4 ยุทธวิธีพิชิตเรือใบ : เมื่อโทสะจะทำให้มูรินโญ่เหนือกว่าเป็ป

มูรินโญ่ไม่ใช่กุนซือที่ขึ้นชื่อเรื่องการเล่นเพรสซิ่งเหมือนที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ , เมาริซิโอ้ โปเช็ตติโน่ หรือ เป็ป กวาร์ดิโล่า

แต่กุนซือชาวโปรตุกีสนั้นช่ำช่องในการใช้เกมแท็คติกตั้งเกมรับให้เเน่นและใช้การโจมตีเพียงไม่กี่ครั้งเข้าใส่จุดตายของคู่แข่งที่กำลังเมามันกับเกมการเล่นเกมรุกอย่างไม่ลืมหูลืมตา

นี่อาจเป็นแนวโน้มที่เราอาจจะได้เห็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้รับมือกับเพื่อนบ้านจอมแสบของพวกเขาอย่าง แมนฯ ซิตี้ สิ่งเหล่านี้มันอาจจะตรงข้ามกับ 2-3 เกมแรกในพรีเมียร์ลีกที่ผ่านมาที่พวกเขาเป็นฝ่ายครองบอลได้มากกว่า แต่การเจอกับซิตี้มันเป็นคนละเรื่องกัน และช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ มูรินโญ่ จะหยิบแท็คติคสร้างชื่อของเขาขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง

Pep Guardiola, Jose Mourinho

พบกันอีกครั้ง

หลุดออกจากพันธนาการ

ผลที่ตามมาจากการได้นักเตะที่ลงล็อคตามที่เขาต้องการนั่นคือการเติมเต็มแท็คติครวมถึงการไล่และครองเกมเหนือคู่แข่ง

แท็คติกที่ กวาร์ดิโอล่า ใช้อยู่เสมอมานับตั้งแต่สร้างชื่อกับ บาร์เซโลน่า นั้นคือการปูพรมกระหน่ำใส่คู่แข่งแบบไม่ได้หายใจหายคอ ส่วนผสมของมันประกอบด้วย การเพรสซิ่งสูง เคลื่อนบอลให้เร็ว และ และเริ่มเซ็ตเกมตั้งแต่แนวรับ ในซัมเมอร์นี้ เป็ป ตัดสินใจปล่อย โจ ฮาร์ท ที่เคยเป็นส่วนสำคัญของทีมออกไป และสร้างแนวรับชุดใหม่ที่ประกอบด้วย จอห์น สโตนส์ (47.5 ล้านปอนด์) และ เคลาดิโอ บราโว (15 ล้านปอนด์)

ผลที่ตามมาจากการได้นักเตะที่ลงล็อคตามที่เขาต้องการนั่นคือการเติมเต็มแท็คติครวมถึงการไล่และครองเกมเหนือคู่แข่ง พวกเขาจะเคลื่อนที่กันอย่างว่องไวและแม่นยำเหมือนที่เขาเคยทำใส่เวสต์แฮมในช่วงครึ่งแรกของเกมที่ผ่านมา แต่ก็มีบางช่วงที่การไล่เพรสซิ่งสูงจนถึงหน้าประตูของเวสต์แฮมทำให้พื้นที่ด้านหลังของพวกเขาเปิดกว้าง และความจริงคือการผ่านบอลของลูกทีมกวาร์ดิโอล่าตอนนี้ยังไม่สามารถทำได้สมบูรณ์แบบอย่างเมื่อครั้งอดีต นั่นทำให้รู้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดกับการเจอกับ ซิตี้ ในเวลานี้คือยืนโซนป้องกันให้ต่ำเพื่อไม่ให้เสียประตูแรกและใช้เกมโต้กลับทันทีหากคุณสามารถยิงประตูนำพวกเขา 1-0

ฆ่าให้ได้ภายใน 20 วินาที

มาดริด ไล่เพรสซิ่งใส่ บาร์เซโลน่า ในทุกพื้นที่ของสนามจนทำให้ บิคตอร์ บัลเดส ผ่านบอลสั้นๆพลาดจนเป็นสาเหตุให้ คาริม เบนเซม่า ยิงประตูขึ้นนำไปก่อนในช่วงเวลาแค่ 20 วินาทีเท่านั้น

มีตัวอย่างที่สามารถแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนคือเหตุการณ์ในนัดชิงชนะเลิซ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2009 ครั้งนั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ให้ลูกทีมของเขาไล่บีบพื้นที่บาร์เซโลน่าจนถึงตัวของ บิคตอร์ บัลเดส ช่วงเวลาแค่ไม่กี่วินาทีพวกเขาทำให้ บาร์เซโลน่า ต้องส่งคืนหลังไปถึงผู้รักษาประตูและผ่านไปเพียง 90 วินาทีลูกฟรีคิกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็เกือบจะถูก ปาร์ค จี ซอง ตามซ้ำเข้าไปได้ เชื่อหรือไม่ว่าในเกมนั้นช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 10 นาที ยูไนเต็ด มีโอกาสยิงประตูถึง 5 ครั้ง ขณะที่ บาร์เซโลน่า ยังไม่ได้ยิงแม้แต่ครั้งเดียว แม้ว่าเกมดังกล่าวจะจบลงด้วยชัยชนะของ บาร์เซโลน่า เเต่ กวาร์ดิโอลา ก็ยอมรับหลังเกมว่า "เราโชคดีมากๆที่รอดพ้นการเสียประตูในช่วงต้นเกม"

ในเดือน ธันวาคม 2011 มูรินโญ่ก็ใช้แท็คติคแบบนี้เช่นกันในเกม "เอล กลาซิโก้" ที่สนาม ซานติอาโก เบอร์นาเบว ... เรอัล มาดริด ไล่เพรสซิ่งใส่ บาร์เซโลน่า ในทุกพื้นที่ของสนามจนทำให้ บิคตอร์ บัลเดส ผ่านบอลสั้นๆพลาดจนเป็นสาเหตุให้ คาริม เบนเซม่า ยิงประตูขึ้นนำไปก่อนในช่วงเวลาแค่ 20 วินาทีเท่านั้น แม้ในเกมนั้นกวาร์ดิโอล่าจะเเก้เกมกลับได้อย่างเฉียบขาดและกลับมาคว้าชัยชนะด้วยสกอร์ 3-1 อย่างไรก็ตามแท็คติคเพรสซิ่งของในช่วงต้นเกมก็เห็นผลอย่างชัดเจน

ตัวอย่างสุดท้ายเกิดขึ้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเป็นเกมแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ที่ แอตฯ มาดริด ลงเล่นในบ้านพบกับ บาเยิร์น มิวนิค ... ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือของตราหมีจัดการใช้แท็คติควิ่งไล่และสร้างความกดดันใส่เสือใต้ในช่วง 15 นาทีแรกแบบเต็มรูปแบบบ นั่นทำให้ บาเยิร์นโดนดีเข้าให้ตั้งแต่นาทีที่ 11 จากผ่านบอลด้วยผู้เล่นเพียง 3 คนและจบลงด้วยการยิงของ ซาอูล นิเกซ ซึ่งผลการเเข่งขันในเกมนั้น แอตฯ มาดริด ชนะ บาเยิร์นไป 1-0

Atletico Madrid

ซิตี้ยังคงต้องใช้เวลาเพื่อตั้งหลัก

ผู้เล่นคือของขวัญสำหรับกุนซือแต่หากนักเตะจะซึมซับระบบการเล่นของ กวาร์ดิโอล่า ได้นั้นพวกเขาต้องการเวลามากกว่า 1 เดือน

หากดูจากสองตัวอย่างที่ได้ยกมาก่อนหน้านี้ มันอาจจะเวิร์คสำหรับ ยูไนเต็ด ในแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เกมแรกของฤดูกาลก็เป็นได้ เพราะทั้ง มาดริด และ แอตฯ มาดริด ก็ทำประตูได้ตั้งแต่ต้นเกมด้วยแรงบันดาลใจจากเสียงเชียร์จากแฟนบอลของพวกเขา เช่นเดียวการปลุกเราจากเสียงแฟนบอลในโอลด์ แทรฟฟอร์ด จะทำให้เกม ดาร์บี้ แมตช์ เกมนี้สนุกขึ้นอย่างแน่นอน

นอกเหนือจากความแข็งแกร่งทางด้านแท็คติกแล้ว เหล่าลูกทีมของเป็ปก็มีผลไม่น้อย บัลเดส และ มานูเอล นอยเออร์คือนายทวารที่เล่นบอลกับเท้าได้ดี นอกจากนี้ในตำแหน่งกองหลังก็ประกอบด้วยปราการที่แข็งแกร่งอย่าง เคราร์ด ปีเก้ เเละ เจอโรม บัวเต็ง เพลย์เมคเกอร์ผู้ควบคุมจังหวะอย่าง ชาบี และ ธิอาโก้ อัลคันทาร่า และมิดฟิลด์ตัวรับที่มีชั้นเชิงสูงอย่าง เซร์คิโอ บุสเก็ต และ ชาบี อลอนโซ่ ที่แทบจะไม่มีการเสียบอลง่ายๆให้เห็นเลย

ซาอูลพังประตูบาเยิร์น มิวนิค

สำหรับตอนนี้ ซิตี้ ยังต้องเพิ่มมาตรฐานเหล่านี้อีก ผู้เล่นคือของขวัญสำหรับกุนซือแต่หากนักเตะจะซึมซับระบบการเล่นของ กวาร์ดิโอล่า ได้นั้นพวกเขาต้องการเวลามากกว่า 1 เดือนเพื่อจะเล่นได้อย่างไร้ที่ติ เกมนี้ บราโว่ อาจจะได้ลงเปิดตัวในทันที เขายังไม่เคยลงเล่นกับเพื่อนร่วมทีมชุดนี้เลยซักครั้ง และความสัมพันธ์ของนักเตะในทีมของ ซิตี้ อาจจะยังไม่ถูกละลายพฤติกรรมแบบเต็มที่เหมือนที่ บาร์เซโลน่า และ บาเยิร์น ที่ เป็ป เคยสร้างสรรค์สิ่งเหล่านี้

ตอนนี้ จอห์น สโตนส์ ยังไม่ใช่กองหลังในระดับเดียวกับ ปีเก้ หรือ บัวเต็ง และฟูลแบ็คของทีมในตอนนี้ก็ยังต้องเรียนรู้บทบาทใหม่ๆอีก มิดฟิลด์ตัวรับอย่าง แฟร์นันดินโญ่ อาจจะเป็นนักเตะที่ดีที่ก็ยังไม่ครบเครื่องเท่า บุสเก็ต หรือ อลอนโซ่ ที่ออกบอลเเดนหลังเพื่อสร้างจังหวะในเกมได้อย่างไร้ที่ติ

Sergio Busquets

กวาร์ดิโอลาไม่มีกองกลางคู่ใจอย่าง เซร์คิโอ บุสเก็ตส์อีกแล้ว

สัญญาณของความไม่มันคง

ความดุดันของ ซิตี้ อาจผันผวนตามสภาพจิตใจของคู่แข่ง พวกเขาเริ่มเกมแรกของฤดูกาลด้วยการเสียฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษให้กับ ซันเดอร์แลนด์ หลังจากที่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ หลุดตำแหน่ง ขณะที่อีกจังหวะหนึ่งคือการออกบอลพลาดชอง วิลลี่ กาบาเยโร่ ที่ทำให้ ดันแคน วัตมอร์ เริ่มสร้างความอันตายให้แก่แนวรับของพวกเขา

Manchester City

ถัดมาอีก 2 เกมปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขในเกมที่พบกับ สโต๊ค  เมื่อ กาบาเยโร่ ยังมีอัตราการจ่ายบอลสำเร็จเพียง 58.3% เท่านั้น

Willy Caballero

ปัจจัยดังกล่าวนี้อาจทำให้ มูรินโญ่ เห็นอะไรขึ้นมาบ้างอาทิเช่นการเล่นเกมบุกตั้งแต่วินาทีแรก นักเตะของเขาได้รับการชื่นชมมากมายสำหรับการเล่นยามไม่มีบอลตลอด 3 เกมแรกในลีก และดูเหมือนว่าเกมรับของพวกเขาก็ดูจะดีกว่า เรอัล มาดริด ชุดปี 2011 เสียอีก ... แน่นอนว่าวันเสาร์นี้แท็คติกจะเป็นจุดเริ่มต้นสู่การเฉลิมฉลองและเป็นผู้ชนะ