Golden Touch : 10 แข้งธรรมดากลายเป็นสตาร์ภายใต้น้ำมือคล็อปป์

การเปลี่ยนดินให้เป็นดาวคือคุณสมบัติที่ผู้จัดการทีมที่ดีควรจะมีเพราะนั่นเท่ากับว่าเขาได้ใช้ทรัพยากรที่มีได้อย่างคุ้มค่าและเต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ก็มีลักษณะที่เข้าเค้าเช่นกัน และวันนี้เราจะมาดูกันว่ามีนักเตะคนใดบ้างที่นายใหญ่ชาวเยอรมันจัดการปั้นพวกเขาจากดินสู่ดาว

1.โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในทุกวันนี้หากมีการจัดอันดับกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกจะต้องมีชื่อของ เลวานดอฟสกี้ อยู่ในลิสต์นั้นอย่างแน่นอน

เด็กหนุ่มชาวโปรเเลนด์เติบโตมาในครอบครัวนักกีฬา เลวานดอฟสกี้ เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับเยาวชนกับทีม เดลต้า วอร์ซอว์ ในปี 1997-2005 ก่อน เลเกีย วอซอว์ จะเห็นแววและดึงตัวเขามาเข้าทีมชุดอคาเดมี่

การได้อยู่กับทีมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดาวยิงชาวโปแลนด์ไม่เคยได้โอกาสลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่เกมเดียว เขาใช้เวลาซ้อมและลงเล่นในทีมสำรองเท่านั้น จนกระทั่งในที่สุดเขาก็ย้ายไปอยู่กับ นิคซ์ พรัสซคอฟ ทีมที่อยู่ ดิวิชั่น 3 ของประเทศเลยทีเดียว

แม้จะเป็นทีมเล็กๆแต่ที่นั่นก็เป็นเหมือนสังเวียนแรกของเขา เลวานดอฟสกี้ ลงเล่นให้กับ นิกซ์ ฤดูกาลแรกเขาก็จัดหนักเข้าให้ซะเเล้ว เจ้าตัวตะบันไปถึง 15 ประตูและช่วยให้ต้นสังกัดเลื่อนชั้นได้สำเร็จในฤดูกาล 2006-07 และมันไม่ใช่แค่ปีเดียวที่เขาทำได้แบบนั้น ในฤดูกาลต่อมาสำหรับ ดิวิชั่น 2 แม้จะเป็นลีกที่มาตฐานสูงขึ้นแต่เขาก็ยกระดับตัวเองขึ้นเช่นกัน เลวานดอฟสกี้ ยิงอีก 21 ประตูในฤดูกาลนั้นและพาทีมเลื่อนชั้นอีกครั้งแบบปีต่อปี

และการยิงประตูถล่มทะลายแบบนี้มีหรือที่อีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ในประเทศจะอยู่เฉยได้ เลช พอซนัน จัดการยื่นข้อเสนอ 1.5 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวเขามาร่วมทีมในปี 2008 และไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาตอบแทนค่าตัวได้คุ้มค่าแค่ไหน ตลอดระยะเวลา 2 ปีกับ พอซนัน เลวานดอฟสกี้ ลงสนามไปทั้ง 82 เกมและยิงไปอีก 41 ประตู นั่นเท่าๆกับว่าเขามีค่าเฉลี่ยการยิงประตู 1 ลูกในทุกๆ 2 เกม นอกจากนี้เขายังพาต้นสังกัดคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2009-10 พร้อมพ่วงรางวัลดาวซัลโวอีกด้วย

เมื่อการแข่งขันในประเทศไม่สามารถหยุดเขาได้ ก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองในเวทีระดับสูงกว่า โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยอมจ่ายเงินราว 4.5 ล้านยูโรเพื่อซื้อตัวเขามาล่าตาข่ายบนแผ่นดินเยอรมัน แน่นอนว่าการซื้อตัวอันเฉียบแหลมครั้งนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือของเสือเหลืองมีส่วนแบบเต็มๆ

ตลอดระยะเวลา 4 ปีกับ ดอร์ทมุนด์ และการร่วมงานจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ เลวานดอฟสกี้ ถูกยกย่องว่าเป็นกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดในบุนเดสลีกา เขาลงสนามไปทั้งหมด 187 นัดและยิงไป 103 พร้อมพาทีมกวาดความสำเร็จมากมายไม่ว่าจะเป็น แชมป์บุนเดสลีกา 2 สมั้ย (2010-11 , 2011-12) เดเอฟเบ โพคาล 1 สมัย และเยอรมันซูเปอร์คัพอีก 1สมัย

แม้ปลายทางของเขากับดอร์ทมุนด์จะจบไม่สวยนักเมื่อเจ้าตัวเลือกที่จะย้ายทีมแบบไม่มีค่าตัวไปอยู่กับคู่แข่งร่วมลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ทำให้เขาโดนตราหน้าว่าเป็นจูดาสหรือคนทรยศ อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเรื่องของความรู้สึก และหากจะวัดจากฝีเท้าเขาเองก็สุดยอดไม่แพ้ใคร  นอกจากนี้ เลวานดอฟสกี้ ยังให้สัมภาษณ์ยกย่อง คล็อปป์ ว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบได้อย่างเช่นทุกวันนี้

"เขาเป็นโค้ชที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสามารถ เขาจะใช้ความสามารถที่เขามีเพื่อพัฒนานักเตะทุกๆคน ผมได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากเขาและเพราะคล็อปป์นั่นแหละที่ทำให้ผมเป็นนักเตะที่สมบูรณ์แบบ" ... ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ายอดดาวยิงคนนี้ได้ดีเพราะใคร

 
 

2. มัตส์ ฮุมเมิ่ลส์

เป็นอีกครั้งที่วงการฟุตบอลเยอรมันต้องขอบคุณเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ช่วยปั้นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่สมบูรณ์แบบมาทันเวลาในยามที่ทีมอินทรีเหล็กกำลังขาดเเคลนพอดิบพอดี

ฮุมเมลส์ นั้นเป็นเด็กปั้นของ บาเยิร์น มิวนิค เขาเข้าสู่อคาเดมี่ของเสือใต้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบเท่านั้นก่อนใจะใช้ระยะเวลากว่า 12 ปี เพื่อพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ได้สำเร็จ

ในถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า ไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับเด็กท้องถิ่นที่จะเบียดตำแหน่งกับดาวดังที่ต้นสังกัดซื้อตัวมาร่วมทีม ฮุมเมิ่ลส์ เองก็เช่นกันเขาได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่แค่เกมเดียวเท่านั้นในฤดูกาล 2006-2007 นั่นทำให้เข้าต้องหาทางขยับขยายบ้างเเล้วเพื่อโอกาสลงสนามที่มากขึ้น

ดอร์ทมุนด์ ในยุคสมัยที่ยังถังแตกตัดสินใจยืมตัวเขามาใช้งานแบบเต็มฤดูกาลพร้อมให้คำยืนยันว่าเขาจะเป็นตัวเลือกลำดับแรกๆในตำแหน่งกองหลัง และนั่นทำให้ ฮุมเมิ่ลส์ ได้มัโอกาสลงเล่นไป 19 เกมในฤดูกาลดังกล่าว จากนั้นในปี 2008 เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ถูกแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม

คล็อปป์ ตัดสินใจซื้อขาด ฮุมเมิ่ลส์ จากเสือใต้ด้วยค่าตัวราว 4 ล้านยูโร และนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรสำหรับเสือใต้เพราะ ฮุมเมิ่ลส์ ไม่ได้อยูในแผนการทำทีมของพวกเขาอยู่เเล้ว การได้ร่วมงานกับคล็อปป์ทำให้เขากลายเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน เขาเริ่มได้รับโอกาสลงสนามมากขึ้นเรื่อยๆและท้ายที่สุดก็เป็นนักเตะที่เสือเหลืองจะขาดไม่ได้และได้รับปลอกแขนกัปตันทีมไปในที่สุด

นอกจากนี้การซื้อตัว เนเว่น ซูโบติช แนวรับชาวเซอร์เบียเข้ามากลายเป็นจิ๊กซอว์เกมรับที่ลงตัวของเสือเหลือง ทั้ง ฮุมเมิ่ลส์ และ ซูโบติช จับคู่กันได้อย่างลงตัวและเเข็งแกร่งและพาต้นสังกัดวิ่งชนความสำเร็จมาอย่างโชกโชนภายใต้มันสมองของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นั่นเอง

ฮุมเมิ่ลส์ เปิดใจถึงอดีตกุนซือของเขาภายหลังว่าคือโค้ชที่มีอารมณ์รุนแรงและเปี่ยมไปด้วยแพสชั่นที่สำคัญยิ่งว่านั้นคือ คล็อปป์ ได้ใจนักเตะทุกคนนั่นคือสาเหตุที่ทำให้นักเตะของ ดอร์ทมุนด์ ทุกคนพร้อมสู้ตายถวายหัวให้กับนายใหญ่ใส่แว่นรายนี้

"บางทีคุณก็ต้องการสนทนากับโค้ช โดยที่คุณสามารถขึ้นเสียงได้ สำหรับ เลิฟ อาจจะน้อย แต่กับ คล็อปป์ มันรุนแรงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้เลยล่ะ และมันก็อัดเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก เราทะเลาะกัน แต่ในอีกชั่วโมงถัดมา เราก็กลับมาคุยกัน และเราก็ดีกันเหมือนเดิม มันเป็นความสัมพันธ์ที่ดี" นี่คือคำยืนยันที่เขาเพิ่งพูดไปเมื่อไม่นานมานี้

Pages