FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015: อันดับ 5

แม้จะไม่เป็นที่ชื่นชอบเท่ากับอันโตนิโอ คอนแต้ แต่สิ่งหนึ่งที่อัลเลกรีทำได้ดีกว่าก็คือพายูเวนตุสประสบความสำเร็จได้มากกว่า

ฤดูร้อนที่ผ่านมา แม็กซ์ อัลเลกรีได้รับการต้อนรับแบบลืมไม่ลงด้วยการขว้างไข่และเสียงโห่ในวันที่ถูกตั้งให้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมยูเวนตุสต่อจากอันโตนิโอ คอนเต้ แต่เพียงหนึ่งปีผ่านไป ในฤดูใบไม้ผลิของการคุมทีมฤดูกาลแรก อัลเลกรีพาทีมม้าลายเมืองตูรินคว้าดับเบิ้ลแชมป์และตำแหน่งรองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

ดูเหมือนจะเป็นการพลิกเกมครั้งใหญ่ หลังจากคอนเต้ประกาศลาออกแบบช็อคแฟนฟุตบอลทั้งเมืองในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลทำให้ยูเว่ตกอยู่ในภาวะมรสุม และถึงกับมีการคาดการณ์กันว่านี่จะเป็นจุดจบความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลอิตาเลียนของทัพม้าลายยูเวนตุส: ไม่เพียงแต่ทีมที่เคยเป็นเสาหลักของลีกอิตาเลียนจะต้องเสียส่วนประกอบสำคัญในทีม แต่กุนซือที่ยูเวนตุสเลือกเข้ามารับงานแทนคอนเต้ผู้เคยพาทีมคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ 3 สมัย กลับเป็นกุนซือที่ผลงานล่าสุดคือการพาทีมมิลานพ่ายให้กับทีมเล็กอย่างซัสซูโอโลจนทำให้มิลานต้องร่วงไปอยู่ที่อันดับ 11 มีคะแนนห่างโซนตกชั้นเพียง 6 คะแนนเท่านั้น

จอมไต่เต้า

ในความเป็นจริงแล้ว กระแสวิจารณ์อัลเลกรี เรียกได้ว่าเป็นความไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย อดีตมิดฟิลด์อิตาเลียนประสบความสำเร็จในการคุมทีมเกือบทุกสโมสรที่ผ่านมา เริ่มต้นจากการคุมทีมแรกในชีวิตกับทีมในลีกระดับ 4 อายาเนเซ่ ซึ่งอัลเลกรีเคยช่วยให้รอดพ้นการตกชั้นมาแล้วในปี 2004 หลังจากนั้นอัลเลกรีย้ายไปคุมทีมกรอสเซโต้ แม้จะทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังและปิดท้าด้วยการถูกสมาคมฟุตบอลอิตาลีสั่งแบนเป็นเวลา 3 เดือนจากการเข้าไปคุมทีมอูดิเนเซ่ทั้งที่ยังมีสัญญากับกรอสเซโต้ แต่หลังจากนั้น อัลเลกรีซึ่งขณะนั้นมีอายุ 40 ปี ได้กลับมาคุมทีมอีกครั้งหนึ่งที่ซัสซูโอโล เมื่อเดือนสิงหาคม 2007 และสามารถพาทีมจากทางตอนเหนือของอิตาลีก้าวสู่เซเรีย เบ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งนับว่าเป็นการประสบความสำเร็จที่นำพาให้อัลเลกรีได้รับข้อเสนองานใหม่ในตำแหน่งผู้จัดการทีมลีกสูงสุดกับกายารี่ในระยะเวลา 8 เดือนถัดมา

ในช่วงเปิดฤดูกาล กุนซือชาวซาร์ดิเนียถูกมองว่าน่าจะพาทีมตกชั้น แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้น อัลเลกรีกลับสามารถพาทีมกายารี่จบฤดูกาลด้วยอันดับครึ่งบนของตาราง ซึ่งนั่นเองเป็นผลงานที่ทำให้อัลเลกรีสามารถคว้าตำแหน่งผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีด้วยการแซงหน้าโชเซ่ มูรินโญ่ ทั้งที่มูรินโญ่พาทีมอินเตอร์คว้าแชมป์เซเรีย อา

At Cagliari, Allegri was better than Mourinho - official

At Cagliari, Allegri was better than Mourinho - official

ยิ่งกว่านั้น ถึงแม้จะมีปัญหารุมเร้าในช่วงฤดูกาลสุดท้ายของการคุมทีมมิลาน แต่ยังนับว่าอัลเลกรีฝากผลงานที่ดีไว้กับมิลาน โดยเมื่อปี 2011 อัลเลกรีสามารถพาทีมคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ครั้งแรกในรอบ 7 ปี และยังสามารถคว้าโควต้าแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2013 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นในช่วงเปิดฤดูกาลมิลานต้องเทขายดาวเด่นของทีมอย่างติอาโก้ ซิลบา และซลาตัน อิบราฮิโมวิชออกไปจากทีม และหากมองในจุดที่มิลานเป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็นับว่าผลงานของอัลเลกรีในตอนนั้นไม่ได้เลวร้ายเลย

ยิ่งใหญ่กับ "ม้าลาย"

แม้จะมาพร้อมกับผลงานน่าประทับใจในอดีต แต่ฤดูกาลล่าสุดนับเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในอาชีพการคุมทีมของกุนซือวัย 47 ปีคนนี้อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ

ฤดูกาลที่ผ่านมา โรมาและอินเตอร์ต่างก็แข็งแกร่งขึ้นมาก ส่วนนาโปลีที่มีราฟาเอล เบนิเตซคุมทีมเป็นฤดูกาลที่ 2 ก็ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นอีกทีมที่มีหวังลุ้นแชมป์ ทำให้ยูเวนตุสถูกมองว่าจะต้องเจองานหนักเพื่อพยายามรักษาตำแหน่งแชมป์เซเรีย อา เป็นปีที่สอง และในที่สุดสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมาสสิโม อัลเลกรี สามารถนำทีมหญิงชราลุยเก็บชัยชนะและคว้าแชมป์ได้อย่างสบายๆ กว่าปีที่ผ่านมาด้วยการทำคะแนนทิ้งห่างทีมอันดับ 2 โรมา ถึง 17 คะแนน และคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ได้สำเร็จตั้งแต่ยังเหลือการแข่งขันถึง 4 เกมก่อนจบฤดูกาล

แต่ความสำเร็จในเซเรีย อา คงยังพูดไม่ได้ว่าเป็นการก้าวสู่มิติใหม่ เพราะก่อนหน้านี้ ยูเวนตุสภายใต้การคุมทีมของคอนเต้ก็ถือว่าเป็นราชันของอิตาลีอย่างไม่มีข้อกังขา นั่นหมายความว่าอัลเลกรีที่พาทีมคว้าแชมป์เมื่อเดือนพฤษภาคม เพิ่งจะทำได้เพียงแค่ประสบความสำเร็จในระดับเดียวกันกับอดีตกุนซือม้าลายเท่านั้น 

"Lob him!" Juve celebrate a fourth straight Serie A title

"Lob him!" Juve celebrate a fourth straight Serie A title

แต่ความสำเร็จในเวทียุโรปต่างหากที่ทำให้อัลเลกรีโดดเด่นกว่าคอนเต้ เพราะก่อนหน้านี้คอนเต้ทำได้เพียงพายูเวนตุสดิ้นรนต่อสู้ในแชมเปี้ยนส์ลีก และจบลงด้วยการถูกบาเยิร์นมิวนิคถล่มเอาชนะไปได้แบบสบายๆ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายแชมเปี้ยนส์ลีก 2013 ก่อนที่ปีถัดมาจะตกรอบแบ่งกลุ่มด้วยการทำแต้มหลุดมือให้กับโคเปนเฮเก้นและกาลาตาซาราย และสำหรับยูเวนตุส เป้าหมายของการพัฒนาสู่ระดับต่อไปก็ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถในการผ่านเข้าไปเล่นรอบลึกๆ ในรายการแข่งขันที่ได้ชื่อว่าเป็นอันดับ 1 ของเวทียุโรป

และนั่นคือความสำเร็จของอัลเลกรี หลังจากที่สามารถพายูเว่คว่ำดอร์ทมุนด์, โมนาโก และเรอัลมาดริดในรอบน็อกเอาท์จนสามารถผ่านเข้าไปเตะนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกกับบาร์เซโลนา และการพาทีมทำศึกสองด้านทั้งลีกในประเทศและถ้วยยุโรปต้องอาศัยแท็กติกยืดหยุ่นและการวางแผนที่ยอดเยี่ยมรวมถึงการจัดการเกมและลูกทีมที่ดี และนั่นคือสิ่งที่อัลเลกรีทำได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดฤดูกาล 2014/15

จอมแท็คติก

กุนซืออิตาเลียนเน้นการใช้ความอดทนใจเย็นและการควบคุมที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล อัลเลกรีค่อยๆ ผ่อนความเข้มข้นดุดันซึ่งเป็นสไตล์ที่คอนเต้ใช้เปิดเกมบุกตั้งแต่เริ่มต้นเกม ยูเวนตุสเริ่มจะกลายเป็นทีมที่เล่นแบบดึงเวลาในเกมอย่างระมัดระวังและค่อยๆ เลือกจังหวะที่จะบุกเข้าไปทำประตู แต่ยูเวนตุสก็ยังสามารถขู่คู่แข่งและพาบอลขึ้นไปหาประตูได้อย่างรวดเร็ว เหมือนที่เราได้เห็นกันมาแล้วในเกมรอบรองชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกกับเรอัลมาดริด

ความสามารถในการปรับเกมของอัลเลกรียังค่อยๆ พัฒนามากขึ้นซึ่งเห็นได้จากระบบการเล่นที่กุนซืออิตาเลียนเลือกใช้ ในช่วงแรกของการคุมทีม อัลเลกรียังคงยึดระบบ 3-5-2 ที่คอนเต้เคยใช้มาก่อน แต่ในที่สุดก็ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนและเปิดทางให้กับระบบ 4-3-1-2 ที่อัลเลกรีเชื่อว่าเป็นระบบที่เหมาะกับการแข่งขันในยุโรปมากกว่า และยูเวนตุสก็สลับปรับเปลี่ยนระหว่างการใช้ทั้งสองระบบโดยขึ้นอยู่กับคู่แข่งที่พบและสถานการณ์ในสนามที่ต้องเจอ บางครั้งยูเวนตุสสามารถเปลี่ยนแปลงใช้ทั้งสองระบบในเกมเดียวกัน

Champions League finalist Allegri gets the plaudits from Barcelona

Champions League finalist Allegri gets the plaudits from Barcelona

นักวิจารณ์ส่วนหนึ่งอาจยังมองว่าอัลเลกรีโชคดีที่ได้สืบทอดการคุมทีมที่มีนักเตะพรสวรรค์ชั้นดีและนั่นคือเหตุผลเบื้องหลังความสำเร็จในฤดูกาลนี้ก็เป็นผลต่อเนื่องมา แต่มุมมองนั้นยังถือว่าเป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเกมฟุตบอลชนิดที่พลาดเป้าไปมาก

ความสำเร็จของอัลเลกรีมาจากการรวบรวมความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะยูเว่เข้ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียวที่ทำงานได้ด้วยได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายเป็นทีมที่ประสบผลสำเร็จได้มากกว่าส่วนประกอบต่างๆ ที่รวมกันเข้ามาเสียอีก แม้ความสามารถและพรสวรรค์ของนักเตะอย่างพอล ป็อกบา, คาร์ลอส เตเบซ, จีจี้ บุฟฟ่อน และอาร์ตูโร่ บิดัล มีส่วนช่วยยูเวนตุส แต่อัลเลกรีก็สมควรที่จะได้รับคำชื่นชมจากการที่สามารถพายูเวนตุสคว้าแชมป์ลีกและแชมป์โคปปา อิตาเลีย รวมถึงสามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 

และหากคุณสงสัยว่าตอนนี้มือมืดที่ขว้างไข่ใส่อัลเลกรีจะเป็นอย่างไรบ้าง เราคิดว่าหลังจากที่เอาไข่ไปขว้างอัลเลกรีแล้วก็คงไมมีอะไรจะกิน จนต้องกลืนน้ำลายตัวเองไปวันๆ เท่านั้น

มองแท็คติก กับ ไมเคิล ค็อกซ์

“แม้จะเปิดตัวท่ามกลางเสียงถอนหายใจของแฟนฟุตบอลยูเวนตุสเมื่อปีที่แล้ว แต่แม็กซ์ อัลเลกรี สามารถพายูเวนสุตคว้าแชมป์ในประเทศ 2 รายการและผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และเมื่อมองว่าก่อนหน้านี้อัลเลกรีเคยคว้าแชมป์เซเรีย อา กับมิลานมาแล้วในปี 2011 ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์ที่หยุดความยิ่งใหญ่ต่อเนื่อง 5 ปีของอินเตอร์ ก็จะเห็นได้ว่าออกจะเป็นเรื่องแปลกพิกลอยู่ที่อัลเลกรีไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้จัดการทีมฝีมือเยี่ยมคนหนึ่งในวงการฟุตบอล”

“ความสำเร็จของอัลเลกรีกับมิลานส่วนใหญ่มาจากการปล่อยให้นักเตะประสบการณ์สูงมีโอกาสได้ใช้ประสบการณ์ให้เป็นประโยชน์ มิลานเป็นทีมที่มีนักเตะอายุมากซึ่งมาพร้อมกับประสบการณ์และความรอบรู้ มีแนวรับที่รู้ว่าจะยืนตำแหน่งของตนเองอย่างไร มิดฟิลด์ที่เล่นร่วมกันมาแล้วหลายปี และมีซลาตัน อิบราฮิโมวิชยืนเป็นกองหน้า แม้ว่ามิลานจะทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจนัก คือเก็บชัยชนะได้แบบหวุดหวิดหวาดเสียวและเล่นด้วยระบบ 4-3-2-1 ที่เชื่องช้า แต่ก็ยังเป็นระบบทีมที่มีผลงาน”

“ในระยะเริ่มต้นกับยูเวนตุส ระบบการเล่นของอัลเลกรีก็เป็นเช่นเดียวกับที่คาดกันไว้ นั่นคือไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบเดิมของอันโตนิโอ คอนเต้จนต่างจากเดิมแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ในช่วงแรกอัลเลกรียังมุ่งมั่นกับการใช้ระบบ 3-5-2 แต่หลังจากนั้นก็เริ่มจะได้เห็นว่ามีการตัดสินใจเปลี่ยนแนวทางและสลับมาใช้ระบบกองหลัง 4 ตัวร่วมกับการวางมิดฟิลด์ระบบไดมอนด์ ต่อด้วยการเปลี่ยนแท็กติกของยูเว่ และในที่สุดก็ถึงขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน คือการใส่ความเป็นตัวตนของอัลเลกรีลงไปในทีม”

“ปรัชญาฟุตบอลเป็นเรื่องยากที่จะตีความ แต่แท็กติกฟุตบอลและการตัดสินใจเลือกใช้แท็กติกต่างหากที่มีส่วนสำคัญในความสำเร็จ ยกตัวอย่างเช่น อัลเลกรีสั่งให้ยูเว่เปิดบอลยาวไปหาคาร์ลอส เตเบซ และอัลวาโร่ โมราต้า ซึ่งนั่นเป็นการเลี่ยงไม่ปะทะกับมิดฟิลด์ของดอร์ทมุนด์ที่โดดเด่นในการเล่นเกมเพรสซิ่งกลางสนาม ผลก็คือยูเวนตุสสามารถเอาชนะดอร์ทมุนด์ไปได้ 3-0”

FourFourTwo ภูมิใจเสนอ 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก: 50-46 • 45-41 • 40-36 • 35-31 • 30-26 • 25-21 • 20-16 • 15-11 • 10 • 9 • 8 • 7 • 6 • 5 • 4 • 3 • 2 • 1

#FFT50MANAGERS

อ่านต่อ FourFourTwo จัดเต็ม 50 สุดยอดกุนซือลูกหนังโลก 2015

Check out FourFourTwo Polls and Contests on LockerDome on LockerDome