ตัวต่อตัวกับ โซลชาร์ : สาวก FM/พ่อเป็นนักมวยปล้ำ/เดอะ ค็อป ตัวยง (เหรอ?)

เขาไม่ค่อยเต็มใจรับบทบาทซูเปอร์ซับ? เขารำคาญ รอย คีน อยู่บ่อยๆ? เขาคมกว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย? และเขายังเล่น Football Manager อยู่หรือเปล่า? ตอนนี้ FourFourTwo นั่งอยู่ตรงหน้าฮีโร่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้ว

"มีภาษิตหนึ่งของนอร์เวย์ที่ว่า สภาพอากาศมันไม่ได้แย่สักเท่าไหร่หรอก ก็แค่เสื้อผ้ามันไม่ค่อยโอเคเท่านั้นเอง" โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ หยอกล้อ FFT ที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ข้างสนามเอเคอร์ สตาดิโอน สนามเหย้าของโมลด์ ทีมดังแห่งลีกนอร์เวย์ ที่ได้เงินค่าตัวจำนวน 1.5 ล้านปอนด์ตอนโซลชาร์ย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาช่วยสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ตรงหน้าเรา

มีน้ำแข็งและหิมะปกคลุมบนสนามที่อยู่ในเมืองเล็กๆที่มีประชากร 25,000 คนบนชายฝั่งรอมส์ดาลฟยอร์ดแห่งนี้ ที่ๆมีแสงแดดสดใสเพียงช่วงะยะเวลาสั้นๆก่อนจะมีพายุหิมะ จนทำให้เกิดทิวทัศน์อันน่าทึ่งที่ปกคลุมยอดเขาทั้ง 222 แห่งที่อย่รายรอบ

โซลชาร์ โตมาในย่านชายขอบของถนนแอตแลนติก ที่ขึ้นชื่อเรื่องความอันตรายแห่งหนึ่งของนอร์เวย์ในเมืองคริสเตียนซุนด์ แต่ดันกลายเป็นเมืองโมลด์ที่ทำให้สุดยอดซูเปอร์ซับรายนี้ สร้างชื่อเสียงจนโด่งดังทั้งในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีม แล้วถ้าช่วงเวลาแสนเลวร้ายของเขาเป็นตอนที่เดินออกมาจากการคุมทีมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ การเลือกกลับมาทำทีมโมลด์เป็นคำรบ 2 ก็น่าจะเป็นการพยายามยืนหยัดขึ้นมาอีกครั้งของเขา

"ผมอ่าน FourFourTwo อยู่บ่อยๆ" โซลชาร์ บอกเพิ่มเติมว่า เขาซื้อนิตยสารของเรามาตั้งแต่ยังไม่ย้ายมาเล่นในอังกฤษซะอีก ซึ่งก็นับรวมแล้วเป็นเวลากว่า 20 ปีทีเดียว

ฉายาที่แฟนๆ ใช้เรียกคุณคือ 'เพชรฆาตหน้าทารก' ใช่มั้ย? หน้าตาที่อ่อนกว่าวัยของคุณมันทำให้ได้เปรียบหรือเสียเปรียบยังไงบ้าง?

เจมส์, ลอนดอน

"ฉายามันไม่สร้างปัญหาอะไรเลย มันดีซะอีกที่มีคนมอบฉายาให้เรา ตอนผมมาพรีเมียร์ลีก ผมรู้ว่าตัวเองยังดูเด็กมาก แต่อาจมีบางครั้งที่ผมกลายเป็นปีศาจ ถ้าผมเข้าไปอัดข้อเท้าของผู้เล่นคนอื่นๆ ส่วนอะไรที่ทำให้ผมได้เปรียบงั้นเหรอ? มันก็มีบ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดหรอก ผมจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งไปเที่ยวเกาะมายอร์ก้ากับครอบครัว ซึ่งที่นั่นคุณจะต้องอายุ 15 ไม่ก็ต้องสูงกว่า 140 ขึ้นไปถึงจะขึ้นไปเล่นสไลเดอร์ได้ แล้วตอนนั้นผมก็ 15 ปีพอดี แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ไม่ยอมให้ผมเล่นสไลเดอร์ ผมตัวเล็กมากๆ ในช่วงอายุนั้น”

"ผมรู้สึกว่าตัวเองมีพัฒนาการที่ช้ามาก ผมเพิ่งจะมารู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นจริงๆ ตอนอายุ 20-21 แล้วตอนนั้นก็เป็นช่วงที่ผมย้ายออกจากทีมเคลาเซเนนเก้นไปโมลด์ และนั่นคือจุดเริ่มต้นในอาชีพของผม"

จริงมั้ยที่พ่อของคุณเป็นแชมป์มวยปล้ำประเภทเกรโค-โรมัน? แล้วทำไมคุณถึงไม่เป็นนักมวยล้ำ?

เกร็ก, กิลด์ฟอร์ด

"พ่อผมเป็นนักมวยปล้ำ ผมเคยเล่นมวยปล้ำตอนอายุ 8-10 ขวบ แต่ตอนนั้นผมได้ฝึกซ้อมกับนักมวยปล้ำที่ได้ชื่อว่าเก่งที่สุดของรุ่น แล้วมีครั้งนึงผมถูกเหวี่ยงไปมาจนเวียนหัวมาก หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้คลุกคลีกับมันอีกเลย"

คุณเป็นแฟนลิเวอร์พูลจริงหรือเปล่า?

เจมม่า, ฮีตัน

"(หัวเราะ) ผมเรียนรู้มาทั้งชีวิตเพื่อตอบหนึ่งคำถามของคุณว่า ผมไม่เคยพูดแบบนั้นเลยสักครั้ง ผมเป็นแฟนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตลอดมาและตลอดไป ผมมีเลือดปีศาจแดงอยู่ในตัว"

เกมไหนที่คุณยิงให้ทีมเคลาเซเนนเก้น (ทีมแรกของโซลชาร์) ได้มากที่สุด?

สตีเฟ่น ซัลฟอร์ด

"ผมเคยยิงประตูในทัวร์นาเม้นตในร่มได้ถึง 14 ลูกการทำประตูเป็นเครื่องหมายการค้าของผมไปเลย แต่ถ้าเพื่อนร่วมทีมไม่สร้างโอกาสให้ ผมคงไม่โดดเด่นหรือเลี้ยงบอลผ่านผู้เล่น 3-4 คนได้หรอก ผมต้องพึ่งพาเพื่อนร่วมทีมเยอะเลย ตอนนั้นเรามีคนดูที่เคลาเซเนนเก้นอยู่แค่ 50-100 คนเอง แต่ถึงอย่างนั้นเราก็เป็นเพื่อนร่วมทีมที่เติบโตมาด้วยกันอย่างยอดเยี่ยมในดิวิชั่น 3-4 ของนอร์เวย์"

คุณทำยังไงถึงได้รับความสนใจจากต่างประเทศได้เกือบทันทีที่ย้ายมาอยู่โมลด์?

 "ที่มันเร็วแบบนั้น ก็เพราะผมยิงได้ 2 ประตูในเกมแรกและ 3 ประตูในเกมที่ 2 ผมได้เจอ เฟลิกซ์ มากัธ ที่ฮัมบูร์ก และโจวานนี่ ตราปัตโตนี่ ก็อยากให้ผมย้ายไปอยู่กับเขาที่กายารี่ ส่วนพีเอสวีและบาเยิร์น มิวนิค ก็สนใจอยู่เหมือนกัน ลิเวอร์พูลก็ด้วยนะ แต่ตอนนั้นไม่มีใครยื่นข้อเสนอเข้ามาเลย มีแค่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมเดียวที่ยื่นเข้ามา"

คุณจำอะไรได้บ้างในวันที่ย้ายจากโมลด์มาแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด?

เจน, วิล์มสโลว์

         "ผมยิงวอลเลย์ได้ 2 ประตูในเกมที่นอร์เวย์เจอกับอาเซอร์ไบจาน ตอนนั้นเอเย่นต์ของผมได้พูดคุยเกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึงความประทับใจและความต้องการทำบางสิ่งให้เสร็จก่อน มาร์ติน เอ็ดเวิร์ด (ประธานสโมสร) จะไปพักร้อน มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเร็วมาก เจ้าของทีมโมลด์ถึงกับเช่าเครื่องบินเจ็ทพาผมมาแมนเชสเตอร์ เพราะเขาเข้าใจว่าผมอยากย้ายมาอยู่ที่นั่น ผมซาบซึ้งกับเรื่องครั้งนั้นจริงๆ พอผมมาถึงโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไกด์ของสโมสรคิดว่าผมจะมาทัวร์สนาม เขาพูดไปเรื่อยๆ ก่อนจะถามว่า "คุณมาทำอะไรที่นี่?" ผมเลยบอกเขาไปว่า ผมมาเซ็นสัญญา! เขาอึ้งไปเลยแหละ แต่หลังจากนั้นเขาก็ยกปากกาให้ผมแท่งนึง แน่นอนว่าผมก็ใช้ปากกาแท่งนั้นของเขาเซ็นสัญญาด้วย"

คุณเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปี 1996 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาเพิ่งอดได้ตัว อลัน เชียเรอร์ ไปให้กับนิวคาสเซิล ตอนนั้นคุณโดนคาดหวังอะไรบ้าง?

ไทรอน, ชรูว์สบิวรี่

         "ไม่มีอะไรทั้งนั้นเลย เจ้านาย (อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) บอกว่า "6 เดือนแรกก็เล่นกับทีมสำรองไปก่อน และทำความคุ้นเคยกับฟุตบอลอังกฤษเอาไว้ ตอนสักเดือนมกราคมเราค่อยมาพยายามพาคุณขึ้นทีมชุดใหญ่อีกที" แต่ตอนนั้นผมยิง 2 ประตูให้ทีมสำรองตั้งแต่นัดแรก แถมแอนดี้ โคล ยังมาเจ็บอีก พวกเขาเลยอยากได้กองหน้ามาแทน ซึ่งผมก็ได้เข้ามาและยิงประตูได้ตั้งแต่ 6 นาทีแรกที่ลงสนามนัดเปิดตัวกับแบล็กเบิร์น"

         "ผมรู้ว่าตัวเองอยากยิงประตูให้ยูไนเต็ด ผมอยากสร้างโอกาสในการทำประตู แม้ว่าตอนนั้นจะไม่มีผู้รักษาประตูยืนอยู่ ผมก็จะพยายามยิงให้บอลเข้าเสาใน เพราะลูกแบบนั้นไม่มีทางที่ผู้รักษาประตูที่ไหนรับได้"

อะไรที่คุณชอบในตอนที่เล่นภายใต้การคุมทีมของอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน?

ออเบรย์ เซบูเลล่า, เปรโตเรีย ประเทศแอฟริกาใต้

         "เขาปฏิบัติต่อเราดีมากๆ ผมเคยพบกับพาทริก เอฟรา และเขาก็บอกว่าเขาสนุกกับชีวิตที่ยูเวนตุส แต่มันก็เหมือนกับการไปทำงาน สำหรับที่ยูไนเต็ด เรามาแคร์ริงตันและทำงานกันอย่างไร้สาระ ซึ่งเราก็ไม่เคยรู้สึกว่ามันคือการไปทำงาน เจ้านายอยากให้เราแสดงตัวตนออกมาอยู่ตลอดเวลา เขามักจะสร้างบรรยากาศขึ้นมาจากภายในได้อย่างเหมาะสม กิ๊กซี่, พัลลี่ (แกรี่ พัลลิสเตอร์), คีโน่, ไบรอัน แมคแคลร์, คันโตน่า, ชไมเคิล เราแสดงความต้องการของตัวเองออกมาได้เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์"

         "ตั้งแต่ปี  2000 เป็นต้นมา ผมก็เริ่มจดตารางการฝึกซ้อมที่เราทำเอาไว้ ผมทำทุกอย่างตามไดอารี่ที่เขียนเอาไว้กับโมลด์ ผมยอมรับนะว่าผมถ่ายทอดประสบการณ์ให้ลูกทีมของผมได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะเขาเป็นคนที่ไม่เหมือนใคร สำหรับเขาทำน้อยแต่กลับได้มาก เขาไม่ค่อยพูดเยอะนัก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาพูดมันจะแตกต่าง"

ผมจำได้ว่าคุณเกี่ยวร็อบ ลี ของนิวคาสเซิล ที่หลุดเดี่ยวไปแล้วจนคว่ำ ก่อนจะโดนไล่ออกจากสนาม แต่นั่นก็ช่วยป้องกันการเสียประตูไว้ได้ คุณเคยสอนลูกทีมของคุณให้ทำอะไรแบบนั้นบ้างมั้ย?

เดวิด เชียแรน, เฮ็บเบิร์น

         "ไม่เคยเลย ผมแนะนำแค่ว่าอย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด เพราะมันทำให้ผมโดนปรับและถูกอัดไดร์เป่าผมใส่หน้า! ผมหยุดร็อบ ลี ก่อนที่เขาจะเข้าเขตโทษ ผมเริ่มทำบางอย่างบนสนามและคิดว่า "ผมหยุดเขาได้แล้ว!" แต่ผมกลับตัวแข็งทื่อไปเฉยในช่วง 5 เมตรก่อนเข้าปะทะ และมันก็เห็นได้ชัดว่าผมหยุดเขาไม่ได้"

         "ผมได้รับการปรบมือตอนออกจากสนาม แต่ผมกลับไม่เคยได้รับการชื่นชมจากเจ้านายเลย เขาบอกกฏกับผมอย่างชัดเจนและบอกต่ออีกว่า "ที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เราไม่ต้องการชนะด้วยวิธีนี้ เราต้องการชนะอย่างใสสะอาด" มันเป็นการเปิดโลกทัศน์ของผมมากทีเดียว ผู้จัดการทีมบางคนอาจบอกว่า "ทำดีมากไอ้ลูกชาย" แต่เขากลับรับไม่ได้กับชัยชนะแบบนั้น นั่นคือทุกสิ่งที่ผมอยากบอกเกี่ยวกับเขา"

คุณรู้สึกยังไงบ้านตอนชนะบราซิลในฟุตบอลโลก? นั่นถือเป็นไฮไลต์สำคัญในการรับใช้ชาติของคุณเลยมั้ย? แล้วทำไมหลังจากนั้นมานอร์เวย์ถึงระหกระเหินแบบนั้นได้?

เอกิล, เบอร์เก้น

         "ปัจจุบันสโมสรจำนวนมากที่นี่ไม่ได้เล่นอย่างเต็มที่นัก ผมคิดว่าการทำแบบนั้นมันไม่ช่วยอะไรได้เลย มันใกล้จะกลายเป็นบาสเก็ตบอลเข้าไปทุกที ไม่มีการเข้าปะทะ ฟุตบอลโลก 1998 มันแปลกประหลาดมากสำหรับผม ผมถูกเปลี่ยนออกหลังจากนาทีที่ 45 ในเกมกับโมร็อกโก ผมไม่ได้เล่นในเกมที่ 2 และผมก็ได้กลับมาลงสนามอีกครั้งตอนเจอบราซิล มันเป็นเรื่องวิเศษมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม และแน่นอนว่าชัยชนะเหนือบราซิลย่อมต้องเป็นไฮไลต์สำคัญในการติดทีมชาติของผมอยู่แล้ว"

ปี 1998 มีข่าวว่าคุณจะย้ายไปท็อตแน่ม คุณรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างมั้ย?

ดาเนียล, แมนเชสเตอร์

         "ผมคิดว่า มาร์ติน เอ็ดเวิร์ด กับอลัน ชูการ์ ตกลงเงื่อนไข 5.5 ล้านปอนด์ไปแล้ว แต่เจ้านายกลับโทรตามผมเข้าไปหาที่ออฟฟิศของเขาและบอกกับผมว่า "ผมไม่อยากขายคุณออกไป เพราะถ้าคุณยังอยู่ที่นี่ คุณจะได้เล่นฟุตบอลมากเพียงพอ" นั่นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับผม ผมไม่ได้อยากย้ายไปจากที่นี่อย่างที่เอเย่นต์ของผมต้องการ เขา (เอเย่นต์) บอกกับผมเสมอว่า ไม่เคยเจอใครดื้อด้านเท่าผมมาก่อน แต่มันก็ตัดสินใจถูก ผมก็คือผมนั่นแหละ"

คุณคิดว่าคุณจะลงไปสร้างผลงานอะไรในเกมกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ได้มั้ย เคยคิดมาก่อนหรือเปล่าว่าจะลงไปยิงในช่วง 10 นาทีสุดท้าย?

ดาเนียล บาร์เกอร์, กริมบี้

         "(หัวเราะ) เกมนั้นเป็นเกมแรกของสตีฟ แมคคลาเรนในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีม กับจิม ไรอัน ในฐานะโค้ชทีมชุดใหญ่ ซึ่งเขาก็บอกกับผมนะว่า "คุณลงสนามเลยโอเล่ เราชนะ 4-1 แน่นอนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องทำอะไรโง่ๆ แค่ลงไปเก็บบอลก็พอ"

         "ผมคิดนะว่า "ได้เลย" ผมต้องหาโอกาสพิสูจน์ตัวเองให้มือขวาคนใหม่ได้เห็น ผมเลยไม่เคยเก็บบอลเอาไว้กับตัวสักครั้ง 4 ประตูตอนนั้นมันก็วิเศษมากจริงๆ"

เฟอร์กูสันพูดอะไรกับคุณตอนส่งคุณเล่นนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก ปี 1999?

อดัม แลมพาร์ด, น็อตติ้ง ฮิลล์

         "ไม่มีอะไรพิเศษนะ แต่เขาไปพูดกับเท็ดดี้นานเลยตอนพักครึ่งและนั่นก็ทำให้ผมหงุดหงิด ผมคิดว่าผมยิงไป 17 ลูกให้คุณในซีซั่นนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นตอนที่ถูกส่งเป็นตัวสำรอง ทำไมคุณถึงไม่มาคุยกับผมล่ะ? ตอนที่เท็ดดี้ถูกส่งลงสนาม นั่นคือสิ่งที่จุดชนวนในตัวผมได้ดีเลย มันทำให้ผมรู้สึกว่า ผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าคุณคิดผิด ผมลืมไปหมดแล้วว่าเจ้านายบอกอะไรกับผมบ้างก่อนลงสนาม แต่ภาพที่จำได้คือพวกเราอยู่ด้วยกันและผมก็จำความคิดในช่วงเวลานั้นได้เสมอว่า คุณต้องการสิ่งนี้ คุณอยากได้แชมป์แชมเปี้ยนส์ลีก เราจะทำมันเพื่อผู้จัดการทีม แค่นี้พลังก็เอ่อล้นออกมาแล้ว เขาเป็นผู้จัดการทีมประเภทนั้นเลย"

ผมได้ดูนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีก 1999 ตอน 10 ขวบกับพ่อแม่ผ่านทีวีขาวดำ 14 นิ้ว ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกมีความสุขในตอนนั้นได้ ตอนนี้ถ้ากลับไปดูอีกทีก็ยังขนลุกอยู่เลย ตอนที่คุณยิงได้รู้สึกยังไงบ้าง?

นาธาน ซิชิลิมา, แซมเบีย

         "สิ่งแรกที่คิดคือ "ล้ำหน้ามั้ย?" คุณต้องกลัวเสียงนกหวีดในชั่วโมงนั้นอยู่แล้ว แต่มันก็ถูกทำให้ชัดเจนขึ้นเมื่อมีเสียงดังอ้ออึงไปทั้งสนาม คุณจัดการความคิดตอนนั้นไม่ได้หรอก ผมรู้สึกตึงๆ บริเวณเอ็นหัวเข่าตอนสไลด์ลงไปดีใจ และนั่นก็ทำให้ผมอดลงเล่นกับนอร์เวย์ไป 2 เกม แต่มันก็เป็นสิ่งที่มีค่าในตัวมันอยู่ดี"

         "การได้แชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลอยู่แล้ว ผมอยากยิงประตูชัยในนัดชิงยูโรเปี้ยน คัพ มันเลยทำให้บ่อยครั้งที่ผมจินตนาการถึงมัน ด้วยการพากษ์เสียงเองตอนอยู่ในสนามซ้อมว่า "เขาหลุดเข้าไปดวลกับผู้รักษาประตูแล้ว" และพากษ์ต่อไปอีกว่า "ถ้าเขายิงเขาก็จะชนะไปเลย แต่ถ้าพลาดเราก็แพ้" นั่นคือสิ่งที่อยู่ในหัวผม มันสมจริงมาก ทั้งที่ผมไม่เคยคิดเลยว่ามันจะมีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นมาจริงๆ"

         "หลังจากนั้นก็มีคนมากมายเข้ามาหาผมและบอกว่า "นี่เป็นค่ำคืนที่ดีที่สุดของในชีวิตเขา แต่อย่าบอกภรรยาผมล่ะ" ตอนนั้นมันคงเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขาที่ได้เจอผม มันก็เหมือนกับผมนั่นแหละ ตอนที่ผมเจอดิเอโก้ มาราโดนา ในปี 1986 เราขับรถจากคริสเตียนซุนด์ไปออสโล เพื่อไปดูนอร์เวย์เล่นกับอาร์เจนติน่า และหลังจากนั้นผมก็เข้าใจเรื่องแบบนี้มาโดยตลอด ตอนที่มาราโดน่าเดินออกมา ผมยังเอาแขนยื่นออกไปจับตัวเขาอยู่เลย"

คุณชอบการถูกแปะป้ายว่า "ซูเปอร์ซับ" หรือเปล่า?

ไซม่อน แจ็กสัน, จาก เฟซบุ๊ค

         "ผมไม่ได้คิดอะไรกับมันนะ มันชัดเจนอยู่แล้วว่าผมต้องการพิสูจน์ให้เจ้านายเห็นว่าผมอยากเล่นมากกว่านี้ แต่เขาก็มักจะมีความแม่นยำมากว่าต้องส่งผมลงตอนไหนถึงจะดี เรารู้ว่าเมื่อเขาให้ผมนั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง มันทำให้ผมอยากหนีไปจากนี่ให้พ้นๆ แต่ผมก็ยังอยากจะได้ลงสนามและแสดงทุกอย่างออกมาให้เห็น และมันก็ส่งผลต่อคู่ต่อสู้ได้กี เพราะมันกลายเป็นเรื่องลึกลับไปแล้ว เพราะผมสามารถยิงประตูได้ตลอดเวลาที่ผมลงสนาม ผมพอใจกับบทบาทนี้และมันก็ทำให้ผมได้ลงสนามไป 200 กว่านัด"

         "ตอนนั้นมันอาจจะอึดอัดอยู่บ้าง จนมีครั้งนึงที่เจ้านายพูดกับผม, เท็ดดี้, โคลีย์ และยอร์กี้ เกี่ยวกับการโรเตชั่นนักเตะ ผมและโคลีย์ได้เล่นด้วยกัน 2 วันก่อนหน้า จากนั้นก็ถึงคิวของเท็ดดี้กับยอร์กี้ เขาถามว่า "ทุกคนโอเคกับแผนนี้มั้ย?" ทั้ง 3 คนดูเหมือนจะมีความสุขกับมัน แต่ผมนั่งลงในออฟฟิศของเขาและบอกว่า "ไม่ ผมไม่โอเคด้วย ผมคิดว่าตัวเองอยากลงสนามให้สมน้ำสมเนื้อกว่านี้ ผมยิงประตูได้เมื่อเกมที่แล้ว คุณควรท้าทายผมด้วยการให้ลงสนามหลายๆ เกมในช่วงเวลาสั้นๆ และผมก็อยากจะลงเล่นในเกมนี้" ผมเดินออกไปแล้วพูดว่า "เท็ดดี้ เจ้านายต้องการคุณ" ในที่สุดเขาก็ให้ผมลงเล่น ไม่ใช้เท็ดดี้! ผมต้องจัดการเพื่อจะได้ลงสนามด้วยตัวเอง!"