ยอดคนสมองเพชร: 50 สุดยอดผู้จัดการทีมปี 2016 อันดับที่ 45 - 41

กุนซือผู้ยิ่งใหญ่ แต่ว่างงานติดเข้ามาในโผ และคนอื่นๆ มีใครอีกบ้าง ติดตามได้ที่นี่

Words: Andrew Murray, James Eastham, Gary Parkinson, Marcus Alves

45. เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ (แอธเลติก บิลเบา)

ผู้จัดการทีมในวงการส่วนใหญ่มักเลือกทำตัวเด่นเป็นสีสัน ยกตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่ง โชเซ่ มูรินโญ เคยหยุดให้สัมภาษณ์กับสื่อเพียงเพื่อให้ผู้ช่วยโทรศัพท์หาเขา เพราะต้องการโชว์เสียงริงโทนเพลง Nessun Dorma ของ ลูซาโน ปาวาร็อตติ

ขณะที่กุนซือบางส่วนเลือกที่จะอยู่เงียบๆแบบไม่หวือหวา เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ เป็น 1 ในนั้น เขาเป็นช่างภาพมือสมัครเล่นที่หลงใหลในภาพขาว-ดำ และบางครั้งเขานำภาพเหล่านั้นมาใช้กระตุ้นลูกทีม เช่น ภาพแฟนบอลโอลิมเปียกอสที่เขาถ่ายตอนอยู่บนรสบัสของทีมเมื่อปี 2011 จุดเด่นที่ทำให้เขากลายเป็นเทรนเนอร์ที่มีชื่อเสียงอย่างทุกวันนี้คือ เขาพยายามเข้าใจลูกทีมและความต้องการของนักเตะ

เขาเป็นคนที่ธรรมดามากๆ เขารู้ว่าเราต้องการอะไรและยังพยายามคุยและทำความเข้าใจเราด้วย

- อันเดร เอร์เรรา

นี่คือสิ่งที่จำเป็นสำหรับเขามาก อย่าลืมว่า แอธเลติก บิลเบา มีข้อจำกัดเรื่องนักเตะ เพราะพวกเขาใช้บริการได้เฉพาะผู้เล่นที่มีเชื้อสายบาสก์เท่านั้น ทำให้บัลเบร์เด้มีตัวเลือกน้อยลงไปอีก แต่ว่าเขาทดแทนด้วยความขยันและความพยายามจนเค้นคุณภาพของนักเตะในทีมออกมาชนิดถึงขีดสุดจนได้รับฉายาว่า “ทินกูร์รี่” (มด)

หลังจากนำบิลเบาไปผ่านเข้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อปี 2014 เขาพาทีมจบถึงอันดับ 5 ของตารางเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมยังซิวแชมป์สแปนิช ซูเปอร์ คัพ มาครองได้ด้วยชัยชนะเหนือทีมแกร่งอย่างบาร์เซโลนา ส่วนในเรื่องของนักเตะนั้นเขาเป็นผู้ปลุกปั้น ไอเมริค ลาปอร์เต้ กองหลังดาวโรจน์ขึ้นมาจนกลายเป็นที่หมายปองของบรรดายักษ์ใหญ่ในยุโรป แถมยังจับ ออสการ์ เด มอร์กอส อดีตเพลย์เมกเกอร์ไปเล่นเป็นวิงแบ็คจนรุ่งอีกต่างหาก

บัลเบร์เด้เคยเป็นจอมถล่มประตูของบาร์เซโลนาอยู่ 2 ฤดูกาลในช่วงปลายยุค 80 ทำให้เขากลายเป็นตัวเต็งที่มีโอกาสเข้ามาสานงานต่อจาก หลุยส์ เอ็นริเก้ หากกุนซือรายนี้ตัดสินใจอำลาถิ่นคัมป์นู

44. โจเซลิน กูเวนเนค (บอร์กโดซ์)

กูเวนเนคตัดสินใจโบกมือลาแก็งก็องเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากคุมทีมมานานถึง 6 ปี แฟนบอลในต่างแดนคงไม่คุ้นชื่อของกุนซือรายนี้ แต่เขากลับมีชื่อเสียงมากในฝรั่งเศส เพราะประสบความสำเร็จพอสมควรกับการรับงานคุมทีมอาชีพเป็นครั้งแรก

เขาเข้ารับตำแหน่งกุนซือแก็งก็องในปี 2010 ก่อนนำทีมเลื่อนชั้นจากนาซิอองนาล(ลีกระดับดิวิชัน 3) ขึ้นมาโลดแล่นอยู่บนลีกเอิงในเวลา 4 ปี และยังอยู่รอดปลอดภัยจนถึงวันนี้ ยิ่งกว่านั้นเขายังนำทีมคว้าถ้วยแชมป์เฟรนช์ คัพ เมื่อปี 2014 พร้อมผ่านเข้าถึงรอบน็อคเอาท์ในศึกยูโรป้า ลีก ฤดูกาลถัดมาอีกด้วย

1 ในผู้เล่นที่อัจฉริยะที่สุดในยุคของเขา และตอนนี้เขาก็กลายเป็น 1 ในกุนซือที่ฉลาดที่สุดคนหนึ่งของวงการไปแล้ว

- ไมเคิล โยคิน กูรูฟุตบอลยุโรป

อย่างไรก็ตาม เขาต้องพบกับฝันร้ายในฤดูกาลที่ผ่านมา หลังต้องเสียบรรดาผู้เล่นตัวหลักที่นำทีมจบอันดับ10 เมื่อฤดูกาล 2014/15 ทั้งในรายของ เคลาดิโอ โบวู ที่ย้ายไปอยู่กับลียง และ คริสโตเฟอร์ มันดานเน ที่ย้ายไปอยู่กับ อัล ฟูจไจราห์ จนทำให้พวกเขาร่วงลงมาจบอันดับ 16 ของตารางในปีล่าสุด

แม้ว่าผลงานของแก็งก็องอาจไม่ดีเหมือนแต่ก่อน อย่างไรก็ดี เก้าอี้กุนซือของกูเวนเนคยังแข็งแรงเสมอ แต่เขาตัดสินใจย้ายไปคุมทีมบอร์กโดซ์เพื่อยกระดับอาชีพของตัวเองในช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะบอร์กโดซ์เป็นทีมที่ใหญ่กว่าและมีงบประมาณในการทำทีมมากกว่า นี่จึงเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของเขา

43. ลิโอนิด สลุตสกี้ (ซีเอสเคเอ มอสโกว)

หลายคนคงคิดเหมือนกันว่า สลุตสกี้มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับ เด็กซ์เตอร์ เฟล็ตเชอร์ ดาราตลกที่หน้าเหมือนคนอดนอนและมักใช้เวลาในวันอาทิตย์นั่งหัวเราะอยู่บนโซฟากับกินฮ็อตด็อกอย่างสบายอุรา

ความจริงแล้วกุนซือวัย 45 เป็นที่รู้จักเพราะเคยเล่นฟุตบอลอาชีพมาก่อน แต่ว่าเขาต้องจบชีวิตนักฟุตบอลอย่างรวดเร็วด้วยวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น หลังจากพลัดตกต้นไม้ขณะปีนขึ้นไปช่วยแมวของเพื่อนบ้านจนได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่า

“เขามักจะยิ้มเวลาที่คุณพูดถึงเรื่องนี้ เขามักจะหัวเราะเพราะกิ่งไม้รับน้ำหนักของเขาไม่ไหว เขาบอกว่ามันเป็นโชคชะตาที่ทำให้เขาสามารถเอาจริงเอาจังกับการเป็นผู้จัดการทีมได้”  อาร์เติร์ม ซูบ้า กองหน้าทีมชาติรัสเซียชุดยูโร 2016 กล่าวกับ FFT

มูรินโญแห่งรัสเซีย

- ยูริ เบลูส, เจ้าของ เอฟซี มอสโก

สลุตสกี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนำ ซีเอสเคเอ มอสโกว ผงาดคว้าแชมป์ลีกรัสเซียในฤดูกาลที่ผ่านมา พร้อมเป็นการซิวแชมป์สมัยที่ 3 ในรอบ 4 ปีหลังสุด โดยมีคีย์แมนอย่าง อาเหม็ด มูซา แนวรุกตัวเก่งที่ทำไป 12 ประตู และ อิกอร์ อคินเฟเยฟ จอมหนึบมือ 1 ทีมชาติรัสเซียเป็นตัวชูโรง

ขณะเดียวกัน เขายังรับงานผู้จัดการทีมชาติรัสเซียควบอีกตำแหน่งด้วย พร้อมนำทีมเก็บชัยชนะ 4 นัด ในรอบคัดเลือกยูโร 2016 และตีตั๋วสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ แม้ว่าขุนพลหมีขาวทำผลงานในทัวร์นาเมนต์ที่ฝรั่งเศสไม่ดีนัก หลังเก็บได้เพียงแต้มเดียวในรอบแบ่งกลุ่มจนกระเด็นตกรอบแต่ไก่โห่ แต่ไม่มีใครกล่าวโทษสลุตสกี้แม้แต่น้อย เพราะเขาคือคนเข้ามาจัดการปัญหาที่โค้ชคนก่อนทิ้งไว้

เขาต้องเจอกับงานหินขึ้นกับการแข่งขันในฤดูกาลหน้า หลังทีมเสียมูซาที่ย้ายไปอยู่กับ เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก แถมบรรดาผู้เล่นในแนวรับยังอายุมากขึ้น แต่เขาเคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อนและเคยเอาชนะในสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้มาแล้วเช่นกัน

“ผมกลายเป็นฮีโร่ทันทีที่ช่วยแมวตัวนั้น ขณะเดียวกันผมก็ตกจากต้นไม้จนทำให้หัวเข่าของผมเสียไปด้วย” เขาเล่นมุขเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่พาให้เขามีทุกวันนี้

42. มานูเอล เปเยกรินี (ว่างงาน)

เปเยกรินีถือเป็นเทรนเนอร์ผู้น่าสงสารคนหนึ่งของวงการ เขาทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมนำแมนฯซิตี้เก็บชัยชนะเฉลี่ย 63% ตลอด 2 ฤดูกาลแรก พร้อมนำทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย และ รองแชมป์อีก 1 สมัย แต่สุดท้ายกลับต้องหลีกทางให้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับบาเยิร์นฯเข้ามาทำทีมแทน

กุนซือชาวชิลีถูกบีบให้ประกาศอำลาทีมเรือใบสีฟ้าล่วงหน้าเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทั้งที่สโมสรกำลังลุ้นคั่วแชมป์ลีกอยู่ในเวลานั้น หลังมีแต้มตาม เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมจ่าฝูงเพียง 3 คะแนน จนส่งผลให้ซิตี้ฟอร์มตกลงทันตาและทำได้เพียงจบอันดับ 4 ของตารางเท่านั้น โดยมีแต้มตามหลังจิ้งจอกสยามทีมแชมป์ถึง 15 คะแนน

ทุกๆ คนคงรู้ปรัชญาของเขา รวมถึงความเป็นมาของเขา เขาคือกุนซือผู้ที่มอบความมั่นใจให้กับนักเตะ เขาเป็นกุนซือที่มีความนอบน้อม ซึ่งช่วยให้นักเตะสามารถเค้นฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาได้ เขาเปรียบเสมือนเสาหลักของทีมเลยทีเดียว

- ฆัวกิน

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับเปเยกรินี เขาเคยเจอเหตุการณ์ทำนองนี้มาแล้วสมัยคุมทัพเรอัล มาดริด หลังนำทีมเก็บแต้มในลีกสูงถึง 96 คะแนน ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่ในประวัติศาสตร์ของสโมสร แต่ยังไม่เพียงพอแซงหน้าบาร์เซโลนาคว้าแชมป์ได้ ส่งผลให้เขาถูกไล่ออกจากตำแหน่งในที่สุด

นายใหญ่ชาวชิลีนำทีมเรือใบสีฟ้าผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศในศึกยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ในฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนพ่ายต่อ เรอัล มาดริด ทีมแชมป์ในปีล่าสุด แต่สุดท้ายยังต้องเป็นฝ่ายเดินออกจากสโมสรไปอยู่ดี
 
เปเยกรินีเป็นกุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องการเน้นเกมรุก เขาควรได้รับโอกาสจากทีมมากกว่าที่ผ่านมา มันคงน่าสนใจกับการลุ้นผลงานของเขาว่าจะดีแค่ไหน เขาเคยผ่านประสบการณ์คุมทีมมาอย่างโชกโชน ทั้งในชิลี, อาร์เจนตินา, สเปน และ อังกฤษ ดังนั้นเขาคงสนใจงานในอิตาลีไม่น้อยหากได้รับการติดต่อเข้ามา

41. ติเต้ (บราซิล)

แฟนบอลบราซิลถกเถียงกันมาตลอดถึงการแต่งตั้งกุนซือรายนี้ เพราะคอลูกหนังบางส่วนต้องการให้สมาคมฟุตบอลจ้างกุนซือต่างชาติเข้ามาทำทีม โดยก่อนหน้านี้ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เคยออกปากยอมรับว่าสนใจงานนี้เช่นกัน ส่วน โชเซ มูรินโญ ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมี ฮอร์เก้ ซามเปาลี ที่เคยเสนอตัวรับงานเองอีกด้วย

ทว่าสุดท้ายพวกเขาเหล่านี้ไม่มีโอกาสเข้ามาทำทีมต่อจาก คาร์ลอส ดุงก้า ที่ทำผลงานสุดย่ำแย่ในศึกโคปา อเมริกา 2016 เพราะเอฟเอแซมบ้าเลือก “ติเต้” เทรนเนอร์ผู้ที่ได้รับการยอมรับจากแฟนบอลทั่วประเทศ

เขาคือคนที่เหมาะกับงานนี้แล้ว เพราะเขารู้วิธีจัดการกับบรรดานักเตะที่อีโก้สูงๆ เห็นได้จากสมัยที่โรนัลโด้โชว์ฟอร์มได้ดีกับโครินเธียนส์ ซึ่งเขาเป็นกุนซืออยู่ อีกทั้งเขายังเป็นคนที่ได้รับการยอมรับจากบรรดาสื่อและแฟนๆ ด้วย

- แฟร์นานโด ดูอาร์เต้, กูรูฟุตบอลบราซิล

การแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เขามีสไตล์การทำทีมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว, เข้มงวด, มืออาชีพ และ มีความสัมพันธ์อันดีกับนักเตะ เขาประสบความสำเร็จสูงสุดหลังนำโครินเธียนส์คว้าแชมป์โคปา ลิเบอร์ตาดอเรส, แชมป์สโมสรโลก และ แชมป์ลีกบราซิล

แม้ว่าทีมของเขาตัดสินใจขายผู้เล่นฝีเท้าดีหลายรายให้กับทีมเงินหนาในลีกจีน แต่ติเต้ยังสามารถสร้างทีมใหม่ขึ้นมาใหม่จนนำโครินเธียนส์กลับมาไล่ล่าแชมป์ลีกอีกครั้ง

กุนซือรายนี้ไม่อายกับการเอาชนะคู่แข่งแค่ 1-0 หากมันเพียงพอทำให้ทีมของเขาคว้าถ้วยแชมป์ได้มากขึ้น ดังนั้นจงลืมสไตล์การเล่นที่สวยงามของบราซิลในยุคของเขาไปเลย หลังหันมาดูทีมเน้นความแน่นอนและลุ้นซิวแชมป์ติดมือกันดีกว่า

FourFourTwo's 50 Best Football Managers in the World 2016