คู่มือฉบับเซียน? : อยากเป็นแมวมองอาชีพขั้นเทพ...ต้องดูนักบอลอย่างไร?

FFT จะพาแฟนๆชาวไทยไปรู้จักกับอาชีพ “แมวมองนักเตะ” มากขึ้น พร้อมทั้งแนะนำเคล็ดลับการเป็นสเกาท์ชั้นยอด จากกูรูขั้นเทพของเรา..

หน่วยงานค้นหานักเตะ จัดเป็นอีกหนึ่งหน้าที่ที่จะช่วยให้สโมสรประหยัดรายงานในการซื้อนักเตะได้เยอะพอสมควร อย่างแชมป์พรีเมียร์ลีกทีมล่าสุดอย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ นั้นก็ค้นพบนักเตะแบบ ริยาด มาห์เรซ ในราคาแค่ 400,000 ปอนด์ เช่นเดียวกับ เอ็งโกโล้ ก็องเต้ ในราคา 5 ล้านปอนด์กว่าๆเท่านั้น ซึ่งต้องชื่นชมทีมงานแมวมองของ เลสเตอร์ ที่มองนักเตะได้ขาดจริงๆ

ในทางกลับกัน มันก็มีโอกาสเสี่ยงไม่น้อยที่การซื้อตัวของทีมจะล้มเหลวเช่นกัน ซึ่งตัวอย่างในอดีตเป็นหลายร้อยกรณี ยกตัวอย่างเช่น คลิปวิดีโอข้างล่างนี้…

คลิปด้านบนคือ ส่วนหนึ่งในผลงานของ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กับเงิน 50 ล้านปอนด์ที่ เชลซี แทบจะหาความคุ้มค่าไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว แต่กลับกันเมื่อ อดีตขวัญใจเดอะ ค็อป กลับบ้านที่ แอตฯมาดริด ฟอร์มของเขาก็ค่อยๆกลับมาอีกครั้ง

เพราะคนบางคนเกิดมาเพื่อสถานที่บางแห่งเท่านั้น ดังนั้น เหล่าสเกาท์ จึงมีงานทำต่อไปได้

และวันนี้ FourFourTwo จะพาแฟนๆชาวไทยไปคุยกับกูรูแมวมองขั้นเทพทั้งสี่คนจากเยอรมัน, นอร์เวย์, เดนมาร์ก และ ตุรกี ผู้ผ่านประสบการณ์การดูนักเตะมาอย่างโชกโชน…

ผิดเป็นครู

แน่นอนว่า แมวมองทุกคนเคยมองพลาด…

“ทุกคนตัดสินว่าการซื้อตัวนี้ไม่ดี ไม่คุ้ม แล้วก็ทำให้มันดราม่า เพราะที่จริงทุกคนมีอคติในใจตัวเองอยู่แล้ว” มิคาเอล เยล์มเบิร์ก หัวหน้าแมวมองของ ฮัมมาร์บี้ ทีมในนอร์เวย์ กล่าว

Julian Brandt

จูเลี่ยน บรันด์ท เป็นดาวรุ่งคนล่าสุดที่ เลเวอร์คูเซ่น ค้นพบ

ซึ่งแมวมองของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น อย่าง สลาโวเมียร์ ชาเนียซกี้ ก็เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว

“การมองแต่ข้อดีของนักเตะนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีเลย แมวมองทุกคนอยากให้นักเตะที่เขาไปชม ได้ย้ายมาสู่สโมสรของตน ซึ่งนั่นเป็นเรื่องปกติ การตามผู้เล่นคนเดียวหลายๆครั้งอาจจะทำให้คุณข้ามรายละเอียดบางอย่างไปได้” ชาเนียซกี้ กล่าว

“อีกหนึ่งข้อที่แมวมองอาจจะพลาดคือ การพิจารณาความแตกต่างของความสามารถปัจจุบันของนักเตะ กับ ศักยภาพในการพัฒนาตัวเองของพวกเขา”

คุณไม่สามารถจับตานักเตะ ขณะมีบอลกับตัวเท่านั้น มันสำคัญมากที่จะสังเกตพวกเขาตอนไม่มีบอล เราต้องดูว่าพวกเขามีทัศนคติแบบไหน

- โอเล่ เนลเซ่น

ด้านผู้อำนวยการกีฬาของ แรนเดอร์ส ทีมเล็กๆในเดนมาร์ก อย่าง โอเล่ เนลเซ่น บอกว่าว่า ส่วนหนึ่งของความผิดพลาดของแมวมองเกิดขึ้นเพราะใช้ตามองเพียงสิ่งเดียว

“คุณไม่สามารถจับตานักเตะ ขณะมีบอลกับตัวเท่านั้น” เนลเซ่น อธิบาย “มันสำคัญมากที่จะสังเกตพวกเขาตอนไม่มีบอล เราต้องดูว่าพวกเขามีทัศนคติแบบไหน”

และหากทำได้ ข้อผิดพลาดทั้งหมดก็อาจลดน้อยลงได้

อยากเป็นแมวมอง เริ่มยังไง?

เชื่อหรือไม่ว่า ทุกวันนี้ หลายทีมในยุโรปที่ไม่ว่าจะมาจากลีกใหญ่หรือเล็กบางทีม ยังไม่มีทีมแมวมองเป็นของตัวเองด้วยซ้ำ เพราะว่า ส่วนใหญ่เห็นว่า หน่วยสเกาท์นั้นใช้งบประมาณที่มากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดขึ้นอยู่กับขนาดของทีมเช่นกัน เพราะอย่าง ทีมดังอย่าง เลเวอร์คูเซ่น ก็มีทีมงานแมวมองถึง 65 ราย แบ่งเป็นแบบฟลูไทม์ 15 คน และรับจ็อบเสริมอีกราวๆ 50 คน

ขณะที่อีกมุมหนึ่งทีมเล็กๆอย่าง ฮัมมาร์บี้ และ วีบอร์ก ในแถบสแกนดิเนเวีย ต่างมีแมวมองเพียงทีมละหนึ่งคนเท่านั้น เพราะฉะนั้นแล้ว หากคุณไม่เก่งจริง งานสเกาท์ก็คงไม่ได้มาอยู่ในมือกันง่ายๆ

และอย่าคิดว่า อาชีพนี้จะสร้างรายได้ให้คุณโดยมหาศาลเด็ดขาด เพราะหลายสโมสรเลือกที่จะค่าจ้างคุณโดยให้ตั๋วเข้าชมเกมหรือแจกสินค้าที่ระลึก และบางทีก็อาจมีค่าน้ำมันหรือไม่มีให้ก็เป็นได้

Steve Walsh

แมวมองคนดังอย่าง สตีฟ วอลซ์ น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคน

อีกหนึ่งข้อที่สำคัญ คือ คุณต้องคุยกับครอบครัวให้เข้าใจ

“ลองคุยกับที่บ้านดูก่อนว่าพวกเขาโอเคกับอาชีพนี้หรือไม่ มันกินเวลาในการทำงานนานและจำเป็นต้องเดินทางบ่อยๆ” หัวหน้าแมวมองของ ฮัมมาร์บี้ กล่าว “นอกจากนี้ คุณยังต้องมีความอดทนและทะเยอทะยานในการอยากคุยกับผู้จัดการทีมหรือผู้อำนวยการกีฬาของคุณด้วย”

สิ่งสุดท้ายก็คือ คุณต้องฝึกซ้อมเหมือนนักเตะเนี่ยแหละ เพียงแต่คุณไม่ต้องซ้อมในสนาม เพราะที่ประจำของคุณคือข้างสนาม และคอยฝึกตัดสินนักเตะแต่ละคน

“คุณจำเป็นต้องดูฟุตบอลเยอะๆ ด้วยสายตาเหยี่ยวแห่งพันธุกรรมแมวมอง” เออดิ โทคุล นักวิเคราะห์ของ 1461 แทร็บซอน ทีมในตุรกี ตบท้าย

ต้องดูอะไรจากนักเตะบ้าง?

โอเล่ เนลเซ่น คนเดิม อธิบายถึงสิ่งต่างๆที่เหล่าแมวมองมือใหม่(และอยากลอง)จำต้องสังเกตและจดบันทึกคุณสมบัติต่างๆที่แต่ละตำแหน่งควรมี ให้ทีมงาน FFT ฟัง โดยหลักๆแล้วก็คล้ายกับการเล่นเกม Football Manager  นั่นแหละ

  • ผู้รักษาประตู : ความสูง, การอ่านเกม, อารมณ์ร่วมกับเกม และ นิสัยใจคอ
  • เซนเตอร์แบ็ค: ความเร็ว, การโหม่ง, กระโดด, ความกล้า, การเข้าสกัด, การอ่านเกม, ความนิ่ง, ความเป็นผู้นำ และ การผ่านบอล
  • ฟลูแบ็ค: พละกำลัง, การยืนตำแหน่ง, ความสามารถเฉพาะตัว, ความเร็ว, เปิดบอลได้, เลี้ยงบอลได้
  • ตัวตัดเกม: ขยัน, การอ่านเกม, การเข้าสกัด, การผ่านบอล, ความเร็ว, ความคล่องแคล่ว, ความฟิต และ ความมุ่งมั่น
  • ตัวทำเกม: ความคิดสร้างสรรค์, ความเร็ว, ไหวพริบ, การควบคุมบอล, ทีมเวิร์ค, การผ่านบอล, เลี้ยงบอลได้ และ ยิงประตูได้
  • ปีก: ความเร็ว, ไหวพริบ, เลี้ยงบอลได้ และ เปิดบอลได้
  • กองหน้า: มีความเร็วหรือเล่นลูกกลางอากาศได้, ยิงประตูได้, ทีมเวิร์ค, การผ่านบอล, เลี้ยงบอลได้

นอกจากนี้ คุณยังจำเป็นต้องไปคุยกับคนรอบข้างของนักเตะคนนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นกับพ่อแม่ ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมทีม ทั้งยังต้องศึกษา บุคลิก ลักษณะ นิสัยใจคอ ฯลฯ เพื่อทำให้มั่นใจว่า เขาคนนั้นจะเข้ากับทีมได้จริงๆ

คำแนะนำก่อนลุยงาน

“คุณต้องรู้จักประเมินนักเตะให้ได้ ในทุกตำแหน่ง ในทุกแบบ และที่สำคัญที่สุด คุณต้องฉลาดพอและจำเป็นต้องรู้จักการทำธุรกิจที่ดีด้วย”

- โอเล่ เนลเซ่น

“โดยปกติแล้ว คุณต้องเคยเป็นโค้ช หรืออย่างน้อยต้องเคยมีประสบการณ์ด้านเป็นนักเตะหรือโค้ชมาบ้าง ก่อนผันตัวเองเป็นแมวมอง” สลาโวเมียร์ ชาเนียซกี้ กล่าว

“ผมขยันและตั้งใจตอนเรียนมหาวิทยาลัยมาก เพื่อให้มีโปรไฟล์ที่ดี และผมก็ทำสัญญากับสโมสรแห่งหนึ่งที่ผมเคยเป็นเด็กฝึกฟุตบอลด้วย” โทคุล สำทับ

อันที่จริง ทุกคนยืนยันว่า การเป็นแมวมองที่ดีไม่จำเป็นต้องผ่านการเล่นฟุตบอลระดับสูงมาก่อนก็ได้ แต่หากคุณมีประสบการณ์ในจุดนั้น มันก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเองมากๆ เหมือนอย่างที่ โอเล่ เนลเซ่น มี

โดยผู้อำนวยการกีฬาของ แรนเดอร์ส เคยผ่านงานกับ ฮัมบูร์ก และ ทีมชาติเดนมาร์กชุดเยาวชนมาแล้ว ทั้งยังเคยคุมทีมในลีกสูงสุดแดนโคนม เช่นเดียวกับทีมจากลีกรองอีกหลายทีมมาก่อน

“คุณจำเป็นต้องมีความรู้ในเกมฟุตบอล เข้าใจว่านักเตะแบบไหนที่ต้นสังกัดต้องการ ทั้งยังต้องดูว่าพวกเขามีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปแค่ไหนอีกด้วย” เนลเซ่น อธิบาย “คุณต้องรู้จักประเมินนักเตะให้ได้ ในทุกตำแหน่ง ในทุกแบบ และที่สำคัญที่สุด คุณต้องฉลาดพอและจำเป็นต้องรู้จักการทำธุรกิจที่ดีด้วย”

ว่าแล้ว มีใครสนใจรับจ็อบเป็นแมวมองบ้างครับ?