FourFourTwo พรีวิว 2015/16: เลสเตอร์ซิตี้

จิ้งจอกสยามต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้ายกว่าจะได้อยู่รอดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว แต่ผลงานฤดูกาลหน้าจะเป็นอย่างไรหลังเสริมตัวอย่างหนักในช่วงฤดูร้อน 

เสถียรภาพเป็นเรื่องดี แต่บ่อยครั้งสถานการณ์มักจะไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่นัก ในบรรดา 8 ทีมท้ายตารางพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว มีอยู่ 5 ทีมที่เปลี่ยนผู้จัดการทีม

2 ใน 3 ทีมที่ไม่เปลี่ยนผู้จัดการทีม (ฮัลล์และเบิร์นลีย์) ก็ตกชั้นไปเรียบร้อย ส่วนเลสเตอร์แม้จะไม่เปลี่ยนผู้จัดการทีมไนเจล เพียร์สัน แต่ก็ยังสามารถเอาตัวรอดอยู่ในพรีเมียร์ลีกได้ในที่สุด

แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดชะตาพลิกผัน เมื่อมีคลิปฉาวเซ็กซ์หมู่ระหว่างที่เลสเตอร์ซิตี้เดินทางมาทัวร์กรุงเทพซึ่งหนึ่งในนั้นคือเจมส์ เพียร์สัน นักเตะดาวรุ่งลูกชายของกุนซือไนเจล เพียร์สัน จนทำให้กุนซือที่พาเลสเตอร์รอดตกชั้นต้องถูกเด้งพ้นเก้าอี้แบบฉับพลัน และเลสเตอร์แต่งตั้งเคลาดิโอ รานิเอรี่กุมบังเหียนจิ้งจอกแทนด้วยสไตล์การคุมทีมที่แตกต่างกันชัดเจน แต่ถึงแม้จะยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง แต่เชื่อว่าฤดูกาลหน้าที่คิงพาวเวอร์ สเตเดี้ยม ไม่น่าเบื่อแน่นอน 

จากใจแฟนจิ้งจอก

เดวิด บราวน์ แฟนตัวจริงจิ้งจอกสยาม (และผู้เขียน FoxesTalk) พูดถึงฤดูกาลหน้าของเลสเตอร์ซิตี้

นักเตะย้ายทีม

เข้า

  • คริสเตียน ฟุคส์ (ชาลเก้)
  • โรเบิร์ต ฮัธ (สโต๊ค) 
  • ชินจิ โอกาซากิ (ไมนซ์)

ออก

  • คริส วู้ด (ลีดส์)
  • แอนโนี่ น็อคอาร์ท (สตองดาร์ ลีเย่)
  • แม็ทธิว อัพสัน (ปล่อยตัว)
  • พอล กัลลาเกอร์ (เปรสตัน)
  • แกรี่ เทย์เลอร์-เฟล็ทเชอร์ (ปล่อยตัว)
  • คอนราด โลแกน (ปล่อยตัว)
  • ซูมานา บากาโยโก้ (ปล่อยตัว)
  • เอสเตบัน กัมบิอัสโซ (ไม่ต่อสัญญา)

เบื้องหลังความสำเร็จ

รานิเอรี่ ให้คำมั่นว่าจะไม่เปลี่ยนเลสเตอร์แบบยกเครื่อง ซึ่งฟังดูน่าชื่นใจสำหรับแฟนจิ้งจอกที่เห็นทีมฟุตบอลเล็กๆ นี้ดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยการเก็บชัยชนะ 7 เกมจาก 9 นัดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่แล้ว “ผมไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรในทีม นอกเสียจากจะเพิ่มเติมแท็คติกสไตล์อิตาเลียนของผม” อดีตกุนซือเชลซีกล่าวในงานแถลงข่าวเปิดตัว

แต่นั่นจะหมายความว่าอย่างไรก็คงได้แต่รอดูกันไป และถ้าหากรานิเอรี่รักษาคำมั่น เลสเตอร์ก็จะได้เริ่มต้นฤดูกาลใหม่ด้วยการต่อยอดผลงานยอดเยี่ยมก่อนปิดฤดูกาล 2014/15 จิ้งจอกเซ็นสัญญาคว้าตัวโรเบิร์ต ฮัธมาร่วมทีมเป็นการถาวรหลังจากฮัธที่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์กลายเป็นหลักของเกมรับ นอกจากนี้จิ้งจอกสยามยังคว้าตัวนักเตะทีมชาติญี่ปุ่น หนึ่งในสุดยอดดาวยิงบุนเดสลีกา ชินจิ โอกาซากิมร่วมทีม และปิดท้ายด้วยการเซ็นสัญญาคว้าตัวคริสเตรียน ฟุคส์ จากชาลเก้แบบไม่มีค่าตัวเพื่อเสริมแกร่งเกมรับ

ทีมนักเตะเลสเตอร์ที่ค่อนข้างจะลงตัวกันแล้ว ไม่มีปัญหาเรื่องอีโก้ในทีมและนักเตะทุ่มเทเล่นแบบสู้ตายซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้จิ้งจอกสยามมีความน่ากลัวมาก การมีกุนซือประสบการณ์สูงอย่างรานิเอรี่มาคุมทีมทำให้น่าเชื่อได้ว่าจะมีการเสริมเกมรับให้แข็งแกร่งมากขึ้นและเมื่อรวมกับสไตล์การเล่นบุกแหลกเหมือนในช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว เลสเตอร์น่าจะหายใจหายคอได้สบายขึ้นในฤดูกาลนี้

เบื้องหลังความล้มเหลว

ก่อนอื่นก็น่าจะเพราะการต้องเสียเอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ ที่เพิ่งปฏิเสธไม่ต่อสัญญากับสโมสร ซึ่งหลังจากนั้นรานิเอรี่ก็ออกมาบอกว่าต้องการจะ “หานักเตะที่เหมือนกัมบิอัสโซ่ให้ได้ก่อนเปิดฤดูกาล” นอกจากนั้นแล้วรานิเอรี่ยังต้องรีบสร้างมิดฟิลด์คุมเกมกลางสนามให้ได้ ยิ่งถ้ารวมกับแม็ตตี้ เจมส์ที่ยังไม่หายเจ็บ เคลาดิโอ รานิเอรี่คงต้องควักสมุดดำเล่มเล็กออกมาหาชื่อนักเตะได้แล้ว

นอกจากนี้ยังคงมีเรื่องความไม่แน่ใจในตัวผู้จัดการทีมคนใหม่ มีเสียงวิจารณ์กันหนาหูเมื่อมีการประกาศแต่งตั้งกุนซืออิตาเลียนเข้ามาคุมทีม แต่ถ้ามองข้ามการเป็นกุนซือต่างชาติที่ดูตลกๆ แล้วรานิเอรี่ก็เป็นกุนซือที่มีผลงานยอดเยี่ยมชัดเจนคนหนึ่ง แม้งานล่าสุดในการคุมทีมกรีซกลายเป็นหายนะ แต่ก่อนหน้านั้นผลงานของรานิเอรี่ที่โมนาโก โรม่า ยูเวนตุสและปาร์มาก็นับว่าประสบความสำเร็จ (นี่ยังไม่ได้พูดถึงเชลซี) และท่าทีสบายๆ ของรานิเอรี่ก็แสดงให้เห็นว่ากุนซืออิตาเลียนจะเริ่มต้นงานใหม่ด้วยการมองเกมในแง่ดี อย่างน้อยในช่วงแรกๆ เรียกได้ว่ามีความหวังเลยทีเดียว ที่เหลือก็คือต้องรีบทำให้นักเตะเค้นฟอร์มเก่งออกมาโชว์ใฟ้ได้

ท้ายที่สุด ยังคงมีคำถามถึงฮีโร่นายประตูของเลสเตอร์ซิตี้ที่ทำผลงานสุดยอดในช่วงฤดูกาลที่แล้วว่ายังคงจะอยุ่กับทีมต่อหรือไม่ ผลงาน 5 คลีนชีตใน 7 เกมหลังสุดช่วยให้เลสเตอร์ยังคงรอดอยู่ในพรีเมียร์ลีกได้ แต่ 31 เกมก่อนหน้านั้น แนวรับเลสเตอร์เสียประตูถล่มทลาย 51 ลูก และหากฤดูกาลนี้ต้องเจอกับแบบเดิมอีก แฟนจิ้งจอกก็คงได้แต่เซ็งไปอีกปี 

คำถามสำคัญ

1) เคลาดิโอจะลบคำสบประมาทได้หรือไม่

ก็คงไม่ต้องถึงขั้นโชว์การคุมทีมแบบสุดยอดหรอกนะ เพราะเจ้าของและแฟนฟุตบอลเลสเตอร์ซิตี้ก็ใช้ความอดทนทำใจกับฟอร์มของเลสเตอร์มานานแล้ว แต่ถ้าเปิดฉากฤดูกาลใหม่ได้ดีก็น่าจะช่วยสร้างโมเมนตัมให้กับการคุมทีมเลสเตอร์ได้ รานิเอรี่มักจะดูตึงๆ เมื่อถูกถามถึงการคุมทีมที่ผ่านมา แต่ในวัย 63 ปี อดีตนักเตะแดนมะกะโรนีก็พร้อมที่จะพบกับความท้าทายครั้งใหม่ “ผมอยากจะสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับทีมและไปให้ถึงเวทียุโรป” รานิเอรี่ยืนยัน

2) ชินจิ โอกาซากิ จะรุ่งหรือจะร่วง?

ดาวยิงเลือดซามูไรเพิ่งย้ายจากทีมไมนซ์ 05 ในบุนเดสลีกามาร่วมทีมเลสเตอร์ซิตี้เตรียมความพร้อมลงสนามในฤดูกาลที่สำคัญที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิตหลังจากโชว์ผลงาน 27 ประตูใน 65 เกมในการเล่นบุนเดสลีกาให้กับไมนซ์ แต่สิ่งแรกที่โอกาซากิจะต้องทำให้ได้ก็คือการปรับตัวเข้ากับระบบการเล่นแบบใหม่ รวมถึงภาษาอังกฤษ แต่การย้ายมาร่วมทีมจิ้งจอกสยามของโอกาซากิจะช่วยเสริมเกมบุกที่ประกอบด้วยลีโอ อัลลัว, อังเดร ครามาริช, เจมี่ วาร์ดี้ และริยาด มาห์เรซ

3) ขาดเอสเตบัน แล้วใครจะมาทดแทน

จนถึงตอนนี้ รานิเอรี่ยังไม่ได้วางตัวกัปตันทีมสำหรับฤดูกาลใหม่ อาจจะเพราะเวส มอร์แกนที่ต้องไปรับใช้ทีมชาติจาไมก้าทั้งในโกปาอเมริกาและคอนคาเคฟโกลด์คัพ แต่ไม่ใช่เพียงตำแหน่งกัปตันทีมที่รอให้กุนซือใหม่ตัดสินใจ ช่องว่างมิดฟิลด์หลังจากเอสเตบัน กัมบิอัสโซย้ายออกไปยังคงรอให้รานิเอรี่หาตัวแทนที่มีคุณภาพทัดเทียมกันหรือมากกว่ามาเติมเต็ม สองตัวเลือกที่น่าจับตามองก็คือนามปาลีส เม็นดี้ ของทีมนีซ ที่เคยโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมกับทีมโมนาโกภายใต้การคุมทีมของรานิเอรี่ และอีกรายหนึ่งคือเอ็นโกโล่ คานเต้ จากทีมก็อง

คีย์แมนคนสำคัญ: โรเบิร์ต ฮัธ

Robert Huth

หากไม่มีจอมแกร่งสัญชาติเยอรมันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เลสเตอร์ก็คงไม่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่านับตั้งแต่ย้ายมาจากสโต๊คและลงสนาม 5 เกมแรกกับจิ้งจอกสยาม ฮัธจะไม่พบกับชัยชนะเลยก็ตาม แต่หลังจากนั้นฮัธก็สามารถสร้างความประทับใจและกลายเป็นแนวป้องกันหลักของเลสเตอร์ทันทีที่สามารถรักษาเกมรับให้กับจิ้งจอกสยามที่เสียประตูเพียง 7 ลูกจากการลงสนาม 9 เกม

ซึ่งเรียกได้ว่าไม่น่าแปลกใจเลยสำหรับนักเตะชาวเมืองเบอร์ลินวัย 30 ปีที่ถูกซื้อตัวมาจากสโต๊คเป็นการถาวรด้วยค่าตัว 3 ล้านปอนด์ ซึ่งนับว่าเป็นดีลที่จะช่วยชีวิตจิ้งจอกในฤดูกาลนี้เลยก็ว่าได้

“ฟุตบอลเซ็กซี่มาถึงเลสเตอร์แล้วนะ” คือสิ่งที่สต็อปเปอร์ตัวเก่งทวีตในวันที่ตกลงเซ็นสัญญากับเลสเตอร์

จะเซ็กซี่หรือไม่เซ็กซี่ก็เถอะ สิ่งหนึ่งเลสเตอร์รู้แน่นอนก็คือโรเบิร์ต ฮัธนี่แหละคือสิ่งที่ทีมต้องการ

จบฤดูกาลแฟนฟุตบอลจะพูดว่า...?

“น่าเบื่อสุดๆ โค้ชอิตาเลียนก็มาทำอะไรได้นิดๆ หน่อยๆ กับแซะว่าจอร์จิโอส ซามาราสดูคล้ายแม่บ้านมีหนวด แล้วก็นะ...เหล้าอิตาเลียนไม่อร่อยเลยนะขอบอก”
“แต่ไนเจล เพียร์สันสุดยอดเลย พลิกฟอร์มซันเดอร์แลนด์เลยใช่มั้ยล่ะ นี่ขนาดพี่แกงดคุมทีมวันอังคารไปเลี้ยงนกกระจอกเทศในเขตอนุรักษ์สัตว์ก็ยังคุมทีมสุดยอดเลยนะ”