Stories

2011 เด็กเทพครองเมือง : ขุดจุดกำเนิดทีมชาติไทยยู 19 ชิงแชมป์เอเชีย

นี่คือทีมชาติไทยชุด ยู-19 ที่ดีที่สุดชุดหนึ่งในประวัติศาสตร์ลูกหนังไทย...

We are part of The Trust Project What is it?

ผู้คนมากมายบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทีมชุดนี้ควรได้ไปเล่นฟุตบอลเยาวชน 19 ปีชิงแชมป์โลก รอบสุดท้าย แต่...ก็ยังเป็นแค่ความฝันเท่านั้น

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

พีรวัตร สืบสวัสดิ์นิติกุล

ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, อดิศร พรหมรักษ์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม กำลังหลักทีมชาติไทยในยุคปัจจุบันก็ก้าวมาจากทีมชุดนั้น พวกเขาเปรียบประหนึ่งว่าเป็นโกลเดน เจเนเรชั่น (Golden Generation) ต่อจากยุคดรีมทีม

โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ขอพาท่านผู้อ่านย้อนเวลากลับไปในปี 2011 กับจุดเริ่มต้นของทีมชุดนี้ ที่ต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคมากมาย แต่อะไรทำให้พวกเขากลายเป็นผู้เล่นยุคทองของไทย? “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม ร่ายเวทนตร์อะไรให้ทีมชุดนี้? ติดตามได้ที่นี่

การเตรียมตัวที่แสนล่าช้า

30 มีนาคม พ.ศ.2554 ณ ห้องประชุมสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย พิธีจับฉลากแบ่งสาย ฟุตบอล “เอเอฟซี ยู-19 แชมเปี้ยนชิพ 2012” รอบคัดเลือก ทีมชาติไทยดูจะโชคร้ายไปสักหน่อยเมื่อต้องโคจรมาอยู่ในกลุ่มอี ที่มีญี่ปุ่น และ เกาหลีใต้ 2 ชาติมหาอำนาจลูกหนังของทวีปร่วมกลุ่ม พร้อมด้วยอีก 3 ชาติอย่าง ไต้หวัน, ฮ่องกง และ กวม

“ไม่รอด ยังไงก็ไม่รอด” สมชาย ชวยบุญชุม บ่นกับตัวเอง... “คือตอนนั้นไม่ได้สนใจหรอก แต่เห็นข่าวจับฉลากว่าไทยอยู่ในสายที่มีญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ ก็คิดว่าคนเป็นโค้ชนั้นโชคร้ายสุดๆ”

“ตอนเห็นข่าวจับฉลากทางหนังสือพิมพ์ ก็คิดว่าทีมชาติไทยโชคร้ายมากๆ ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าชุดไหน พออ่านรายละเอียดข่าวดีๆ เฮ้ย! รุ่นเรานี้หว่า ตอนแรกก็หวั่นๆนะ แต่พอรู้ว่าแข่งที่เมืองไทย ผมว่าเราก็น่าจะสู้ได้” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ กล่าว

“มันเป็นงานที่หนักมากเมื่อต้องมาเจอกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ไม่คิดหรอกว่าเราจะผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายได้ ตอนนั้นคิดอย่างเดียวว่า ถ้าได้ติดทีมชุดนั้นก็จะทำให้เต็มที่ที่สุด” “บาส” ปกรณ์​ เปรมภักดิ์ เล่าย้อนความหลังเมื่อ 7 ปีก่อน

โค้ชฝีมือดีมากมายมักยื่นโปรโฟล์ให้กับสมาคมฟุตบอลฯ เพื่อเสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่ผู้ฝีกสอนทีมชาติไทยในเยาวชนชุดต่างๆ แต่สำหรับชุด ยู-19 หนนี้ไร้เงากุนซือหาญกล้าที่จะเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงกับภารกิจนี้ หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะช่วงดังกล่าว เป็นเวลาที่ฟุตบอลลีกกำลังเริ่มบูมโค้ชดีๆ ต่างก็ไปรับงานสโมสรกันหมด

“โค้ชส่วนใหญ่ก็อยากคุมทีมชาติทั้งนั้น ไม่ว่าจะชุดไหน มันก็เหมือนนักเตะที่อยากเล่นทีมชาตินั้นแหละ ผมไม่กล้าเสนอตัวหรอก โค้ชสมชายใครจะเอา (ฮ่าๆๆ) ถ้าผมรู้นะว่าไม่มีคนเสนอตัว ผมไปคนแรกแล้ว” สมชาย ชวยบุญชุม ย้อนความหลังเมื่อครั้งที่ยังไม่เข้ารับงานคุมทีมชาติชุดนั้น

3 เดือนผ่านไป สมาคมฟุตบอลฯ เพิ่งจะเริ่มนับหนึ่งสำหรับฟุตบอล “เอเอฟซี ยู-19 แชมเปี้ยนชิพ2012” รอบคัดเลือก ที่ประเทศไทยรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพในกลุ่มอี โดยเปิดรับสมัครกุนซือมาทำหน้าที่เฮดโค้ชของทีมชาติไทยชุดนี้ แบบเงียบๆ... เงียบเสียจนไม่มีกุนซือคนไหนเสนอตัวเข้ามาทำงานชิ้นนี้

“ผมได้รับโทรศัพท์จากพี่สามารถ (สามารถ มะลูลีม หนึ่งในสภากรรมการสมาคมฟุตบอลในเวลานั้น) ว่าสนใจมาคุม 19 ปีทีมชาติหรือเปล่า ก็แปลกใจว่าทำไมถึงมาชวนผม ก็เลยตอบตกลงว่าสนใจที่จะไปทำงานนี้” “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม พูดถึงจุดเริ่มต้นรับงานคุมทีมเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย แบบงงๆ

“ที่ตกใจกว่านั้นก็คือ มีโค้ชที่เสนอตัวรับงานนี้แค่ 2 คนเท่านั้น มีผมกับไอ้โค้ชเก่าเทโร (แอนดรูว์ ออร์ด) เท่าที่รู้มาปกติจะมีคนเสนอตัวให้สมาคมฯ เลือกอย่างน้อยๆก็ 4 - 5 คน แต่ครั้งนี้มีแค่ 2 พี่สามารถก็มาแอบกระซิบบอกผมว่ายังไงๆ ผมก็ได้ทำงานนี้แน่ๆ” “น้าฉ่วย” เท้าความ

ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม ใกล้แยกทางกับ “กระต่ายป่า” จันทบุรี เอฟซี อดีตทีมบุญทุ่มแห่งศึกดิวิชั่น 1 และเฝ้ารอคอยที่จะได้เริ่มงานคุมทีมชาติไทย ชุดเยาวชนเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ไม่เลือก  “น้าฉ่วย”

“ทำไงได้ ก็เขาไม่เอาผมนิ” “น้าฉ่วย” ย้อนความรู้สึกเมื่อรู้ว่าสมาคมฯ ตัดสินใจเลือก แอนดรูว์ ออร์ด “เอาตรงๆนะ ตอนนั้นก็เสียใจ เพราะเราตั้งความหวังไว้เยอะ พอรู้ว่าไม่ได้งานคุมทีมชาติก็มองหางานสโมสรทำทันที...แต่ความจริงก็ใกล้ได้งานสโมสรใหม่แล้วล่ะ”

กุนซือผู้พา “ปลาทูคะนองศึก” สมุทรสงคราม เอฟซี ทีมจากจังหวัดเล็กๆ ผงาดยืนหยัดบนลีกสูงสุดได้อย่างไม่อายใคร ถือคติชีวิตต้องเดินหน้า เตรียมเดินทางไปคุยรายละเอียดกับว่าที่สโมสรใหม่ แต่ระหว่างทาง  เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น - สามารถ มะลูลีม สภากรรมการสมาคมฟุตบอลเวลานั้นติดต่อกลับมาหาเขาอีกครั้ง

“ตอนแรกเราก็คิดว่าพี่สามารถจะโทรมาปลอบใจผมที่ไม่ได้รับงาน แต่ไม่ใช่...” สมชาย ชวยบุญชุม เริ่มกล่าวถึงบทสนทนาในสายโทรศัพท์ครั้งนั้น

“ฉ่วย รับงานไหนไปหรือยัง” เสียงของ สามารถ มะลูลีม อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ “สรุปสมาคมฯให้ฉ่วยคุมเด็ก 19 ปีนะ อาทิตย์หน้าก็เริ่มงานเลย ต้นเดือนหน้าไปชิงแชมป์อาเซียนที่พม่า”

สมชาย ชวยบุญชุม อึ้งเล็กน้อย... เขามีเวลา 20 วันเพื่อเตรียมทีมเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย ไปสู้ศึกฟุตบอล “เอเอฟเอฟ ยู-19 แชมเปี้ยนชิพ” ทัวร์นาเม้นต์เตรียมทีมก่อนสู้ศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก

“ตอนนั้นเรารู้สึกเหมือนเอาเรามาฆ่าชัดๆ จะไม่รับก็ไม่ได้ เพราะนี่คือโอกาสเดียวในการทำงานเพื่อชาติ” “น้าฉ่วย” กล่าวหลังจากรับงาน

จำวันแรกที่คัดตัวได้อยู่เลย ไอ้เด็กๆที่มาคัดเดินผ่านผมหน้าสนาม ไม่มีใครยกมือไหว้เลย เดินผ่านเฉยๆ ก็เพราะพวกมันยังไม่รู้ว่าผมคือโค้ชสมชาย - สมชาย ชวยบุญชุม

ณ ตอนนั้นการเตรียมทีมยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยแม้แต่น้อย ยังไม่มีตัวผู้เล่น ยังไม่มีแผนใดๆ -  กุนซือใหม่ป้ายแดงเริ่มงานแรกแบบฉุกละหุกด้วยการประกาศเรียนนักเตะเยาวชนที่เกิดหลัง 1 มกราคม พ.ศ.2536 มาคัดตัวเพื่อไปสู้ศึกชิงแชมป์อาเซียน อย่างเร่งด่วน

“แค่คัดตัวก็ปาไปเกือบ 10 วันแล้ว ไอ้ครั้นจะไปเอานักเตะดีๆจากอคาเดมี่สโมสรใหญ่ๆ เขาก็ไม่ให้อีก โชคดีที่นักเตะดังๆชุดนั้นบางคนมาได้ จริงๆแล้วผมแทบไม่รู้จักนักเตะคนไหนเลย อีกอย่างนักเตะก็ไม่รู้ว่าผมเป็นใครด้วย (หัวเราะ)”

“จำวันแรกที่คัดตัวได้อยู่เลย ไอ้เด็กๆที่มาคัดเดินผ่านผมหน้าสนาม ไม่มีใครยกมือไหว้เลย เดินผ่านเฉยๆ ก็เพราะพวกมันยังไม่รู้ว่าผมคือโค้ชสมชาย” สมชาย ชวยบุญชุม พูดถึงบรรยากาศที่ท้าทายแบบสุดๆ

“ผมเดินทางมาจากชลบุรี ตอนแรกจะมาคัดนักเรียนไทย แต่เปลี่ยนใจมาคัดทีมชาติดีกว่า” นิติพงษ์​ เสลานนท์​ แบ็คขวาการท่าเรือไทย เริ่มเล่าถึงอดีต

“ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือโค้ช รู้แค่ว่าชื่อสมชาย พอตอนเข้าแถวที่สนามเห็นก็ตกใจเล็กน้อย เพราะผมเพิ่งเกือบวิ่งชนแกที่หน้าสนามก่อนมาเข้าแถว”

บททดสอบที่ 1  

“เรามีเวลาเตรียมตัวกันน้อยมาก รวมทีมกันจริงๆก็แค่ 2 สัปดาห์ก่อนแข่ง ส่วนใหญ่ก็วิ่งเอาแรงตามสไตล์น้ากับลงทีมอุ่นเครื่อง รูปแบบการขึ้นเกมหรือการเล่นอะไร ไม่ได้ซ้อมกันหรอก น้าแกก็สอนในกระดานเท่านั้น แต่ทุกคนก็เข้าใจเพราะเวลามีจำกัด” ปกรณ์ เปรมภักดิ์ เล่าผ่านโฟร์โฟร์ทู ถึงช่วงเตรียมทีมก่อนสู้ศึกชิงแชมป์อาเซียน

สมชาย ชวยบุญชุม เจองานที่ท้าทายทั้งข้อจำกัดด้านเวลา และนักเตะ…หลายสโมสรไม่ได้ให้ความร่วมมือในการปล่อยตัวผู้เล่นออกมารับใช้ชาติ -   “ก็คิดแล้วว่าถ้าชิงแชมป์อาเซียน ไม่ได้แชมป์นะ กลับมาก็คงโดนเละ” สมชาย กล่าว

อย่างไรก็ตามมาตรฐานเด็กไทยยังเหนือกว่าเพื่อนบ้าน...ขุนพลนักเตะเยาวชน 19 ปีที่มีเงื่อนไขเตรียมทีมค่อนข้างจำกัดกลับออกสตาร์ทได้ดี หลังชนะ มาเลเซีย 1-0, ชนะ กัมพูชา 5-0, ชนะ ฟิลิปปินส์ 5-0 และชนะสิงคโปร์ 3-0 ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศในฐานะอันดับ 1 สายเอ โดยในรอบรองชนะเลิศเฉือนชนะเมียนมา 2-1 ต่อหน้าแฟนบอลเจ้าภาพหลักหมื่นคน ณ ธูวันนา สเตเดี้ยม  และในรอบชิงชนะเลิศเอาชนะจุดโทษ เวียดนาม 5-4 (เสมอกันในเวลา 1-1) คว้าแชมป์มาครอง ถือเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยมของ “น้าฉ่วย” ภายใต้การทำงานที่แสนฉุกละหุก

“หากเราไม่ได้แชมป์วันนั้นก็คงขาดความมั่นใจไปเยอะเลย” ธนากร สายปัญญา กัปตันทีมเยาวชน 19 ปีชุดดังกล่าวเผย

ทั้งนี้ทั้งนั้นชัยชนะในภารกิจแรกที่เมียนมา ไม่ได้ทำให้ “น้าฉ่วย” มั่นอกมั่นใจ เพราะความแข็งแกร่งของญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ เหนือกว่าทีมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกคนละขั้น แต่การเผชิญหน้ากับทีมเพื่อนบ้าน ในรุ่นอายุที่มากกว่าในศึกแม่โขง คัพ อีก 2 สัปดาห์ถัดไป (ชาติอื่นใช้ผู้เล่นอายุ 21 - 23 ปี) น่าจะช่วยให้ “น้าฉ่วย”, ทีมงาน, และนักเตะเห็นอะไรบางอย่างชัดเจนขึ้น

“กลับมาจากพม่าเราก็ต้องเตรียมทีมต่อเลย เพราะอีก 2 สัปดาห์ต้องไปเล่นแม่โขง รายการนี้เราต้องไปสู้กับนักเตะอายุ 21-23 ปี นี่ล่ะได้ทดสอบทีมของจริง” สมชาย ช่วยบุญชุม กล่าว

Pages

Topics