปดูนักเตะชุดประวัติศาสตร์ของสโมสรบุรีรัมย์ เมื่อครั้งได้แชมป์ไทยลีกครั้งแรกในปี 2011 ที่ยังมีคำต่อท้ายว่า “พีอีเอ” ส่วนจะมีใครบ้าง ติดตามได้เลย

We are part of The Trust Project What is it?

5 แข้งตำนานยังอยู่กับทีม

แม้ว่าจะผ่านล่วงเลยมาเป็นเวลา 7 ปี แต่ก็ยังมีนักเตะ “ปราสาทสายฟ้า” ชุดแชมป์ครั้งลีกครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสรที่หลงเหลือมาอยู่กับทีมชุดปัจจุบันถึง 5 คน ประกอบไปด้วย สุเชาว์ นุชนุ่ม, จักรพันธ์ แก้วพรม, ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, ชิติพัทธ์ แทนกลาง และ ยศพล เทียงดาห์

ธีราทร บุญมาทัน

มากันที่นักเตะที่ถูกยกย่องว่าเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในเมืองไทย เวลาปัจจุบัน อย่าง “เจ้าอุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ซึ่งนี่คือหนึ่งในนักเตะตำนานของทีม ที่กวาดแชมป์รวมกับสโมสรแห่งนี้มากถึง 20 ครั้ง

ว่ากันว่านี่คือลูกรักคนหนึ่งของ “บิ๊กเน” เนวิน ชิดชอบ เมื่อครั้งที่ยังสวมใสเสื้อ “ปราสาทสายฟ้า” ที่ยึดแบ็คซ้ายตัวจริงของทีมมาตั้งแต่ปีแรกที่ทีมเทคโอเวอร์มาจากการไฟฟ้าฯ เวลานั้น “เจ้าอุ้ม” อายุเพียงแค่ 20 ปีเท่านั้น เป็นกำลังหลักสำคัญยาวนานถึง 6 ปี ก่อนที่จะแยกทางกันในเลกสองปี 2016

การย้ายทีมของเขาก็เล่นเอาวงการสั้นสะเทือนไม่น้อย เมื่อต้นสังกัดใหม่ของเขาก็คือ “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมคู่รักคู่แค้น แน่นอนแฟนบอลทุกคนก็คิดไปในทิศทางเดียวกันว่า การแยกทางครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน

ปัจจุบัน ธีราทร บุญมาทัน ไปวาดลวดลายในฟุตบอลเจลีก ในทีมที่มี 2 นักเตะดีกรีแชมป์โลกอย่าง อันเดรส อิเนียสต้า และ ลูคัส โพดอลสกี้ ที่สโมสรวิลเซล โกเบ โดยที่ยังมีสัญญากับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด
 

ณภัทร ทับเกตุแก้ว

นักเตะสารพัดประโยชน์ของบุรีรัมย์ ชุดแชมป์ไทยลีกครั้งประวัติศาสตร์ ที่แฟนบอลปราสาทสายฟ้าไม่เคยลืมก็คือ ณภัทร ทับเกตุแก้ว ที่เป็นอีกหนึ่งกุญแจความสำเร็จของทีมในปีดังกล่าว

แม้จะอยู่กับทีมในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เขาก็คือหนึ่งในนักเตะที่อยู่ในฤดูกาล 2011 ที่คว้า 3 แชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ หลังจากย้ายออกจากบุรีรัมย์​ก็ไปอยู่กับ ชัยนาท ฮอร์นบิล และปลายชีวิตการค้าแข้งก็เล่นให้กับ ไทยฮอนด้า ก่อนจะแขวนสตั๊ด

ชีวิตหลังจากแขวนสตั๊ด ณภัทร ทับเกตุแก้ว ก็เอาดีทางด้านทำธุรกิจส่วนตัว

 

อีฟส์ เอควาล่า

หนึ่งในสุดยอดปราการหลัง “ปราสาทสายฟ้า”​ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ปัจจุบัน ผันตัวไปเป็นกองหน้าในปัจจุบัน

อีฟส์ เอควาล่า ถือเป็นกำลังหลักสำคัญในเกมรับให้กับ บุรีรัมย์ ในเวลานั้น ที่พาทีมคว้า 3 แชมป์ในปี 2011 โดยมีความแข็งแกร่งเล่นได้ดีทั้งลูกพื้นและกลางอากาศ ที่สำคัญเขาคือกองหลังที่ขึ้นมาเติมเกมรุกได้ด้วย โดยยิงให้กับทีมในไทยลีกฤดูกาลดังกล่าวไป 7 ประตู

หลังจากอยู่กับ บุรีรัมย์ ได้ 2 ฤดูกาล เขาก็ย้ายไปค้าแข้งในลีกจีน ในการรับบทบาทเป็นกองหน้า ที่ยิงประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ ล่าสุดก็เล่นให้กับ ต้าเหลียน ทรานส์เคนเดนเซ่
 

รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค

นีคือนักเตะที่ถูกยกให้เป็น “มีสเตอร์ไทยลีก” หลังจากผ่านการค้าแข้งบนเวทีลีกสูงสุดเมืองไทยนานถึง 20 ปี พร้อมกับคว้าแชมป์ไป 5 ครั้งจาก 4 สโมสร (บีอีซี เทโร, ธ.กรุงไทย, การไฟฟ้า และ บุรีรัมย์ พีอีเอ)

แชมป์ไทยลีก 2011 ของ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่เวลานั้นมีชื่อต่อท้ายเป็น พีอีเอ คือแชมป์ลีกสูงสุดครั้งสุดท้ายในการเป็นนักเตะอาชีพของ รังสรรค์​ วิวัฒน์ชัยโชค ที่ปีดังกล่าวเขายิงให้กับบุรีรัมย์ไป 1 ลูกในเกมชนะ ราชนาวี 3-2 ที่สำคัญเขาคือหนึ่งในนักเตะกำลังหลักของทีมชุดนั้น

หลังจากจบฤดูกาลดังกล่าว รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ในวัย 32 ปี ก็ย้ายไปค้าแข้งกับ บีอีซี เทโร ก่อนจะไปปิดฉากการเป็นนักเตะอาชีพที่ สุพรรณบุรี เอฟซี ซึ่งก่อนที่จะแขวนสตั๊ด นักเตะรูปหล่อรายนี้ก็ชิมลางงานโค้ชไปบ้างแล้ว นั้นก็ทำให้หลังเลิกเล่นเขาก็เริ่มงานโค้ชทันที ด้วยการเป็นผู้ช่วยโค้ชโปลิศ เทโร ที่ล่าสุดก็เข้ามาทำหน้าที่เฮดโค้ชอีกครั้งหนึ่ง

อภิเชษฐ์ พุฒตาล

และการเป็นโค้ชของ “โค้ชอ้น” รังสรรค์ ก็ได้ผู้ช่วยฝีมือดีอย่าง “โค้ชเปิ้ล” อภิเชษฐ์ พุฒตาล เข้าไปช่วย ซึ่งทั้งสองเคยร่วมงานกันในถิ่นปราสาทสายฟ้า ชุดแชมป์ลีกครั้งประวัติศาสตร์ด้วย

อภิเชษฐ์ พุฒตาล แนวรับที่ผ่านการค้าแข้งมาอย่างโชกโชน ย้ายมาอยู่กับบุรีรัมย์ จากการเทคโอเวอร์สโมสรการไฟฟ้าต้นสังกัดเก่าของเขา ซึ่ง “กัปตันเปิ้ล” เป็นนักเตะปราสาทสายฟ้าชุดแรกๆ ก่อนที่จะย้ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาล 2012 ที่ไปอยู่กับ บีอีซี เทโรศาสน ในช่วงปลายค้าแข้ง

ล่าสุดก็รับบทบาทผู้ช่วยโค้ช โปลิศ เทโร ผนึกกำลังกับ “โค้ชอ้น” รังสรรค์​ในการพาทีมหนีตกชั้นช่วงปลายฤดูกาล
 

ธัชกร เขียวสมบัติ

“กีรติอุส” กีรติ เขียวสมบัติ หรือชื่อในปัจุบัน ธัชกร เขียวสมบัติ อดีตดาวยิงทีมชาติไทย คือดาวยิงสัญญาติไทยหมายเลขหนึ่งของทีม

ในช่วงแรกของ “ปราสาทสายฟ้า” ได้ดึงนักเตะแกนหลักของ ทีโอที มาเกือบทั้งหมด ซึ่ง “ป๊อป” กีรติ เป็นหนึ่งในนั้น ฤดูกาลดังกล่าวแม้ว่าแนวรุกบุรีรัมย์​จะใช้ต่างชาติเป็นตัวหลัก แต่ “กีรติอุส” ก็เป็นตัวเลือกแรกสำหรับนักเตะไทยในเกมรุก ที่เวลาดังกล่าวเขาคือกองหน้าทีมชาติไทยชุดใหญ่

หลังจากไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนาม ทำให้ผลงานในสนามเริ่มไม่ดี ก่อนจะถูกปล่อยตัวให้กับ วัวชน ยูไนเต็ด ยืมตัว กระทั่งถูกขายใหักับ พีทีที ระยอง ที่ระยะหลังๆ ชื่อของเขาก็เงียบไปตามผลงาน ที่จะมีข่าวทีก็คือการย้ายทีม ไม่ว่าจะไปอยู่กับ ชลบุรี เอฟซี, ขอนแก่น ยูไนเต็ด และล่าสุดก็อยู่กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

Pages