Analysis

ร้อนแบบนี้ดับแบบไหน? : 4 วิธีที่จะเอาชนะ 'ลิเวอร์พูล' ชุดฤดูกาล 2018-19

ไม่มีระบบการเล่นไหนจะสามารถเก็บ 3 แต้มได้เสมอ  และเราจะมาว่ากันถึงวิธีการที่จะหยุดความร้อนแรงของลิเวอร์พูลในเวลานี้...

We are part of The Trust Project What is it?

อย่างที่ทราบกันดี การออกสตาร์ทด้วยการชนะรวด 5 นัดติดในลีครวมถึงการเปิดบ้านเผาเครื่อง PSG ของโทมัส ทูเคิล ในเกมส์ UCL ภายใต้การนำทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงตอนนี้คงไม่ใช่เรื่องฟลุ๊คหรือได้มาเพราะโชคช่วยแน่นอน ทั้งหมดทั้งมวลต้องยกความดีความชอบให้กับคล็อปป์ที่กลับมาปลุกปั้นลิเวอร์พูลให้เป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัวทั้งในประเทศและถ้วยยุโรป

แต่ฉันใดก็ฉันนั้นไม่มีระบบการเล่นไหนจะสามารถเก็บ 3 แต้มได้เสมอ  และเราจะมาว่ากันถึงวิธีการที่จะหยุดความร้อนแรงของลิเวอร์พูลในเวลานี้...

1)หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง...โจมตีพื้นที่หลังแบ็คทั้ง 2 ฝั่ง

ถ้าจะพูดว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมเล่นเกมส์รับได้น่ากลัวก็คงจะฟังดูแปลกๆแต่นี่คือเรื่องจริง การไล่เพรสซิ่งของพวกเขาเพื่อเอาบอลมาครองแล้วเปลี่ยนจังหวะเป็นรุกทันที หรือพูดง่ายๆว่าสวนกลับเร็ว ทุกๆเกมส์พวกเขาจะได้ประตูจากจังหวะพวกนี้เสมอซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของ คล็อปป์เลยก็ว่าได้

แต่เมื่อลูกทีมของคล็อปป์เป็นฝ่ายครองบอลความอันตรายก็ดูเหมือนจะหายไปพอสมควร ไม่ใช่ว่าตัวรุกของพวกเขาเคลื่อนที่ไม่ดีแต่อาจจะเป็นเพราะลูกทีมของคล็อปป์เก่งในจังหวะการเล่นฉาบฉวยก็เป็นได้

หนามยอกต้องเอาหนามบ่งการแก้ทางข้อแรกก็คือคุณต้องยอมให้ลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายครองบอล เล่นแบบหนามยอกต้องเอาหนามบ่ง จุดแข็งของพวกเขาคือการตัดแล้วโต้กลับเร็ว ตัดปัญหานั้นออกไปสัก 70 % เลือกให้เขาเป็นฝ่ายเซ็ตบอลเข้าใส่พวกคุณซะ จากนี้คุณก็รอเล่นจังหวะสวนกลับเร็วแทนพวกเขา โดยเล่นให้น้อยจังหวะที่สุดและโจมตีพื้นที่หลังแบ็คสองฝั่ง

ลิเวอร์พูลมักจะเปิดพื้นที่ของแบ็คทั้งสองฝั่งเสมอเพื่อเพิ่มทางเลือกในเกมส์รุกของพวกเขา สังเกตได้ในหลายๆเกมส์ที่ผ่านมาทั้งแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เทรนต์ อาร์โนลด์ มักจะอยู่ในกลุ่มผู้เล่น 6-7 คนของทางลิเวอร์พูลที่อยู่ในพื้นที่สุดท้ายของคู่แข่งเสมอ

ฉะนั้นพื้นที่หลังแบ็คทั้ง 2 ฝั่งบวกกับระยะทางราว 40-50 หลา ก่อนที่จะถึงเขตป้องกันของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ก็คงไม่เลวกับการที่จะลงโทษลูกทีมของเยอร์เก้น คล็อปป์ ว่าคุณมั่นใจเกมส์รับของคุณมากไป

2)ถ้าคุณมีโอกาสน้อยกว่าก็ต้องมีประสิทธิภาพมากกว่า

เรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน ลิเวอร์พูลสร้างโอกาสยิงได้มากมายจากการเคลื่อนที่ของตัวผู้เล่นในแนวรุกแต่กว่าจะเปลี่ยนเป็นประตูได้มันก็ใช้โอกาสหลายครั้งอยู่สำหรับปีนี้ ต่างจากฤดูกาลที่แล้วเพราะโม ซาลาห์ จัดได้ว่าตรงเป็นตุงขนานแท้

อย่างเกมส์กับเลสเตอร์หรือล่าสุดในลีคกับสเปอร์พวกเขามีโอกาสฝังลูกทีมของโปเช็ตติโน่ครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งโอกาสของมาเน่ ซาลาห์แม้กระทั่งนาบี เกอิต้า จนแล้วจนรอดก็ยังฝังสเปอร์ไม่ได้ นั่นบ่งบอกว่าเขามีปัญหาเรื่องเกมส์รุกพอสมควรเลยเพียงแค่ว่ายังดีพอที่จะเอาชนะไปได้ในนัดที่ผ่านมาๆ ซึ่งทางเยอร์เก้น คล็อปป์ ก็คงรู้ดีและพยายามแก้จุดนี้ของเขาอยู่

แน่นอนว่าถ้าคุณอยากชนะ บางทีโอกาสแค่ครั้งสองครั้งก็อาจเพียงพอกับการเก็บ 3 แต้มเหนือลิเวอร์พูลแล้ว ถ้าคุณมีประสิทธิภาพมากกว่า จากจังหวะจบเพียง 2-3 ครั้งต่อหนึ่งเกมถึงแมัจะน้อยมาก แต่ถ้าเป็นการเจอกับ ลิเวอร์พูล คุณควรใช้ทุกจังหวะให้ละเอียดที่สุด เพราะโอกาสได้ล่อเป้าไม่ได้มาหาคุณบ่อยๆแน่นอน 

3)อย่าเคลื่อนที่น้อยกว่ามิดฟิลด์ 3 คนของลิเวอร์พูลเป็นอันขาด

ถ้าไม่ได้วิ่งมากกว่าก็ขออย่าได้วิ่งรวมกันน้อยกว่ากลาง 3 คนของเยอร์เก้น คล็อปป์ เลยครับเพราะมันแทบชี้ชะตาของเกมส์ได้เลย

ลิเวอร์พูลยุค 4.0 บอกได้เลยว่ากลางโหดมาก การเคลื่อนที่ของนักเตะทุกคนดูจะเป็นธรรมชาติและรู้ว่าใครจะวิ่งไปทางไหน และความโหดในที่นี้คือสร้างประโยชน์โดยรวมให้เพื่อนล้วนๆ

มิลเนอร์ ไวจ์นัลดุม เฮนเดอร์สัน และ เกอิต้า พวกนี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเขาเอาบอลกลับมาครอบครองได้เร็ว รวมถึงทำประตูสำคัญให้กับทีมได้อยู่บ่อยครั้ง

ในตำแหน่งมิดฟิล์ของลิเวอร์พูลดูเหมือนว่าทุกคนจะมีเคมีสาย box to box อยู่ในตัวทุกคน คือเมื่อเพื่อนตัดบอลได้ก็พร้อมจะเคลื่อนไปข้างหน้า สร้างมุมรับส่งบอลเป็นทางเลือกให้เพื่อนได้เสมอ นี่คือจุดแข็งอีกจุดหนึ่งเลย

ที่สำคัญไม่แพ้กันลองสังเกตดีๆเวลาโต้กลับเร็วคนที่มีโอกาสได้ยิงน้องๆ มาเน่กับซาลาห์ ก็จะเป็นพวกเกอิต้าหรือไวนาดุมอยู่เรื่อยๆ เพราะพวกนี้พุ่งเข้ามาในกรอบเสมอ

ถ้าแผงกลางของคุณตามเขาไม่ตลอดก็มีโอกาสโดนลงโทษได้ทันทีเพราะเซ็นเตอร์ก็มีหน้าที่รับผิดชอบกองหน้าอยู่แล้ว ฉะนั้นขึ้นให้สุดก็ต้องลงให้มิด โดนเขาไล่บี้ก็ต้องบี้คืนให้สุดครับ ปล่อยเขาเล่นง่ายเมื่อไหร่มีโอกาสเหนื่อยคูณสองแน่นอน

4)เจาะไปที่ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค

อาจจะฟังดูเหมือเป็นการตอบเเบบกำปั้นทุบดิน แต่ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าหัวใจเกมส์รับอยู่ที่ฟาน ไดจ์ค ก็เล่นงานตรงบอสใหญ่ไปเลยสิ!

ลองนึกภาพตามว่าคุณเป็นเวอร์จิล ต้องคอยสั่งเพื่อนคุมพื้นที่ตรงนั้นตรงนี้ ตัวเองก็ต้องรับผิดชอบพื้นที่ของตัวเอง โดนโจมตีบ่อยๆบางทีการสั่งการเพื่อนก็อาจมีหลุดไปบ้างเช่นกัน เพราะเกมส์พรีเมียร์ลีก หากคุณพลาดแค่เสี้ยววินาทีคู่แข่งก็พร้อมลงโทษคุณในทันที

อีกอย่างหนึ่งถ้าคุณดึงฟาน ไดจ์ค ออกมาจากพื้นที่ของเขาได้เท่ากับว่าคุณสามารถดึงผู้เล่นที่บัญชาเกมส์รับและคอยซ้อยคอยช่วยพื้นที่ของเพื่อนได้ดีที่สุดของทางลิเวอร์พูลออกมาก็จะทำให้ป้อมปราการที่แข็งแกร่งนั้นมีช่องโหว่ให้คุณได้เจาะทะลวงเข้าไป