ทริสตอง โด เปิดใจ : แข้งสองสัญชาติ, ไร้ซึ่งไอดอล และ ติดเกมฟีฟ่า (กับใครกัน?)

Telling It Like It Is’ ตอนล่าสุดของเรา  ทริสตอง โด ซูเปอร์สตาร์จากเมืองไทย จะมาพูดถึงความสับสนเรื่องสัญชาติ , การไม่มีนักเตะคนโปรด  และใครคือคนที่เขาชอบเล่นฟีฟ่าด้วยเป็นประจำ

มันไม่ง่ายเลยสำหรับผม เพราะว่าในฝรั่งเศส ผมถูกมองว่าเป็นชาวเอเชีย แต่ตอนนี้ที่เมืองไทย พวกเขาเห็นผมเป็นคนต่างชาติ . นี่เป็นชีวิตของคนที่มาจากปูมหลังที่แตกต่าง ผมเองก็บอกไม่ได้หรอกว่าตัวเองเป็นฝรั่งเศส 100% เช่นเดียวกับการบอกว่าผมเป็นคนไทย 100% ขนาดผมเองยังสับสนกับเรื่องนี้เลย

ผมเองก็บอกไม่ได้หรอกว่าตัวเองเป็นฝรั่งเศส 100% เช่นเดียวกับการบอกว่าผมเป็นคนไทย 100% ขนาดผมเองยังสับสนกับเรื่องนี้เลย

ข้อได้เปรียบก็คือคุณจะได้มีประสบการณ์กับวัฒนธรรมและภาษาที่หลากหลาย ทั้งฝรั่งเศส และ ไทย นอกจากนี้ผมยังสามารถพูดภาษาอังกฤษ และ สเปนได้อีกด้วย ผมเลยมองว่ามันก็เป็นเรื่องดีเหมือนกัน

มันมีความสับสนเล็กหน่อยกับ ปูมหลังของผม จากการที่ผมเกิดที่ฝรั่งเศส แต่ว่าครอบครัวฝ่ายพ่อของผมมาจากประเทศไทย

มีนักข่าวเวียดนามบางคนบอกว่า ครอบครัวของผมมาจาก เวียดนาม เนื่องจากเขาเห็นนามสกุลของผมที่มันคล้าย ๆ ภาษาเวียดนาม แต่มันคงนานมาแล้วล่ะ ที่บรรพบุรุษของอาจเคยมาที่ เวียดนาม  แต่ประเทศที่ผมเกี่ยวข้องจริง ๆ มีเพียงแค่ไทย เท่านั้น

เพื่อน & ฟีฟ่าสักแมตช์ก่อนดูบอล

เพราะว่าผมเติบโตในฝรั่งเศส , ผมเป็นแฟนบอลของ เปแอสเช และได้มีโอกาสไปดูพวกเขาถึงสนามในบางเกม , แต่ผมก็ไม่ใช่แฟนบอลตัวยงที่ต้องไปชมเกมถึงขอบสนาม เพราะว่าผมชอบลงไปเล่นมากกว่า ถ้าคุณให้ผมเลือกระหว่างไปดูบอลที่สนาม หรือว่าใช้เวลากับเพื่อน ๆ ผมขอเลือกเพื่อน ๆ แบบไม่ต้องคิดเลย

ในเวลาว่าง ผมคิดว่าผมก็คงทำเหมือนกับนักฟุตบอลคนอื่น นั่นคือเล่นเกมกับเพื่อน ๆ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้น

กับทีมชาติ ผมมักจะได้เป็น รูมเมตกับ ชาริล ชัปปุยส์ และเรามักจะทำให้แน่ใจว่าเราจะมีวีดีโอเกมให้เล่น - เพราะว่ามันคือสิ่งเดียวที่เราต้องการ

ส่วนตอนที่อยู่กับเมืองทอง รูมเมตของผมคือ อดิศักดิ์ แต่กับทีมชาติมันต้องเป็นผมกับ ชาริล ที่ที่เราจะมีโอกาสดวลเกมฟีฟ่ากัน อย่างในแคมป์เก็บตัวครั้งล่าสุดเราก็ได้มีโอกาสเล่นด้วยกันทั้ง ชาริล และ อดิศักดิ์

เวลาเล่นเกม ชาริล กับผม เราต่างมีทีมที่ใช้อยู่เป็นประจำ ถ้าเป็นสโมสร ผมมักจะเลือก เรอัล มาดริด ส่วนเขาก็จะใช้ บาร์เซโลน่า หรือถ้าเราเล่นทีมชาติ ผมจะเลือก อาร์เจนติน่า ส่วนเขาจะเลือกบราซิล แต่บอกตรง ๆ นะ เขาไม่ได้เล่นเก่งนักหรอก เพราะผมมักจะชนะตลอด

กลับมาที่ผลงานในสนาม

หลังจบเกม ผมมักจะประเมินตัวเองเสมอ และผมจะคิดถึงเกมที่เพิ่งจบ ไม่ว่าเราจะชนะหรือแพ้ เพราะว่าผมรู้ว่าวันนั้นตัวเองเล่นได้ดีหรือไม่

ผมจะเป็นคนแรกที่ตำหนิตัวเอง แต่มันก็คือหนทางที่จะทำให้คุณพัฒนาเป็นนักฟุตบอลที่เก่งกว่าเดิม

ตอนอยู่ที่ฝรั่งเศส ผมเล่นมาหมดทุกตำแหน่ง ทั้งฟูลแบ็ก , ปีก หรือจะเป็นกองหน้า ผมก็เคยเล่น

ผมเล่นในตำแหน่งปีกขวาตอนขึ้นมาเล่นใหม่ ๆ ที่ฝรั่งเศส และตอนนี้ตำแหน่งของผมก็คือ แบ็กขวา ผมชอบให้มีกองกลางคอยสนับสนุน และทำให้ผมมีอิสระในการเติมเกมรุกขึ้นไป ผมเป็นนักเตะที่เล่นเกมรุกนั่นคือแนวทางของผม

ในฟุตบอลสมัยใหม่ แบ็กขวาและแบ็กซ้าย ต้องเติมเกมรุกได้ ซึ่งนั่นคือฟุตบอลในแบบที่ผมชอบ

เมื่อคุณเล่นในระบบ 3 เซนเตอร์ มันมีโอกาสที่คุณจะเสียสมาธิเล็กน้อย เพราะว่าคุณจะมีส่วนร่วมในการขึ้นเกมในทุกจังหวะ แต่ว่าเป็นระบบแบ็กโฟร์ ถ้าหากว่าบอลอยู่ทางซ็าย คุณก็แค่รอจังหวะและรอให้กระแสของเกมเข้ามาหาคุณ แล้วคุณก็บุกขึ้นไป

ดังนั้นทั้งสองระบบมันแตกต่างกัน แต่ผมก็จะพยายามเล่นร่วมกับกองกลางที่คอยสนับสนุนผม เพื่อที่จะสามารถเล่นได้อย่างเต็มที่ไม่วาจะบบหลังสามหรือว่าหลังสี่ตัวก็ตาม

ผมไม่มีนักเตะคนโปรด

ผมไม่มีอะไรที่เรียกว่า ฮีโร่ หรืออะไรแบบนั้นในฟุตบอล แต่มันก็มีบ้างที่ผมจะยึดนักเตะในตำแหน่งเดียวกันเป็นต้นแบบ ผมชอบดูนักเตะเหล่านี้เล่น อย่างเช่น คาฟู หรือจะเป็นในยุคปัจจุบันก็อย่างเช่น ดานี่ อัลเวส หรือ เอ็คตอร์ เบเยริน

มันเป็นเรื่องยากที่จะระบุเวลาที่ชัดเจนว่า เมื่อไหร่ ฟุตบอลไทยจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น แต่ว่าตอนนี้เรากำลังมาถูกทางและอยู่ในตำแหน่งที่ดีเลยทีเดียว

ผมชอบเล่นทั้งเกมรุกและเกมรับ เพราะผมชอบการดวลกับคู่แข่ง

ผมเองก็ยิงประตูได้ไม่มากนัก เมื่อซีซั่นที่แล้วผมยยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว แม้ว่าจะมีโอกาสบ้างก็ตามในการเติมเกมข้นสูง แต่สำหรับผม ผมตื่นเต้นมากกับการที่ แอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตูเมื่อซีซั่นก่อน ผมคิดว่าผมทำไปได้ 12 แอสซิสต์ ซึ่งมันก็เป็นสถิติที่ดีเลยทีเดียว

มันเป็นเรื่องยากที่จะระบุเวลาที่ชัดเจนว่า เมื่อไหร่ ฟุตบอลไทยจะยกระดับขึ้นไปอีกขั้น แต่ว่าตอนนี้เรากำลังมาถูกทางและอยู่ในตำแหน่งที่ดีเลยทีเดียว

ตอนนี้เป็นโอกาสดีสำหรับทั้งทีมชาติและสโมสร ที่จะก้าวไปอีกขั้นหลังจากทำได้ดีในการเล่นระดับ อาเซียน

ผมเองก็บอกไม่ได้หรอกว่าอีกกี่ปีฟุตบอลไทยจะก้าวไปถึงจัดนั้นได้ แต่ผมเชื่อว่าเราเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปเรื่อย ๆ แล้ว